วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 20

รอยแผลที่เห็นได้ชัด

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งที่ดังแทรกเข้ามาในความมืด พร้อมกับข่าวสารเรื่องพัสดุกู้ซากอดีตเมื่อสี่ปีก่อน เปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ถูกทุ่มลงกลางกองไฟแห่งอารมณ์ อาคเนย์นิ่งงัน ร่างกายสูงใหญ่ที่เคยแผ่อำนาจกดดันและกักขังรินรดาไว้ใต้ร่าง ชะงักค้างไปในเสี้ยววินาทีที่ความจริงอันเจ็บปวดพยายามกระชากเขากลับสู่หลุมดำแห่งอดีต ดวงตาคมกริบทอประกายวับวววโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงของหญิงสาวที่ยังคงนอนแนบอยู่ใต้ร่างของเขา รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากร่างกายของช่างภาพหนุ่มผู้ดิบเถื่อน เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นกำแพงความเย่อหยิ่งและดุดันของเขาเกิดรอยร้าว "อาคเนย์..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา มือเรียวที่เคยต่อต้าน ค่อยๆ ยกขึ้นแตะลงบนแผงอกกว้างที่มีอัตราการเต้นของหัวใจรัวเร็วอย่างผิดปกติ สัมผัสจากปลายนิ้วของเธออุ่นซ่าน ทว่ามั่นคง เป็นการสื่อสารทางกายภาพที่ปราศจากคำพูดใดๆ แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าคำปลอบโยนร้อยแปด อาคเนย์หันกลับมามองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและร่องรอยแห่งความลุ่มหลง แววตาของเขาดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความเปราะบางที่พยายามซ่อนเร้น มือหนาข้างหนึ่งละจากการตรึงข้อมือบาง เลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าของเธอไว้ นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านปาดคราบน้ำตาออกให้อย่างเบามือ ราวกับเผลอไผลไปกับความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยหยิบยื่นให้ใคร "คุณไม่ต้องออกไปรับมันหรอกครับ..." รินรดากระซิบชิดริมฝีปากหยักหนาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความรู้สึกเจ็บปวดจากรอยแผลที่เขาสร้างไว้บนเรือนร่าง ถูกแทนที่ด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง เธอสัมผัสได้ถึงปีศาจร้ายในตัวเขาที่กำลังแผดเผาเขาจากภายใน "ปล่อยมันไปเถอะครับ อาคเนย์... อดีตมันผ่านไปแล้ว" "มันไม่เคยผ่านไป..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยพิษสงแห่งความแค้นและความทรงจำอันดำมืด "ไอ้พวกเวรนั่นมันพรากทุกอย่างไปจากผม... และผมต้องรู้ว่าหลักฐานบ้าอะไรที่มันส่งมา" เขากำลังจะผละกายลุกขึ้น แต่รินรดากลับรั้งต้นคอหนาของเขาลงมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี หญิงสาวสลัดความกลัวและความเจ็บปวดทิ้งไปชั่วขณะ เผชิญหน้ากับความดุดันของเขาด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาจะเยียวยา ริมฝีปากนุ่มประทับลงบนริมฝีปากหนาที่เม้มแน่นอย่างดุดัน เป็นจูบที่ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ แต่เต็มไปด้วยการเว้าวอนและการยอมจำนนจากหัวใจ อาคเนย์ชะงักงัน รสชาติหวานล้ำที่ปะปนกับความเค็มปร่าของน้ำตา ทำให้สติที่เกือบหลุดลอยกลับมาจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกันในความมืดของห้องสตูดิโอ ความเร่าร้อนครั้งใหม่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความใคร่หรือการลงทัณฑ์เหมือนเช่นเคย หากแต่มันถูกขับเคลื่อนด้วยความโหยหา การเยียวยา และการโอบกอดความเจ็บปวดของกันและกัน รินรดายอมให้เขาครอบครองเรือนร่างอีกครั้งด้วยความเต็มใจ ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มเข้ามากลบเกลื่อนความหนาวเหน็บในใจ รอยแผลที่เขาทิ้งไว้บนผิวเนื้อกลายเป็นเครื่องเตือนใจว่า พวกเขาต่างก็เป็นมนุษย์ผู้มีแผลเป็นในใจไม่ต่างกัน เสียงครางต่ำในลำคอของอาคเนย์ยามที่เขาสอดประสานกายเข้าหาด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่ลึกซึ้ง เต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน ท้องฟ้าข้างนอกมืดสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่และเสียงผิวเนื้อกระทบกันเบาๆ เป็นดนตรีประกอบความสัมพันธ์อันตรายที่สั่นประสาท รินรดากรอกตาขึ้นฟ้า จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายทั้งสองร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางคราบน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ไหลริน ในห้วงเวลาแห่งความสุขสมที่ระเบิดออก อาคเนย์ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อพร้อมกับเสียงกระซิบที่สั่นพร่าข้างใบหู "คุณทำให้ผมอ่อนแอ... รินรดา..." เขากอดรัดร่างบางไว้แนบอก ปล่อยให้เวลาหยุดเดินชั่วขณะท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน ทว่า ความสงบสุขนั้นกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ด้านนอกประตูกระจกบานเดิมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเคาะที่รัวเร็วกว่าเดิมราวกับต้องการพังมันเข้ามา และเสียงทุ้มต่ำของบุคคลปริศนาคนเดิมที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตระหนก "คุณอาคเนย์ครับ! แย่แล้ว... พัสดุด่วนกล่องนั้นไม่ใช่หลักฐานธรรมดา แต่มันคือรูปถ่ายใบสุดท้าย... รูปถ่ายของคนที่คุณรักที่สุดเมื่อสี่ปีก่อน... และตอนนี้ คนที่ส่งมันมา กำลังยืนรอคุณอยู่หน้าตึกฝั่งตรงข้าม!" อาคเนย์ผุดลุกขึ้นจากเตียงในทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที รินรดารีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนทาบทับผ่านกระจกเข้ามาอย่างช้าๆ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันเร่าร้อนและซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%