นิ้วเรียวของพิมพ์สั่นเทาจนแทบจะกดลงบนแป้นคีย์บอร์ดไม่ไหว แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปสาดกระทบใบหน้าที่ซีดเซียวจนแทบไร้เลือดฝาดของเธอ ในห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหงื่อเย็นเยียบ ความเงียบงันรอบตัวถูกกัดเซาะด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ของกรณ์ที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ด้านหลัง
ข้อความล่าสุดจากแอปพลิเคชันปริศนายังคงค้างหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำไว้
*“พี่คะ... ทำไมมาช้าจังล่ะคะ? กานดารอพี่นานจนเบื่อแล้วนะ...”*
“กรณ์...” พิมพ์กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “นาย... นายน외แชทตัวจริงของกานดาหรือเปล่า... หรือว่าระบบมันรันข้อความตั้งเวลาไว้?”
กรณ์ไม่ตอบ เขากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้พิมพ์กำลังเจาะระบบเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์เก่าๆ แห่งนี้—สถานที่ที่น้องสาวฝาแฝดของเขาเคยใช้เป็นห้องพักหลังสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิตอย่างปริศนาเมื่อสามเดือนก่อน
“ไม่ใช่ระบบตั้งเวลา” กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก “ฉันโทรเช็กเบอร์บ้านของกานดาแล้ว... มันไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาเป็นปีแล้วพิมพ์ แต่ข้อความเมื่อกี้นี้... มันถูกส่งมาจากหมายเลขเดิมของน้องสาวฉัน เป๊ะๆ”
หน้าจอแล็ปท็อปกระตุกวูบหนึ่ง ก่อนที่โปรแกรมกู้คืนภาพวงจรปิดที่พิมพ์เขียนขึ้นอย่างเร่งรีบจะแสดงผล หน้าจอสีดำสนิทปรากฏเส้นตารางสีเขียวและข้อความสถานะ *‘Connected’* พิมพ์สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะที่เมาส์ถูกลากไปยังไฟล์วิดีโอของชั้นที่สี่—ชั้นที่กานดาเคยอยู่
“เราจะได้รู้กันเสียทีว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่” พิมพ์พยายามทำเสียงให้หนักแน่น แต่เสียงสั่นเครือของเธอกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
หน้าจอแยกออกเป็นช่องสี่เหลี่ยมย่อยๆ แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ของตึก ภาพแรกคือทางเดินยาวเหยียดที่ไร้ผู้คน แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ สร้างบรรยากาศวังเวงชวนขนหัวลุก ภาพที่สองคือบันไดหนีไฟ และภาพที่สามคือหน้าห้องพักหมายเลข 404
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอมากขึ้น มือใหญ่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
“ดูนั่นสิ...” พิมพ์ชี้ปลายนิ้วสั่นๆ ไปยังมุมขวาของจอภาพที่สาม
บนหน้าจอแสดงภาพปัจจุบันของพวกเขาทุกฝีก้าว... ใช่ ภาพปัจจุบันจริงๆ! กล้องวงจรปิดตัวที่ซ่อนอยู่มุมอับของห้องพักกำลังฉายภาพแผ่นหลังของกรณ์ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ และพิมพ์ที่นั่งตัวเกร็งอยู่หน้าแล็ปท็อปแบบเรียลไทม์ ไม่มีดีเลย์ ไม่มีสัญญาณรบกวน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของทั้งคู่แทบหยุดเต้น คือภาพเงาทึบสีดำทะมึนที่ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังกรณ์ในจอภาพ—เงาที่ไม่มีวันปรากฏให้เห็นในโลกความเป็นจริง!
“กรณ์... อย่าหันไปนะ...” พิมพ์หวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
กรณ์รู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นยะเยือกที่เป่ารดต้นคอ กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นดอกไม้จันทน์จางๆ ลอยเข้าจมูก แต่เขายังคงนิ่งงัน ขาแข็งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยตะปูเหล็ก ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง แต่ความอยากรู้และความแค้นในอดีตมีอานุภาพมากกว่า
“ถ้าแกจะฆ่าฉันเหมือนกับที่ทำกับน้องสาวฉัน ก็ทำซะสิ!” กรณ์ตะโกนใส่ความว่างเปล่าเบื้องหลัง พร้อมกับหันขวับกลับไปหมายจะเผชิญหน้า
แต่ทว่า... ด้านหลังของเขาว่างเปล่า ไม่มีใครยืนอยู่ นอกจากผนังห้องสีซีดและเงาของตัวเองที่ทอดatยาวไปตามแสงไฟจากหน้าจอ
“ไม่... อยู่ที่จอต่างหากกรณ์!” พิมพ์กรีดร้องสุดเสียง นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ย้อนเวลากลับไปสู่วันที่เกิดเหตุการณ์สยองขวัญเมื่อสามเดือนก่อน “ฉันกำลังเปิดไฟล์เก่า... ดูนี่สิ!”
หน้าจอแล็ปท็อปสลับภาพจากปัจจุบันย้อนกลับไปสู่อดีต ภาพวิดีโอวงจรปิดเมื่อสามเดือนก่อนในคืนที่ฝนตกหนัก วันที่กานดาสิ้นลมหายใจ
ภาพบนจอแสดงร่างบอบบางของกานดากำลังเดินก้มหน้าเข้าห้องพัก มือเล็กๆ กำโทรศัพท์มือถือแน่น ท่าทางหวาดกลัวสุดขีด เธอกำลังพิมพ์แชทบางอย่างด้วยความรีบร้อน ทันใดนั้นเอง... จากมุมมืดของทางเดิน ปรากฏร่างของชายสวมฮู้ดสีดำสนิทก้าวออกมาอย่างเงียบเชียบ ราวกับภูตผีที่ไร้เงา ชายคนนั้นเดินตามกานดาไปติดๆ โดยที่เด็กสาวไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
กรณ์จ้องมองภาพนั้น ตาเบิกโพลง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ภาพความทรงจำที่เจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาในหัว
ในจอภาพ ชายสวมฮู้ดคนนั้นยกมือขึ้นแตะที่ไหล่ของกานดา เด็กสาวสะดุ้งสุดตัว หันกลับไปมองด้วยแววตาตื่นตระหนก ภาพในกล้องวงจรปิดซูมเข้าไปใกล้จนเห็นใบหน้าของฆาตกรชัดเจน...
แต่ทว่า... หน้าจอแล็ปท็อปกลับเกิดอาการรวนอย่างกะทันหัน ภาพวิดีโอบิดเบี้ยวกลายเป็นเส้นคลื่นสีแดงฉาน เสียงซ่าที่ดังเสียดแก้วหูดังขึ้นจากลำโพง ก่อนที่หน้าจอทั้งหมดจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟดับล่ะพิมพ์?” กรณ์ถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด กวาดสายตามองไปรอบห้องที่ตอนนี้มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา
“ฉ...ฉันไม่รู้ ระบบมันถูกบล็อก... มีใครบางคนกำลังแฮกเข้ามาจากภายนอก!” พิมพ์พยายามกดปุ่มรีสตาร์ทเครื่องด้วยความลนลาน เหงื่อกาฬไหลท่วมหน้าผากของเธอ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด มันดังสนั่นก้องกังวานบาดแก้วหู ราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย
กรณ์ค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง หน้าจอเปิดสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลดล็อก ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพถ่ายไฟล์แนบขนาดใหญ่
เป็นภาพถ่ายเซลפיวีเซลฟี่ปัจจุบัน... ถ่ายจากมุมสูงภายในห้องนอนของเขานี่เอง!
ในภาพนั้น... มีร่างของกรณ์และพิมพ์นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ และตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคน มีร่างของเด็กสาวผมยาวสวมชุดเปียกโชก นัยน์ตาสีดำสนิทไร้แววชีวิต กำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู แนบชิดติดใบหน้าของพิมพ์อย่างน่าสยดสยอง
พร้อมกับข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ...
*“พี่คะ... หันมามองกานดาสิคะ พิมพ์เขากำลังรอให้พี่ช่วยอยู่... เหมือนที่พี่เคยปล่อยให้กานดาตายคนเดียวไงล่ะคะ”*
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "แมวดำใต้แสงจันทร์" นะคะ
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 27
ภาพจากกล้องวงจรปิด
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!