วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 19

คำสารภาพในความมืด

ผลงานโดย ภูริศร์
แผ่นฟิล์มกระจกราคาแพงสะท้อนภาพเงาของความจริงที่รินรดาไม่เคยคาดคิดมาก่อน ภาพถ่ายนับร้อยใบที่ถูกตรึงไว้บนผนังห้องมืดด้วยหมุดเหล็ก ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลงานศิลปะรางวัลระดับโลกตามที่สื่อมวลชนเคยยกย่อง แต่มันคือ "หลักฐาน" ชิ้นสำคัญของความผิดบาป ความสูญเสีย และรอยแผลเป็นในอดีตที่อาคเนย์จงใจเก็บซ่อนไว้ใต้เงาแสงสลัว "อาคเนย์..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ "นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้องมืด มีเพียงเสียงเครื่องกรองอากาศและเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นระรัวแข่งกับความตึงเครียด อาคเนย์ไม่ได้ขยับหนี เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางช้าๆ ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นกายผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาอัดภาพและบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นด้วยมวลอารมณ์อันดุดัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดำมืดลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า มือหนายื่นออกไปปัดผ่านกลุ่มผมสลวยของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากุมรอบลำคอระหงไว้หลวมๆ แรงกดเพียงเล็กน้อยที่ส่งมาจากฝ่ามือของเขาทำให้รินรดาสัมผัสได้ถึงอำนาจคุกคามที่สั่นประสาท "เธออยากรู้ความจริงเหรัอรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "ความจริงที่เธอพยายามวิ่งหนีมาตลอด... และเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงต้องดึงเธอก้าวเข้ามาในวังวนบ้าๆ นี่" รินรดาพยายามยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเสือร้าย อาคเนย์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้กับผนังห้อง เล็บคมจิกเข้าหาฝ่ามือเพื่อเรียกสติ แต่มันกลับยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความหวาดหวั่นและแรงปรารถนาอันตรายที่เธอเกลียดชังตัวเองนักที่เผลอไผลไปตามสัมผัสนั้น "ปล่อยฉัน อาคเนย์ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" เธอกัดฟันกรอด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้เอาเรื่องราวความเจ็บปวดของคนอื่นมาทำเป็นงานศิลปะโรคจิตแบบนี้!" "ศิลปะงั้นเหรอ?" มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหยียดหยาม ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ภาพพวกนั้นไม่ใช่ศิลปะรินรดา แต่มันคือ 'ตราบาป' ที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อเตือนใจตัวเอง... ว่าฉันคือคนที่ปล่อยให้เหตุการณ์เลวร้ายวันนั้นเกิดขึ้น" คำพูดนั้นสะกิดเข้าที่กลางใจของวิศวกรสาวจนลมหายใจสะดุด รินรดาชะงักกึก ความเกรี้ยวกราดในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนระคนตกใจ เมื่อกวาดสายตากลับไปมองภาพถ่ายบนผนังอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดสลัว เธอเพิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดในภาพเหล่านั้น... มันคือห้องเครื่องยนต์ของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในคืนที่เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่เมื่อสี่ปีก่อน เหตุการณ์ที่พรากชีวิตพี่ชายแท้ๆ ของเธอไปอย่างไร้ร่องรอย และเป็นแผลเป็นในใจที่เธอไม่เคยลืมเลือน "คุณ..." เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอ เมื่อสมองเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน "คุณอยู่ในคืนนั้นด้วยเหรอ... อาคเนย์ คุณคือคนคนนั้น?" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกและขื่นขม เขาคลายมือที่ตรึงข้อมือเธอออก แต่เปลี่ยนเป็นโอบกอดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า "ใช่... ฉันคือคนที่ถือกล้องบันทึกภาพทุกวินาทีในขณะที่โรงงานกำลังพังทลายลงมา" เสียงของเขาพร่าต่ำลงและเต็มไปด้วยความขมขื่น "ฉันคือช่างภาพสารคดีที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำข่าว แต่วันนั้น... ฉันเลือกที่จะกดชัตเตอร์แทนที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยพี่ชายของเธอ" ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาเหมือนมีดกรีดลงบนแผลสด รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเกลียดชังที่เคยมีพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เธอง้างมือขึ้นหมายจะตบหน้าผู้ชายสารเลวตรงหน้าให้หายแค้น แต่ทว่า... อาคเนย์เร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แล้วกระชากร่างเธอเข้าหาตัวอย่างแรงก่อนจะประกบจูบลงมาปิดริมฝีปากที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธของเธอทันที! มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือมีความหวานรื่นรมย์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ ดิบเถื่อน รุนแรง และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วงและขัดขืน แต่รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและเสน่หาอันตรายกลับทำให้เข่าของเธออ่อนยวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรง รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่ไหลรินผ่านมุมปากผสมผสานไปกับรสสัมผัสวาบหวาม อาคเนย์ผริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อส่งลมหายใจร้อนผ่าวเข้าไปในโพรงปากของเธอ มือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจปลุกเร้าอารมณ์ ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้านไปกับสัมผัสที่เธอทั้งปฏิเสธและโหยหาในเวลาเดียวกัน แรงต้านทานที่มีค่อยๆ มอดไหม้หายไป เหลือเพียงความเร่าร้อนของสัญชาตญาณดิบที่ครอบงำคนทั้งคู่ในความมืดมิด "หยุดนะ... อาคเนย์... อื้อ..." เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อมือหนาเลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วง พร้อมกับริมฝีปากที่ถอนออกมาจูบซับรอยน้ำตาที่แก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เปลี่ยนจากความรุนแรงมาเป็นความเย้ายวนชวนฝันทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "เกลียดฉันให้พอรินรดา..." อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ "เพราะต่อจากนี้... ฉันจะไม่ยอมให้เธอเดินหนีหายไปจากสายตาของฉันอีกแล้ว" ร่างสูงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย รินรดาเผลอใช้มือเรียวโอบรอบลำคอของเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น แววตาดุดันและเต็มไปด้วยความต้องการที่สะท้อนผ่านแสงสลัวของห้องมืดทำให้เธอยิ่งตระหนักว่า... พวกเธอกำลังก้าวข้ามเส้นAกั้นอันตรายที่ไม่มีทางหวนกลับไปได้อีกแล้ว อาคเนย์วางร่างบางลงบนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่กลางห้องมืด ร่างหนาทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือซอกคอขาวผ่อง มือหนาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีIละเม็ดอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันและบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกห้องมืดก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของบุคคลปริศนาที่ตะโกนแทรกเข้ามาในความเงียบ "คุณอาคเนย์ครับ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณจากต่างประเทศ ระบุว่าเป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่คุณตามหาเกี่ยวกับคดีเมื่อสี่ปีก่อน..." ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%