เสียงแคัตเตอร์ชัตเตอร์ของกล้องดิจิทัลรุ่นท็อปดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของห้องมืดหลังร้านล้างอัดรูป อาคเนย์ไม่ได้มองหน้าจอหลังกล้อง เขากำลังมองผ่านช่องมองภาพ—เลนส์ฟิกซ์ระยะห่างเพียงหนึ่งเมตรที่ซูมลึกเข้าไปยังดวงตาคู่สวยของรินรดา หญิงสาวกำลังยืนพิงผนังปูนเปลือยเปล่า แผ่นหลังเนียนนุ่มสัมผัสกับความเย็นยะเยือกของกำแพง ขณะที่มือหนาของช่างภาพหนุ่มตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยแรงอธิปไตยที่เธอไม่มีวันต่อต้านได้
"คุณอาคเนย์... ปล่อยฉันนะ" เสียงของรินรดาแหบพร่า ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะความตื่นตระหนก เธอยังคงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขา กระดุมสามเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนและเนินอกที่ไหวระริก ตรรกะและเหตุผลทุกอย่างที่เธอเคยยึดมั่นพังทลายลงราบคาบเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้
"ผมบอกแล้วริน... ว่าอย่ามองไอ้สารเลวนั่นนานเกินสามวินาที" อาคเนย์กดเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววดุดันและหึงหวงอย่างดิบเถื่อน เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนแผงอกกว้างแนบชิดกับทรวดทรงอรชร กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นอายฟิล์มถ่ายรูปและบุหรี่จางๆ ลอยอบอวลมอมเมาประสาทสัมผัสของเธอจนแทบคลั่ง
นิ้วเรียวแกร่งละจากตัวกล้อง เลื่อนลงมาไล้ตามโครงหน้าเรียวสวยอย่างถือสิทธิ์ ปลายนิ้วหยาบกร้านลากผ่านริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น รินรดาสั่นสะท้านเมื่อความร้อนจากสัมผัสของเขาซึมซ่านไปทั่วผิวเนื้อ เธอเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่มักจะยอมจำนนทุกครั้งที่เขาใช้สายตาคู่นั้นมองมา สายตาที่มองเธอเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะในกรงขังแห่งเสน่หา
"เขาเป็นแค่ลูกค้า..." รินรดาพยายามหาข้อแก้ตัว แม้จะรู้ว่ามันไร้ประโยชน์
"ลูกค้าเหรอ?" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปกระซิบชิดใบหูจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้น颈อ่อนนุ่ม "สายตาสัปดนที่มันมองคุณเมื่อตอนเย็น ผมเก็บมันไว้ในฟิล์มหมดแล้ว... และอีกไม่นาน ผมจะควักลูกตาของมันออกมาขยี้ให้แหลกคามือ ถ้ามันยังกล้าแตะต้องตัวคุณอีก"
คำพูดดิบเถื่อนแต่น่าหลงใหลนั้นทำให้รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างของเธอ การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ แต่เรียวปากกลับเผยอรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอทรยศสมองอีกครั้งเมื่อมือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
สัมผัสลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาปลุกเร้าไฟปรารถนาให้โหมกระหน่ำ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งอารมณ์ที่อาคเนย์เป็นผู้กำหนดทิศทาง มือบางที่เคยขัดขืนเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ความดุดันของชายหนุ่มหลอมรวมเข้ากับความยอมจำนนของหญิงสาวกลายเป็นบทเพลงรักอันตรายที่สั่นประสาทและเย้ายวนจนเกินต้านทาน
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนกำลังแผดเผาทั้งสองคนให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านล้างอัดรูปก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
อาคเนย์ชะงักกรามขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้น ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังประตูทางเข้าด้วยแววตาดุดันรากับสัตว์ป่าที่ถูกขัดจังหวะการล่า รินรดาสะดุ้งเฮือก หายใจหอบถี่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษสวาทรีบใช้มือดันแผงอกของเขาออกเพื่อจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย
"ใคร?" อาคเนย์ตะโกนออกไป น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี
"ฉันเอง... อาคเนย์" เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดังลอดเข้ามาจากด้านนอก "ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของนายสินะ... แต่เรื่องที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อสามปีก่อน มันถึงเวลาต้องสะสางให้จบเสียที"
สิ้นเสียงนั้น รินรดาก็สังเกตเห็นแววตาของอาคเนย์ที่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวธรรมดา แต่มันคือความแค้นฝังหุ่นที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่อย่างน่ากลัว ชายหนุ่มละสายตาจากเธอชั่วขณะ ก้าวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องมืดออกไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนในเงามืด
แสงไฟสลัวจากหน้าร้านเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้ม ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวมองตรงมาที่อาคเนย์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"ไม่ได้เจอกันนานนะ... 'ภาคิน'" อาคเนย์เอמהชื่อนั้นออกมาทีละคำด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกเสียจนรินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังยังต้องขนลุกซู่
คู่แข่งเก่าคนสำคัญ... ผู้กุมความลับดำมืดในอดีตของอาคเนย์ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ณ ที่แห่งนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 24
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!