วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 18

ในกรงขังแห่งความเงียบ

ผลงานโดย ภูริศร์
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับบานไม้เนื้อแข็งราคาแพงนั้นกำลังจะแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงกระแทกจากภายนอกสะเทือนสะท้านเข้ามาถึงโครงสร้างเหล็กและปูนเปลือยภายในห้องพักสตูดิโอส่วนตัวของอาคเนย์ เสียงตะโกนเรียกชื่อเขารวมถึงคำสั่งเด็ดขาดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกห้องดังแทรกความเงียบงันขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้ รินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายกลับมารวมตัวกันในเสี้ยววินาที ร่างบางในชุดคลุมอาบน้ำเนื้อหนาก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้สัก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระンเด็นออกมานอกอก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันหมิ่นเหม่และอันตรายแค่ไหน การที่เธอมาอยู่กับเขาในสถานที่ปิดตายแห่งนี้ยามวิกาล ยิ่งมีตำรวจบุกมาเคาะห้อง ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาและคำถามนับร้อยที่เธอยังไม่มีคำตอบให้ใครทั้งสิ้น "อาคเนย์... ตำรวจ..." เสียงของเธอสั่นพร่า ดวงตาคู่นั้นฉายแววหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด ทว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย อาคเนย์ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เขายังคงคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ควันสีเทาจางลอยวนอยู่รอบกรอบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม ชายหนุ่มพ่นควันออกมาช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน ราวกับเสียงทุบประตูนั่นเป็นเพียงเสียงฝนตกปรอยๆ ภายนอกหน้าต่าง "พวกเขาไม่มีหมายค้น..." เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบลงชั่วขณะ แทนที่ด้วยเสียงสนทนาพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ อาคเนย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และทรงอำนาจจนน่าขนลุก "และต่อให้มี... พวกมันก็ไม่มีวันได้เข้ามาเหยียบในพื้นที่ของผม" "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! เปิดประตูให้พวกเขาเถอะ อาคเนย์ ถ้าพวกเขาพังเข้ามาแล้วเห็นฉันอยู่ที่นี่... คุณก็รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น!" รินรดาปรี่เข้าไปใกล้ พยายามจะคว้าลูกบิดประตูด้วยความร้อนรน ศักดิ์ศรีและหน้าที่การงานของเاريวิศวกรสาวค้ำคอเธออยู่ เธอยังมีอนาคตที่ต้องรักษา ไม่เหมือนเขาที่เป็นศิลปินนอกรีตผู้ไม่เคยแคร์สายตาใครในโลกใบนี้ หมับ! มือหนาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วดราวกับก้ามปู แรงบีบรัดหนักหน่วงแต่ไม่ถึงกับเจ็บ ทว่าเด็ดขาดจนเธอไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ อาคเนย์ดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวอย่างง่ายดาย กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่จางๆ กับความดิบเถื่อนตามธรรมชาติโชยเข้าแตะจมูก ปะทะกับความหอมละมุนจากผิวเนื้อสาวที่เพิ่งชำระล้าง "ปล่อยฉันนะ!" เธอตวาดเสียงแข็ง พยายามสะบัดข้อมือออกแต่ไร้ผล "ผมบอกแล้วไง ว่าไม่มีใครหน้าไหนพาคุณไปจากที่นี่ได้ทั้งนั้น..." อาคเนย์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้วเนียนจนรินรดาต้องเบี่ยงหน้าหนี "รินรดา... มองผม" "ไม่!" "มอง!" เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นดุดันและล้ำลึกราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนวิญญาณของเธอเข้าไปทั้งดวง แรงกดดันมหาศาลจากตัวตนของเขาแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นแม่เหล็กที่ดึงดูดและทำลายล้างในเวลาเดียวกัน "คุณคิดว่าตัวเองหนีพ้นเหรอ? ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในโลกหลังเลนส์ของผม... คุณก็เป็นของผม ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น อาคเนย์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง มืออีกข้างที่ว่างอยู่ช้อนท้ายทอยทุยสวยไว้มั่น รั้งใบหน้าหวานให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนหวานหรือลังเลเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันคือนิยามของความเร่าร้อน ดุดัน และการประกาศความเป็นเจ้าIนอย่างชัดเจน กลีบปากนุ่มถูกบดขยี้ด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นจากเสียงรบกวนภายนอก รินรดาครางประท้วงในลำคอ สมองที่เคยมีตรรกะและเหตุผลค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็นของเหลวใต้สัมผัสที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว ลิ้นร้อนแทรกซึมผ่านรอยแยกระหว่างริมฝีปาก กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือใหญ่เลื้อยลงมาตามแนวแผ่นหลังภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำ ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่สั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนา สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งกระด้างที่ผ่านการจับกล้องและงานช่างมาอย่างโชกโชน สร้างความเสียวซ่านจนรินรดาต้องเผลอจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว เสียงทุบประตูด้านนอกเริ่มเบาลง กลายเป็นเสียงวิทยุสื่อสารและเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ถอยห่างออกไปตามทางเดิน ราวกับพวกเขารับรู้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากห้องพักห้องนี้ หรืออาจเป็นเพราะอิทธิพลเบื้องหลังที่อาคเนย์มีอยู่ แต่วินาทีนี้... ทั้งโลกภายนอกได้ดับสลายลงไปหมดแล้ว เหลือเพียงพื้นที่สีเทาในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ ที่มีเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ อาคเนย์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้รินรดายืนหอบสะท้าน ใบหน้าหวานแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนเกินควบคุม เส้นผมที่หลุดลุ่ยเคลียคลออยู่ข้างแก้มยิ่งขับเน้นให้เธอดูเย้ายวนใจในแบบที่เขาไม่เคยแบ่งปันให้ใครได้เห็น เขายกนิ้วขึ้นเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนประหลาดที่ขัดแย้งกับแววตาดุดัน "เงียบแล้ว..." ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู รอรินรดาที่ยังคงยืนตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอด "ตอนนี้... ในโลกของผม มีแค่คุณกับผมเท่านั้น รินรดา" รินรดากัดริมฝีปากล่างแน่น หัวใจเต้นระทึกด้วยความหวาดกลัวต่อความรู้สึกของตนเอง เธอกำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับผู้ชายอันตรายคนนี้อย่างราบคาบ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันมหาศาลนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ตรงมุมห้อง... ภาพถ่ายนับร้อยใบที่ถูกตรึงไว้บนผนังมืดทึบ... ภาพของเธอในมุมเผลอ ภาพที่ถูกแอบถ่ายตั้งแต่วันแรกที่เยังไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ... และตรงกลางของผนังนั้น มีภาพถ่ายใบใหม่ล่าสุดถูกอัดขยายใหญ่จนเด่นชัด เป็นภาพเธอกำลังยืนเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้เงาสลัวในห้องนี้... โดยที่เธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าถูกบันทึกภาพไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่! ลมหายใจของรินรดาติดขัดขึ้นมาทันที ร่างกายที่เคยอ่อนยวบกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาปด้วยความตกใจขีดสุด "อาคเนย์..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ "นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในกรงขังแห่งความเย้ายวนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%