หยดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่บนกรอบหน้าต่างห้องพักปลายผา ส่งเสียงกระทบกระจกเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันกลับดังกลบเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยความตื่นตระหนกของรินรดาไม่ได้แม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ที่ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวราวกับพายุฝนด้านนอก ทำให้ห้องแคบๆ ดูแคบลงไปถนัดตา เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทของเขาชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำ แผ่นอกกว้างกระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจที่หนักหน่วง ดวงตาคมก్రిบหลังกรอบเลนส์แว่นสะท้อนเงาของเธอ ชัดเจน ดุดัน และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้จนแทบระเบิด
"คุณเข้ามาได้ยังไง... รินล็อกประตูแล้วนะ" เสียงของวิศวกรสาวขาดห้วง สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่เป็นท่า แม้เธอจะพยายามพยุงหน้ากากความเย็นชาไว้แค่ไหน แต่เมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นไอร้อนชื้นปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นฝนลอยเข้าแตะจมูก กำแพงตรรกะทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา
"ประตูไม้เก่าๆ แค่นั้น รินคิดว่าจะหยุดผมได้จริงๆ หรือครับ" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยความร้อนรุ่มที่แผดเผา เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตเปียกชื้นออกอย่างไร้ความลังเล เผยให้เห็นแผ่นอกกำยำภายใต้เสื้อยืดสีเข้มที่แนบเนื้อจากละอองฝน มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ทันทีที่เธอทำท่าจะถอยหนี แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดและมั่นคงจนไม่มีทางดิ้นหลุด "หนีผมทำไม... รินรดา"
"รินไม่ได้หนี อาคเนย์... ปล่อยมือรินนะ" เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "เราเคลียร์กันจบแล้วที่โรงงาน... คุณได้สิ่งที่คุณต้องการไปแล้ว"
"สิ่งที่ผมต้องการยังไม่ได้เริ่มต้นเลยต่างหาก"
คำพูดนั้นกระซิบแผ่วเบaอยู่ข้างริมฝีปาก ก่อนที่อาคเนย์จะกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกของเธอแนบชิดกับแผงอกร้อนระอุของเขา ความเย็นจากสายฝนภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านระหว่างผิวกาย แรงปะทะระหว่างอำนาจเถื่อนของช่างภาพหนุ่มกับความดื้อรั้นของวิศวกรสาวปะทุขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ปิดตาย รินรดาเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยคำปฏิเสธ แต่รสจูบที่ทาบทับลงมาอย่างไร้การ
อาคเนย์ไม่ได้ร้องขอ เขาเข้าครอบครอง เรียกร้อง และบดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยความกระหายที่อดกลั้นมานาน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากัน รสชาติของความดุดันและหึงหวงปะปนอยู่ในสัมผัสที่ลึกซึ้งจนสมองของรินรดาขาวโพลน มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยบังคับให้อับจนหนทางหนี นิ้วเรียวสอดเข้า1ระหว่างกลุ่มผมชื้นน้ำฝน ขณะที่เรียวปากถูกรุกรานอย่างเอาแต่ใจจนต้องเผยอรับสัมผัสวาบหวามที่สั่นสะท้อนไปถึงกระดูกสันหลัง
ความโกรธขึงในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอย่างไร้เหตุผล รินรดายกมือขึ้นกำสาบเสื้อยืดของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวและยึดมั่นในตรรกะ กลับอ่อนระทวยลงภายใต้วงแขนที่โอบกอดเธอไว้ราวกับเครื่องพันธนาการอันทรงพลัง เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงฝนสาดส่องภายนอก
เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ รินรดาหอบหายใจโยนตัวซบลงกับลาดไหล่กว้าง ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำใสจากความวูบไหว อาคเนย์ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งกดสูดดมความหอมหวานที่เขากระหาย มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทำงานของเธอทีละเม็ดอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น ทุกสัมผัสที่ลูบไล้ผ่านผิวเนื้อเปลือยเปล่าเรียกเสียงครางแผ่วเบาจากลำคอระหง ร่างกายของทั้งคู่สั่นเทาด้วยแรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำ
บนเตียงนอนแคบๆ ในคืนที่สายฝนโปรยปราย อาคเนย์ไม่ได้ใช้เพียงความดุดันเข้าครอบครอง แต่เขากลับใช้ปลายนิ้ว รสจูบ และสัมผัสที่ลึกซึ้ง ถักทอความเปราะบางของเธอกับความดาร์กในตัวเขาเข้าด้วยกัน รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งเสน่หาที่เขาเป็นผู้ควบคุมทิศทาง ทุกครั้งที่ร่างหนาสอดประสานเข้าหา ความเจ็บปวดแปลบปลาบในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามล้ำลึกที่แผดเผาจนแทบหลอมละลาย เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่าน ขณะที่อาคเนย์โน้มตัวลงกระซิบคำพร่าเลือนชิดริมหู ถ้อยคำที่ดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยความหลงใหล ทำให้ความกลัวทั้งหมดพังทลายลง เหลือเพียงความไว้วางใจอันเปราะบางที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางคราบน้ำตาและความสุขสม
แสงเทียนวับแวมจากมุมห้องส่องกระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดกัน ลมหายใจที่หอบเหนื่อยค่อยๆ สงบลงเหลือเพียงจังหวะสม่ำเสมอ รินรดานอนซบอยู่บนลาดไหล่หนา นิ้วเรียวของอาคเนย์ไล้เกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของเธออย่างทะนุถนอม ซึ่งเป็นมุมมองที่ภาพถ่ายเลนส์ไหนก็ไม่มีวันบันทึกความรู้สึกนี้ไว้ได้
"ยังคิดจะหนีผมไปไหนอีกไหมครับ... รินรดา" เสียงทุ้มกระซิบถามเบาๆ พร้อมกับกระชับวงแขนกอดร่างนุ่มให้แน่นขึ้น
วิศวกรสาวหลับตาลง ซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นนั้นอย่างยอมจำนน เธอยังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบสงบในห้องลงทันที พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน
"คุณรin! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ! ทางสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งด่วน... เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้ว!"
อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาลุกขึ้นนั่งพรวดด้วยความตกใจ ความหวาดระแวงสายใหม่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 23
สิ่งที่กล้องบันทึกไม่ได้
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!