เสียงคำรามทุ้มต่ำของเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ในห้องโดยสารแคบๆ ดังแข่งกับเม็ดฝนที่สาดซัดกระแทกหลังคารถกระบะลุยป่ารุ่นเก่า การเดินทางที่ไร้ทิศทางไม่ได้เป็นเพียงแค่การหนีตายอย่างที่รินรดาคิดไว้ตั้งแต่แรก แต่มันคือการพุ่งเข้าใส่ปากเหวที่พวกเราขุดหลุมรอไว้ด้วยกันเอง รอยกระสุนนัดล่าสุดที่ฝังอยู่บนกระจกมองข้างยังคงส่งเสียงเตือนสติในหัวของผมว่า เกมนี้ไม่มีที่ว่างให้ความลังเลใจอีกต่อไปแล้ว
ผมเหลือบสายตาคมกริบมองร่างบางที่นั่งตัวเกร็งอยู่เบาะข้างๆ แสงไฟนีออนสลัวจากปั๊มน้ำมันร้างริมทางส่องกระทบใบพักตร์ด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน รินรดากำลังสั่น—ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนーブจากสายฝนโปรดปรายภายนอก แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่ว่า ภาพถ่ายทุกใบที่ผมลั่นชัตเตอร์บันทึกไว้ มันคือหลักฐานมัดตัวที่พวกมันต้องการจะแย่งชิง แม้ว่าเธอจะพยายามสวมหน้ากากความเย็นชาและตรรกะเหตุผลมากลบเกลื่อนความเปราะบางมากแค่ไหน แต่สัญชาตญาณดิบของเธอก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวทั้งศัตรูที่ไล่ล่า และหวาดกลัวผู้ชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยอย่างผม
"คุณกำลังคิดว่าฉันเป็นคนพาคุณเดินมาตายใช่ไหม, อาคเนย์"
น้ำเสียงหวานที่เจือความสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอหันมาสบตาผม แววตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
ผมหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าหลบใต้เพิงพักร้างของโรงงานไม้เก่าเพื่อตัดขาดจากสายตาของรถที่ขับตามหลังมา เครื่องยนต์ถูกดับลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและเสียงเม็ดฝนที่โถมกระหน่ำสาดใส่ตัวถังรถราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นระส่ำ
ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอในทันที ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้าหาช้าๆ แรงกดดันจากตัวตนของผมแผ่ซ่านปกคลุมพื้นที่แคบๆ จนแทบไม่เหลือออกซิเจน มือหนาเอื้อมไปคว้าปลายคางมนของเธอไว้ด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด บังคับให้ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นมารับสายตาที่ดุดันและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงในเตาหลอม
"คุณคิดผิดแล้ว, รินรดา..." ผมกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น "ผมไม่ได้พาคุณมาตาย... แต่ผมกำลังพาคุณเข้ามาในอาณาจักรที่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้นต่างหาก"
"ปล่อยนะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนีและใช้มือผลักไดอกแกร่งของผมเอาไว้ แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับอำนาจเถื่อนที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่สะสมมาตลอดการเดินทาง "เรากำลังหนีพวกมันอยู่นะอาคเนย์ ทำไมคุณถึงยังมีอารมณ์มาเล่นเกมบ้าๆ แบบนี้อีก!"
"ใครบอกว่าผมเล่น?" แววตาของผมเข้มขึ้นจนเกือบดำสนิท "ตั้งแต่ก้าวขึ้นรถคันนี้มาด้วยกัน มีสิ่งเดียวที่ผมสนใจ... และมันไม่ใช่เรื่องของพวกมันข้างนอกนั่น"
ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านกรอบหน้าเนียนละเอียดอย่างจงใจ แวะผ่านริมฝีปากอุ่นที่สั่นระริกก่อนจะลากลงมาตามลำคอระหงที่ชีพจรเต้นเร่าระรัวใต้ผิวเนื้อ ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทางหลอมรวมกลายเป็นแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงและป่าเถื่อน รินรดาหายใจติดขัด หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความโกรธขึงในแววตาของเธอเริ่มสั่นคลอน ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่เธอพยายามต้านทานมาตลอด
ผมไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ตั้งกำแพงขึ้นมาอีกครั้ง ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงบนเรียวปากอุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่ดุดัน บีบคั้น และเรียกร้อง ราวกับต้องการลบเลือนความหวาดกลัวทั้งหมดออกไปด้วยรสสัมผัสอันวาบหวาม
รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเล็กที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อแจ็คเก็ตหนังของผมแน่น เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมบดขยี้เรียวปากเธอนุ่มนวลสลับกับดุดัน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่เธอพยายามซ่อนเร้น กลิ่นอายของความอันตรายผสมผสานกับความหอมหวานเฉพาะตัวของเธอ ทำให้สติที่เหลืออยู่ของผมขาดผึ่งลงอย่างสิ้นเชิง
มือหนาเลื่อนสอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง สัมผัสกับผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวราวกับไฟ ร่างบางสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วซุกซนสัมผัสถูกส่วนโค้งเววสัดส่วนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าทำงานตัวเก่ง เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเธอดังแข่งกับเสียงฝนภายนอก กลายเป็นดนตรีประกอบจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"อาคเนย์... อื้อ..." เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาเมื่อผมขบเม้มติ่งหูและซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกโชนไปด้วยไฟสวาท รินรดายอมจำนนต่อสัมผัสของผมอย่างสมบูรณ์แบบ มือเรียวขยำเส้นผมของผมแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นชาและตรรกะเหตุผลทั้งหมดที่เธอเคยยึดมั่น พังทลายลงไม่เป็นท่าภายใต้แรงอารมณ์ที่ผมเป็นผู้ชี้นำ
ในพื้นที่ปิดทึบที่มีเพียงไออุ่นจากร่างกายของเราสองคน ความเร่าร้อนดำเนินไปอย่างลึกซึ้งและไร้ขอบเขต ทุกสัมผัสคือการประกาศความเป็นเจ้าของ ทุกรอยจูบคือพันธนาการที่ไม่อาจหลุดพ้น รินรดาแอ่นกายเข้าหาความอบอุ่นจากผมอย่างลืมตัว ความยินยอมพร้อมใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหลอมรวมความตึงเครียดของสถานการณ์ภายนอกให้กลายเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้
แต่ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระคนกัน เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากภายนอกรถก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
*กริ๊ก...*
ไม่ใช่เสียงฝน และไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์
ผมชะงักกᱽนดึงสติกลับมาในเสี้ยววินาที ร่างกายตื่นตัวเต็มที่ด้วยสัญชาตญาณนักล่า มือข้างหนึ่งละจากเอวบางแล้วเอื้อมไปคว้าด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้เบาะอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงรินรดาเข้ามากอดแนบอกเพื่อบังร่างเธอไว้จากกระจกด้านข้าง
ความมืดมิดนอกกระจกรถที่เคยว่างเปล่า บัดนี้กลับปรากฏเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงมา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนกระจกฝ้าที่ถูกไอความร้อนจากข้างในละลายจนมองเห็นภายนอกรางๆ
ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบแตะเข้ากับกระจกรถฝั่งคนขับอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งที่ดังสะท้านเข้ามาในความเงียบ
"เจอตัวแล้ว... ช่างภาพผู้รักความสันโดษ" เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกดังทะลุสายฝนเข้ามา ทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วงไปทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางฝ่าพายุอารมณ์มาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 22
ความปรารถนาไร้พรมแดน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!