“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากเห็นเลือดสาดเต็มพื้นห้อง”
เสียงทุ้มต่ำที่กร้าวไปด้วยอำนาจและเย็นเยียบประดุจใบมีดโกนอาบน้ำแข็งไม่ได้มาจากคนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็น 'อาคเนย์' เองที่คว้าปืนพกกระบอกดำสนิทใต้หมอนขึ้นมาประทับข้างแก้วหู เขาไม่ได้มองหน้าผม แต่ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีกลับจ้องเขม็งไปที่บานกระจกเงาบานใหญ่ซึ่งสะท้อนให้เห็นร่างเงาตะคุ่มของใครบางคนที่กำลังงัดแงะบานหน้าต่างระเบียงห้องพัก
รินรดาตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม มือเรียวคว้าแขนกำยำของเขาไว้แน่น ความเย็นเยียบของเหล็กปืนที่สัมผัสผิวแก้มผมมันช่างขัดแย้งกับไอระอุของร่างกายนางเอกที่สั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอด ผมส่งสายตาเป็นเชิงสั่งให้เธอเงียบ ก่อนจะดีดตัวลุกจากเตียงด้วยความคล่องแคล่วราวกับเสือชีตาห์ที่เตรียมตะปบเหยื่อ
*ปัง!*
เสียงกระสุนปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้องพักราคาแพง แต่ไม่ใช่การยิงใส่คน แต่เป็นการยิงถากไปที่ขาตั้งกล้องตัวโปรดของผมที่วางพิงผนังจนมันล้มคว่ำลงไปพร้อมกับเสียงร่างที่ร่วงลงสู่พื้นระเบียงด้านนอก
“เก็บของ... ริน ตอนนี้!” ผมตวาดเสียงต่ำพลางคว้าเสื้อแจ็คเก็ตหนังมาสวมทับโดยไม่สนกระดุม มือหนาคว้าข้อมือเล็กของรินรดาที่ยังดูสับสนและตื่นตระหนก “ถ้าไม่อยากตายที่นี่ ก็ลุกขึ้นมา!”
การเดินทางที่ไร้ทิศทางเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนั้น ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนที่ไร้แสงดาว รถสปอร์ตคันหรูของผมพุ่งทะยานออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายเปลี่ยวที่ตัดผ่านหุบเขา รินรดานั่งเงียบเชียบอยู่เบาะข้างๆ ใบหน้าเนียนใสของเธอซีดเผือด แต่ทว่าแววตาที่มองตรงไปข้างหน้ากลับมีความเด็ดเดี่ยวบางอย่างที่ผมเพิ่งเคยเห็น
“คุณซ่อนอะไรไว้กันแน่ อาคเนย์” เธอถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความกดดัน “ภาพถ่ายพวกนั้น... คนพวกนั้นที่ตามคุณ... พวกเขาไม่ใช่แค่พวกขโมยธรรมดา”
ผมเหยียบคันเร่งจนเข็มไมล์ตีกลับ เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว “อย่ารู้เลยริน มันจะทำให้คุณปลอดภัยกว่าถ้าคุณคิดว่าผมเป็นแค่คนบ้าที่ถือกล้องถ่ายรูป”
“ฉันเป็นวิศวกร... ฉันเชื่อในหลักฐานมากกว่าคำโกหก” เธอหันมามองผม แววตานั้นท้าทายจนผมต้องหักพวงมาลัยเข้าข้างทางอย่างแรงจนรถไถลเข้าจอดสนิทใต้เงาไม้ใหญ่กลางป่าลึก ความมืดมิดในรถหนาแน่นจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่ระเหยออกมาจากตัวเราทั้งคู่
ผมโน้มตัวเข้าไปหาเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ระหว่างพนักเบาะกับแผงอกกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดใบหน้าหวาน “งั้นพิสูจน์สิริน... พิสูจน์ด้วยตาของคุณเองว่าข้างหลังเลนส์กล้องของผมมันมีความลับอะไรที่ทำให้คุณสั่นไปถึงขั้วหัวใจได้ขนาดนี้”
มือหนาเลื่อนเข้าไปใต้ปกเสื้อเชิ้ตของเธอ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนียนละเอียดที่ร้อนรุ่ม รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ไม่มีทีท่าว่าจะผลักไส เธอสบตาผมด้วยความดื้อรั้นที่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิดกั้น บรรยากาศในรถเปลี่ยนจากความตึงเครียดของสถานการณ์ไล่ล่า กลายเป็นแรงดึงดูดทางเพศที่ดุดันและรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
ริมฝีปากของผมบดเบียดลงไปบนกลีบปากนุ่มนั้นอย่างหิวกระหาย เป็นการจูบที่ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความโหยหาและความดิบเถื่อนที่ถ่ายทอดผ่านรสสัมผัส รินรดาร้องอือในลำคอ มือเล็กจิกเข้าที่ไหล่ของผมจนเล็บแทบจะจมลงไปในเนื้อ รสชาติของความเสี่ยงที่รายล้อมอยู่ภายนอกรถทำให้บทรักในพื้นที่แคบนี้ยิ่งเร่าร้อนและบ้าคลั่งกว่าครั้งไหนๆ
ผมถอนจูบออกเพียงเล็กน้อยเพื่อมองดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือไปด้วยแรงอารมณ์ “จำไว้นะริน... ต่อให้โลกนี้จะพังทลายลงตรงหน้า แต่ในนาทีนี้ คุณเป็นของผม และผมก็เป็นเจ้าชีวิตของคุณ”
“คุณมันเผด็จการ...” เธอหอบหายใจถี่พลางยิ้มเยาะที่มุมปาก แม้จะหวาดกลัวต่อสถานการณ์รอบข้าง แต่เธอก็ยอมให้ผมครอบครองจนหมดสิ้น
ทว่า... ในวินาทีที่ผมกำลังจะทวงคืนความสุขสมที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากฝั่งคนขับกลับทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ผมชะงักกึก สัญชาตญาณนักล่าเตือนภัยถึงอันตรายที่อยู่ใกล้กว่าที่คิด
เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ข้างกระจกพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ แสงไฟจากหน้าปัดรถส่องกระทบใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจน... มันไม่ใช่ศัตรูที่ตามไล่ล่าผมมาตลอดทาง แต่เป็นคนสนิทที่สุดที่ผมเคยคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ห้าปีก่อน
เขาชูรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาแปะกับกระจก มันคือภาพถ่ายของผมกับรินรดาที่เพิ่งถูกถ่ายในรถเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน... ทั้งที่ไม่มีใครในโลกนี้ควรจะเข้าถึงตัวเราได้ในระยะประชิดขนาดนี้
“เกมสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะครับ... คุณอาคเนย์” เสียงแหบพร่าจากชายปริศนาหน้ากระจกดังผ่านเข้ามาเบาๆ ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืด พร้อมกับสัญญาณไซเรนรถตำรวจที่ดังแว่วมาแต่ไกลจากทิศทางที่เราเพิ่งขับผ่านมา
รินรดามองดูรูปถ่ายที่ยังติดอยู่ที่กระจกด้วยความตื่นตระหนก ส่วนผม... ผมได้แต่กระชับปืนในมือแน่นขึ้น พลางรับรู้ได้ทันทีว่าการเดินทางที่ไร้ทิศทางในครั้งนี้ มันไม่ได้เป็นเพียงการหนีตาย แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ และพวกเราก็กำลังเดินเข้าสู่ศูนย์กลางของพายุคลั่งนั้นอย่างเต็มใจ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนในวังวนแห่งรักนี้ไปพร้อมกับผมนะครับทุกคน
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 21
การเดินทางที่ไร้ทิศทาง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!