"ถ้าเธอก้าวลงไปตอนนี้... เราอาจจะไม่ได้เดินกลับขึ้นมาอีกเลยนะ, พิมพ์"
เสียงของกรณ์แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาจับขอบประตูเหล็กกล้าที่ขึ้นสนิมเขรอะ บานประตูนี้ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือเก่าคร่ำคร่าภายในบ้านพักร้างของอดีตศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาผู้หายสาบสูญ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นฉุนของโอโซนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ ลอยโชยขึ้นมาเตะจมูก ราวกับลมหายใจของสัตว์ประหลาดที่กำลังหลับใหลอยู่เบื้องล่าง
พิมพ์กลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด มือเรียวของเธอยังคงสั่นเทาขณะกำสมาร์ทโฟนในมือแน่น หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นด้วยข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีดำสนิท—แอปพลิเคชันมรณะที่พรากชีวิตผู้คนไปทีละคน
*(แอดมินนิรนาม: ยินดีต้อนรับสู่ห้องควบคุมหลัก... พวกคุณมาสายไปสามนาทีนะคะ, กรณ์)*
ข้อความใหม่เอี่ยมปรากฏขึ้นต่อต่อหน้าต่อตา โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ พิมพ์สะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปชนแผ่นหลังของกรณ์โดยไม่ตั้งใจ
"มัน... มันรู้ได้ยังไงว่าเรายืนอยู่ตรงนี้? หรือว่ามันกำลังมองเราอยู่จากข้างล่างนั้น?" พิมพ์กระซิบเสียงสั่น เธอกวาดสายตาไปรอบๆ ความมืดมิดที่พยายามกลืนกินพวกเขาทั้งเป็น แสงไฟฉายจากมือถือสาดส่องไปได้เพียงเศษเสี้ยวของความเวิ้งว้าง
กรณ์ไม่ตอบ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปมในใจเรื่องการตายอย่างมีเงื่อนงำของ 'กานดา' น้องสาวฝาแฝดเมื่อปีก่อนผุดขึ้นมาหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกเบาะแส ทุกร่องรอย และทุกศพที่ผ่านมา ล้วนชี้เป้ามาที่สถานที่แห่งนี้ ห้องใต้ดินที่ถูกลบชื่อออกจากแผนผังอาคาร
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วพิมพ์ ถ้าเราถอยตอนนี้... คนต่อไปที่จะตายในแชทนั้น อาจจะไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นพวกเราเอง" กรณ์ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เขาผลักบานประตูเหล็กให้เปิดกว้างขึ้น ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของคนเจ็บปวด
ทั้งคู่ก้าวเท้าเดินลงไปตามขั้นบันไดคอนกรีตที่เย็นเฉียบและเปียกชื้น ทุกย่างก้าวที่ผ่านพ้นขอบประตูลดระดับลงสู่ความมืดมิดที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องกระทบกับหยากไย่หนาทึบและคราบสกปรกที่เกาะตามผนัง ราวกับสถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษ ทว่า... ยิ่งเดินลึกลงไปเท่าไหร่ เสียงฮัมต่ำๆ ของกระแสไฟฟ้าก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในโสตประสาท
กลิ่นอับชื้นเริ่มถูกแทนที่ด้วยกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ร้อนจัด
"กรณ์... ดูนั่นสิ" พิมพ์หยุดเดินกะทันหัน มือสั่นๆ เอื้อมไปคว้าชายเสื้อของกรณ์ไว้แน่น พร้อมกับชี้แสงไฟฉายไปเบื้องหน้า
เบื้องล่างสุดของบันไดคือห้องโถงใต้ดินขนาดมหึมาที่ถูกซ่อนไว้ใต้ดินอย่างแนบเนียน สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตาทำให้ทั้งคู่ถึงกับลมหายใจสะดุด ผนังและพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถูกยึดครองด้วยหน้าจอคอมพิวเตอร์นับร้อยเครื่อง แสงไฟกะพริบสีฟ้า แดง และเขียวจากหน้าจอเหล่านั้นสาดส่องระยิบระยับในความมืด บรรยากาศชวนให้นึกถึงรังของปีศาจไซเบอร์ที่กำลังจับจ้องมองเหยื่อด้วยดวงตานับร้อยคู่
หน้าจอทุกจอแสดงภาพที่แตกต่างกันออกไป บางจอฉายภาพกล้องวงจรปิดตามมุมต่างๆ ของเมือง บางจอแสดงโค้ดคำสั่งที่วิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ... หน้าจอบางส่วนกำลังถ่ายทอดสดภาพเหตุการณ์ปัจจุบันของเพื่อนร่วมชั้นที่ยังติดอยู่ในเกมมรณะ พวกเขากำลังกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวผ่านหน้าจอนั้น
"พระเจ้า... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย" พิมพ์พึมพำด้วยความสิ้นหวัง ขาทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น "คอมพิวเตอร์เป็นร้อยๆ เครื่อง... ใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมา?"
กรณ์กวาดสายตาคมกริบสำรวจห้องโถงกว้าง เขาสังเกตเห็นว่าทุกหน้าจอถูกเชื่อมโยงสายเคเบิลโยงใยเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง บนเก้าอี้พนักพิงสูงตัวนั้นมีร่างเงาของใครบางคนนั่งหันหลังให้พวกเขา ร่างนั้นนิ่งสนิท ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของแขกผู้สูงศักดิ์
บรรยากาศในห้องใต้ดินเงียบสงัด มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์นับร้อยตัวที่ส่งเสียงคำรามเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจของกรณ์และพิมพ์ที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก
"มีคนอยู่ตรงนั้น..." กรณ์กระซิบเตือนเพื่อนสนิท พร้อมกับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดนิ่ง เขากลั้นหายใจแล้วค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะตัวนั้นทีละน้อย โดยมีพิมพ์เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยความหวาดผวา
เงาร่างบนเก้าอี้เริ่มขยับไหวเล็กน้อย เสียงหัวเราะแผ่วเบาและเย็นเยียบหลุดออกมาจากลำคอของบุคคลปริศนา เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใต้ดิน ชวนให้รู้สึกขนลุกชันไปถึงขั้วหัวใจ
*(แอดมินนิรนาม: ยินดีต้อนรับสู่ศูนย์กลางความจริงนะคะ, กรณ์... ในที่สุด คุณก็มาถึงจุดที่ลึกที่สุดของความมืดมนสักที)*
เสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกันจากโทรศัพท์ของทั้งกรณ์และพิมพ์ในวินาทีเดียวกัน
กรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบพุ่งตัวเข้าไปกระชากเก้าอี้พนักพิงสูงตัวนั้นให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันทันที เพื่อกระชากหน้ากากของคนที่อยู่เบื้องหลังความตายทั้งหมดนี้
ทว่า... สิ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น กลับไม่ใช่ฆาตกรโรคจิตอย่างที่เขาวาดภาพไว้... แต่เป็นร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวคนหนึ่งที่นั่งสัปหงกอยู่ หน้าอกของเธอมีสายระโยงระยางเสียบต่อเข้ากับแผงวงจรหลัก และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดฝาดนั้น ถอดแบบมาจากกระจกเงาของกรณ์เองอย่างไร้ที่ติ!
ดวงตาของร่างไร้วิญญาณบนเก้าอี้ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสสีดำสนิทไร้แววชีวิต ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะขยับเปล่งเสียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงของตัวกรณ์เอง—โดยที่กรณ์ไม่ได้ขยับปากเลยแม้แต่น้อย
"พี่คะ... ทำไมมาช้าจังล่ะคะ? กานดารอพี่นานจนเบื่อแล้วนะ..."
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดในตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - แมวดำใต้แสงจันทร์
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 26
ก้าวแรกสู่ความมืด
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!