เสียงล็อกกลอนประตูห้องพักใจกลางเมืองดังขึ้นก้องกังวาน ราวกับเสียงตัดขาดโลกภายนอกและกักขังพวกเขาทั้งสองไว้ในกรงขังแห่งราคะที่ไม่มีทางหลบหนี
รินรดากลืนน้ำฝากลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยถูกกำกับด้วยตรรกะและเหตุผลทางวิศวกรรมกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ตรรกะทุกข้อที่เธอเคยยึดถือพังทลายลงในพริบตา เมื่อแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับบานประตูกั้น และเงาร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ก็ทาบทับลงมา ปิดกั้นทุกทางหนีทีไล่ แววตาคมกริบของช่างภาพหนุ่มมองต่ำลงมาที่ริมฝีปากสั่นระริกของเธอ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะในอุ้งมือ
"จำกฎของฉันได้ไหม รินรดา..." อาคเนย์กระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าจนขนลุกชัน "เวลาอยู่ต่อหน้าเลนส์ของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และตอนนี้... เลนส์ของฉันก็อยู่ในดวงตานี้แล้ว"
มือหนาและหยาบกร้านจากการจับกล้องและอุปกรณ์หนักหน่วงเอื้อมมาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่หนักแน่นจนไม่อาจขัดขืน รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาแข็งกร้าวที่เคยใช้ปกป้อง1ศักดิ์ศรีสั่นไหววับ เธอพยายามเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณมัน... คนเผด็จการ อาคเนย์ ปล่อยฉัน..."
"เผด็จการเหรอ?" อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทและเย้ายวนในคราเดียวกัน "ถ้าความเผด็จการของฉันมันทำให้เธอยอมครางชื่อฉันได้ทั้งคืน... ฉันก็ยอมเป็นคนชั่วในสายตาเธอ"
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดทันที ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ ไม่มีจังหวะให้ต่อรอง สัมผัสแรกดุดันและเร่าร้อนราวกับเปลวไฟที่โหมกระหน่ำใส่กองฟางแห้ง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อก่อนจะค่อยๆ อ่อนระทวยลงภายใต้รสจูบที่ทั้งดึงดูดและลงทัณฑ์ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มืออีกข้างที่ว่างจากการตรึงข้อมือของอาคเนย์เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว ลากไล้ผ่านเนื้อผ้าแนบเนื้อจนเธอสะấuทานด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
ความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันพังทลายลงทีละน้อย สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่ลูบไล้ไปตามสรีระเว้าโค้ง ปลุกเร้าความรู้สึกดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากวิศวกรสาวผู้เคร่งขรึม รินรดาเผลอเผยริมฝีปากต้อนรับสัมผัสของเขาอย่างไม่รู้ตัว มือที่ถูกตรึงไว้เริ่มเปลี่ยนเป็นการจิกเกร็งบนลาดไหล่ของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางพายุอารมณ์ที่เขากำลังโหมกระหน่ำ
อาคเนย์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคู่คมฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนจนน่ากลัว เขากวาดสายตามองเรือนร่างที่สั่นเทาของเธอ ไล่จากลำคอระหง ไหปลาร้าที่ไหวตามจังหวะหายใจ ไปจนถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามตรงกัน
"คุณทำให้ฉันบ้า รินรดา..." เขาพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะอุ้มรกร่างบางขึ้นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า รินรดาร้องอุენაด้วยความตกใจ เรียวขาอัตโนมัติเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ สองมือโอบรอบลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ อาคเนย์พาเธอก้าวเดินไปยังเตียงนอนกว้างกลางห้องโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความอายและแรงอารมณ์
ร่างบางถูกวางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอม ทว่าดุจดั่งนักล่าที่กดเหยื่อให้อยู่ในอาณัติ อาคเนย์ทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวที่กดทับทำให้เธอรับรู้ถึงความทรงพลังและอำนาจเหนือกว่าของเขา รสจูบครั้งใหม่ลึกซึ้งและร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม มันเต็มไปด้วยความกระหายหิวและการครอบครอง อาคเนย์ไล่พรุมจูบไปทั่วลำคอขาวผ่อง สร้างรอยกุหลาบสีแดงเข้มไว้เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ มือหนาปลดเปลื้องเสื้อผ้าอุปสรรคออกทีละชิ้นอย่างชำนาญ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้อง
รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปากเหวแห่งความสุขสม ความตึงเครียดจากโลกภายนอกถูกแทนที่ด้วยความซ่านเสียวที่วิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ทุกสัมผัสคือการปลุกเร้าที่ทำให้เธอต้องแอ่นอกรับอย่างลืมตัว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของเธอ เป็นดั่งเสียงดนตรีที่กระตุ้นให้อาคเนย์ยิ่งทวีความเร่าร้อน
ค่ำคืนนี้ไม่มีวิศวกรสาวผู้เย็นชา และไม่มีช่างภาพมาดเซอร์ผู้เคร่งขรึม มีเพียงชายหญิงสองคนที่ยอมจำนนต่อสภาวะดิบเถื่อนของธรรมชาติ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการปะทะและแรงกดดัน หลอมรวมเข้าด้วยกันในบทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้ง ร่างกายที่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวหนักหน่วง ดุดัน แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ถอนตัวไม่ขึ้น รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขา ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่เขานำพาไปอย่างไร้การต่อต้าน ความสุขสมระลอกแล้วระลอกเล่าซัดสาดเข้ามาจนเธอแทบขาดใจ อาคเนย์โอบกอดร่างที่สั่นระริกของเธอไว้แนบอก แนบชิดลมหายใจที่ประสานเป็นเสียงเดียวกันท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์สงบลง รินรดาที่กำลังนอนซบอยู่บนอกแกร่งและฟังเสียงหัวใจของเขาพลันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องพักของพวกเขา ตามด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว และเสียงตะโกนเรียกชื่ออาคเนย์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกห้องที่ดังแทรกความเงียบขึ้นมาทันที
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 17
หลักการที่พังทลาย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!