"พี่คะ... เอาสมุดของหนูคืนมานะ"
เสียงกระซิบที่ดังลอดมาจากความว่างเปล่าข้างใบหู ไม่ใช่เสียงตามสายโทรศัพท์ ไม่ใช่เสียงสะท้อนจากผนังห้อง แต่เป็นเสียงที่แหบพร่าและเย็นเยียบราวกับแนบชิดอยู่บนผิวเนื้อ กรณ์สะดุ้งสุดตัวจนทำสมุดปกหนังสีดำที่ถืออยู่ในมือร่วงหล่นลงบนพื้นพรม ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นพร้อมๆ กับความหนาบีบรัดที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
ห้องทำงานของพิมพ์ในยามเที่ยงคืนสงัด มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายตัวที่สะท้อนใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาว พิมพ์หันขวับมามองเขาด้วยแววตาที่เบิกกว้าง ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างบางสั่นเทาจนเก้าอี้ล้อเลื่อนขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว
"กรณ์... เมื่อกี้ นายได้ยิน..." พิมพ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอ
กรณ์ไม่ตอบ เขาพยายามควบคุมมือที่สั่นเทาให้เอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจของเขาเต้นโครมครามราวกับจะทะลุกระดูกซี่โครง สมุดเล่มนี้... สมุดบันทึกของ 'กานดา' น้องสาวฝาแฝดผู้ล่วงลับ ที่เขาบังเอิญพบมันซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือเก่าในห้องนอนของเธอเมื่อช่วงหัวค่ำ
หน้ากระดาษสีเหลืองกรอบตามกาลเวลาเปิดกว้างออก ณ หน้าที่ถูกคั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีแดงเข้ม... สีเดียวกับคราบเลือดที่แห้งกรัง
"พิมพ์ ตั้งสติหน่อย" กรณ์สูดหายใจเข้าลึก พยายามกดเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าในอกจะปั่นป่วนจนแทบอาเจียน "เช็คโค้ดในระบบไอทีของเธอซิ ว่ามีสัญญาณรบกวนจากภายนอกหรือเปล่า เสียงเมื่อกี้... มันมาจากไหน"
พิมพ์ส่ายหัวรัว ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความหวาดกลัว นิ้วเรียวเล็กพรมลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูง หน้าจอโค้ดภาษาโปรแกรมวิ่งผ่านนัยน์ตาเธอเป็นพรืด "ไม่มี... ระบบป้องกันของฉันแน่นหนาที่สุดในเครือข่าย ไม่มีใครแฮกเข้ามาในย่านความถี่เสียงนี้ได้... ยกเว้นเสียแต่ว่า..." เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ "ยกเว้นเสียแต่ว่าต้นกำเนิดเสียง มันไม่ได้มาจากข้างนอก... แต่มันอยู่ในห้องนี้ กับเรา"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงผสมกับกลิ่นจางๆ ของดอกโมก—กลิ่นประจำตัวของกานดาโชยมาแตะจมูก ทั้งที่ในห้องนี้ไม่มีต้นไม้สักกระถาง
กรณ์ก้มลงมองหน้ากระดาษในสมุดบันทึกอีกครั้ง แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดส่องลงบนลายมือหวัดๆ ที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก ลายมือของกานดา... น้องสาวผู้ร่าเริงและอ่อนโยน ก่อนที่เธอจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการดิ่งลงมาจากดาดฟ้าตึกคณะเมื่อหเดือนก่อน
ตัวหนังสือบนหน้ากระดาษบันทึกบรรทัดนั้น อ่านแล้วทำให้เลือดในกายของกรณ์เย็นเฉียบ:
*[วันที่ 14 พฤศจิกายน - เที่ยงคืนตรง]*
*“มันส่งลิงก์บ้าๆ นั่นมาอีกแล้ว แอปพลิเคชันแชทสีดำที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตาร้องไห้... ฉันพยายามจะลบทิ้ง แต่มือถือมันค้าง ข้อความมันเด้งขึ้นมาเอง มันบอกว่า ‘ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว’ ใครก็ได้... ช่วยฉันด้วย พวกมันกำลังดูฉันอยู่ จากในกระจก”*
กรณ์ไล่สายตาอ่านต่อไปด้วยความรู้สึกที่เหมือนถูกค้อนมหึมาทุบลงที่กลางอก ทุกตัวอักษรบอกเล่าเรื่องราวความหวาดผวาที่กานดาต้องเผชิญก่อนตาย และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ รายชื่อสมาชิกในกลุ่มแชทปริศนานั้น...
มีชื่อของ 'กานดา' ปรากฏอยู่จริงในฐานะสมาชิกหมายเลข 04 และแอดมินผู้ควบคุมกลุ่มในขณะนั้น ใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า 'แม่มดรัตติกาล' แต่สิ่งที่ทำให้กรณ์แทบหยุดหายใจ คือข้อความสนทนาที่ถูกบันทึกไว้ด้วยลายมือของน้องสาว
*[บันทึกบทสนทนาในแชทมรณะ]*
*- แอดมินนิรนาม: “ยินดีต้อนรับสู่เกมของเรา กานดา เธอมีความลับอะไรที่อยากแลกเปลี่ยนกับความตายล่ะ?”*
*- กานดา: “ฉันไม่อยากเล่นแล้ว! ปล่อยฉันไปเถอะ!”*
*- แอดมินนิรนาม: “กฎก็คือ... คนที่อยากออก ต้องหาตัวแทนมาเสียบแทนที่... หรือไม่ก็... โดดลงไปซะเอง”*
*- กานดา: “พี่กรณ์... ช่วยหนด้วย...”*
กรณ์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นเริ่มปะติดปะต่อในหัว กานดาไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะความเครียดเรื่องเรียนอย่างที่ตำรวจสรุปสำนวนคดี แต่น้องสาวของเขาถูก 'บังคับ' ให้เลือก... ระหว่างการลากคนใกล้ชิดลงมาในขุมนรกนี้ หรือเลือกที่จะจบชีวิตลงเพื่อปกป้องเขา!
"กรณ์... ดูนี่ซิ" พิมพ์อุทานขึ้นด้วยเสียงอันสั่นเครือ เธอชี้ไปที่หน้าจอหลักที่กำลังรันโปรแกรมวิเคราะห์ไฟล์ขยะในระบบที่เธอเพิ่งดึงมาจากสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าของกานดา "ฉันลองกู้ข้อมูลแคชที่ถูกลบไปแบบถาวรของแอปฯ แชทนั้น... นายรู้ไหมว่าเซิร์ฟเวอร์หลักของมันตั้งอยู่ที่ไหน?"
กรณ์เงยหน้าขึ้นมองพิมพ์ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "ที่ไหน?"
"ตึกคณะสถาปัตย์ฯ... ตึกที่น้องสาวของนาย..." พิมพ์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ "และที่แย่ไปกว่านั้น... เซิร์ฟเวอร์ตัวนี้ ไม่ได้ถูกปิดตาย มันยังคง 'ออนไลน์' อยู่... และมีคนกำลังส่งข้อความเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ในวินาทีนี้"
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชทดังขึ้นพร้อมกันทั้งในแล็ปท็อปของพิมพ์ และ... ในโทรศัพท์มือถือของกรณ์เองที่วางอยู่บนโต๊ะ
*ติ๊ง!*
เสียงนั้นก้องกังวานบาดแก้วหูในความเงียบสงัดของยามเที่ยงคืน หน้าจอโทรศัพท์มือถือของกรณ์สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครสัมผัส ไอคอนรูปดวงตาร้องไห้สีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางจอ พร้อมกับข้อความใหม่ที่พิมพ์ส่งตรงมาจากห้องแชทมรณะที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่แปดเดือนก่อน
*[แอดมินนิรนาม ส่งข้อความถึงคุณ]:*
*“ยินดีต้อนรับกลับมานะ กรณ์... น้องสาวนายรอใหม่อยู่นานแล้ว อยากคุยกับเธอไหมล่ะ?”*
พร้อมๆ กับข้อความนั้น ภาพถ่ายหน้าจอจากกล้องวงจรปิดภายในห้องทำงานของพิมพ์ ก็เด้งขึ้นมาโชว์หราบนหน้าจอ... เป็นภาพถ่ายของมุมห้องที่พวกเขากำลังยืนอยู่ตอนนี้ แต่ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... ในภาพนั้น นอกจากเงาของกรณ์และพิมพ์แล้ว ยังมีเงาร่างโปร่งแสงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนซ้อนอยู่ข้างหลังกรณ์ ใบหน้าของเงามืดนั้นหันมามองตรงมาที่เลนส์กล้อง พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู
พิมพ์กรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นภาพนั้นบนหน้าจอ เธอล้มพับลงไปกองกับพื้นห้องด้วยความหวาดกลัวขีดสุด
กรณ์หันขวับกลับไปมองที่มุมมืดของห้องทันที ความมืดมิดบริเวณตู้หนังสือบิดตัวเป็นระลอกคลื่น กลิ่นดอกโมกโชยเข้ามาเตะจมูกอีกครั้ง รุนแรงและชัดเจนยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นชิดใบหูอีกครั้ง คราวนี้ชัดถ้อยชัดคำและเย็นเยียบจนกระดูกสันหลังชาหนึบทั่วร่าง
"พี่คะ... ถึงตาพี่... เล่นเกมกับหนูแล้วนะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- แมวดำใต้แสงจันทร์ -
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 17
ความจริงเกี่ยวกับน้องสาว
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!