กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นไวน์แดงราคาแพงในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อ "ธน ภัทร" คู่แข่งทางธุรกิจและเงาสีดำจากอディต ยืนขวางประตูทางออกด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น สายตาคู่นั้นกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความกระหายใคร่รู้ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ที่ยืนบังขวางหน้าหญิงสาวไว้อีกที
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณที่นี่... อาคเนย์ หรือว่าช่างภาพรางวัลระดับโลกคนนี้ จะมีความลับเบื้องหลังที่ไม่อยากให้ใครขุดคุ้ยกันแน่นะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเยาะเย้ย รอยยิ้มบนมุมปากของธนภัทรเคลือบยาพิษอย่างเห็นได้ชัด
รินรดายืนตัวเกร็งอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของอาคเนย์ สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยตรรกะและเหตุผล ธนภัทรยื่นข้อเสนอให้เธอก่อนหน้านี้แล้ว หากเธอยอมส่งมอบแปลนลับและข้อมูลโปรเจกต์เครื่องกลล่าสุดให้ เขาจะเก็บเรื่องอดีตของอาคเนย์ไว้เป็นความลับ แต่ถ้าเธอปฏิเสธ... ชื่อเสียงและตัวตนของอาคเนย์รวมถึงสตูดิโอแห่งนี้จะต้องพังพินาศในชั่วข้ามคืน
สถานการณ์บีบคั้นให้เธอต้อง "เลือกข้าง" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ออกไปจากที่นี่ซะ ธนภัทร" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงอำนาจ และคุกคามจนอากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววดุดันราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"ใจเย็นน่า อาคเนย์ คุณไม่อยากรู้เหรอว่าคนสวยข้างหลังคุณเขากำลังคิดอะไรอยู่?" ธนภัทรหัวנסในลำคออย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "วิศวกรสาวผู้เที่ยงตรงคนนี้... เขากำลังชั่งน้ำหนักอยู่นะครับ ว่าระหว่างศักดิ์ศรีของคุณ กับอนาคตของโปรเจกต์นับร้อยล้าน เธอจะเลือกอะไร"
รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึก สายตาของอาคเนย์หันกลับมามองเธอช้าๆ แววตานั้นไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันลึกล้ำ เย้ายวน และเต็มไปด้วยความคาดหวังจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"มองผมสิ รินรดา" อาคเนย์ก้าวถอยหลังเข้ามาชิดเธอจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับอกแกร่ง กลิ่นกายบุรุษผสมกับความดุดันแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมร่างเธอไว้จนหมดสิ้น มือใหญืเอื้อมมาจับคางสลักเสลาของเธอให้เงยขึ้นสบตา "คุณจะเลือกมัน... หรือจะเลือกผม?"
สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ไปตามแนวขากรรไกรของเธอนั้นร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟ ความตึงเครียดภายนอกห้องถูกตัดขาดด้วยแรงดึงดูดอันมืดมนและเร่าร้อนที่อาคเนย์จงใจใช้ครอบงำเธอ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยมีแต่เหตุผลและตัวเลขกำลังถูกแผดเผาด้วยสัมผัสและแววตาสั่นประสาทของชายตรงหน้า
"ฉัน..." รินรดาเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากเย็น ริมฝีปากสั่นระริก
"อย่าลังเลครับ" อาคเนย์กระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเธอขนลุกชัน "บอกมันไป... ว่าคุณเป็นของใคร"
ธนภัทรที่ยืนมองภาพนั้นเริ่มหุบยิ้ม สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเสน่ห์ของอาคเนย์กำลังครอบงำหญิงสาวจนหมดสิ้น "รินรดา คุณกำลังทำลายอนาคตตัวเองนะ!"
รินรดาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วหันไปเผชิญหน้ากับธนภัทรด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้น เธอตัดสินใจแล้ว... และเธอเลือกที่จะเดินเข้าสู่กองไฟดวงนี้ด้วยความสมัครใจ
"ฉันไม่สนใจข้อเสนอของคุณทั้งนั้น ธนภัทร เชิญออกไปจากห้องของพวกเราได้แล้ว" คำพูดเด็ดเดี่ยวของเธอดังชัดเจน ทำให้ธนภัทรหน้าเสีย ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูเสียงดังสนั่น
ปัง!
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดายังไม่ทันได้ถอนหายใจโล่งอก ร่างของเธอก็ถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งที่ทรงพลังกว่าเดิม อาคเนย์ไม่รอช้าที่จะลงโทษความกล้าหาญของเธอ เขาต้อนเธอจนแผ่นหลังแนบติดกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง มือหนาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
"เก่งมาก... เด็กดี" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใด ริมฝีปากร้อนจัดของอาคเนย์ก็ทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ รสจูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวง อำนาจ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนทำให้เธอแทบละลายคาอ้อมแขน ลิ้นร้อนชุกชอนเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาสส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าร่างกายของเธอกลับตอบสนองสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างรวดเร็ว
มือใหญ่อีกข้างไม่ปล่อยให้ว่างเว้น มันเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานอย่างอารมณ์ร้อน สัมผัสที่หนักหน่วงและจาบจ้วงทำให้ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวไปหมด อาคเนย์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มด้วยอารมณ์เสน่หาของเธอ
"คุณทำให้ผมคลั่ง รินรดา..." เขาคำรามเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงจางๆ สัมผัสวาบหวามที่ไล่ต่ำลงเรื่อยๆ ทำให้วิศวกรสาวผู้เคยเย็นชาต้องแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดถูกหลอมละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและไฟปรารถนาที่โหมกระหน่ำระหว่างคนทั้งสองในห้องปิดตายแห่งนี้
ทว่า... ในวินาทีที่มือหนากำลังจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออก เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบขัดจังหวะความสุขสม
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
อาคเนย์ชะงักกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด รินรดาสعดุ้งสุดตัวและพยายามดันอกเขาให้ออกห่าง แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อย เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและดุดันเป็นที่สุด
"อย่าเพิ่งไปไหน... รอผมตรงนี้"
อาคเนย์ผละตัวออกไปเปิดประตูด้วยใบหน้าถมึงทึงพร้อมจะฆ่าคน แต่เมื่อเขาเปิดประตูออกและก้มลงมองซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกสอดไว้ที่พื้นหน้าห้อง โดยไม่มีเงาของใครยืนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว ร่างสูงก็ต้องชะงักค้าง แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนสงสัยทันทีที่เห็นภาพถ่ายใบแรกที่ร่วงหล่นออกมาจากซองนั้น... ภาพถ่ายในอดีตที่ควรจะถูกฝังกลบไปตลอดกาล!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในวังวนเสน่หานี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 25
แรงกดดันจากภายนอก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!