"เลือกเอา... ว่าจะให้เขาเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพเราตอนนี้ หรือจะยอมเป็นของผมแต่โดยดี..."
เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์กระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดผิวแก้มที่กำลังร้อนผ่าวด้วยความอับอายและตื่นตระหนก รินรดาแทบหยุดหายใจ มือไม้ของเธอสั่นเทาขณะที่ถูกเขากดร่างแนบชิดกับผนังห้องสตูดิโอที่คับแคบ มือหนาที่แข็งแรงดุจเหล็กกล้าข้างหนึ่งล็อกข้อมือทั้งสองของเธอไว้เหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับจะพิสูจน์ว่าเธอไม่มีทางหนีพ้น
เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากหน้าประตูห้องสตูดิโอชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันเหมือนระฆังเตือนภัยที่เร่งเร้าให้หัวใจของวิศวกรสาวเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"คุณ... คุณมันบ้าอาคเนย์..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ตีกันยุ่งเหยิง ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด แต่ทว่าความร้อนแรงจากร่างกายของเขาที่แนบสนิทอยู่กลับทำให้เลือดในกายเธอเดือดพล่าน
"ใช่ ผมมันบ้า... บ้าคลั่งตั้งแต่เห็นคุณมองผู้ชายคนอื่นด้วยแววตาแบบนั้นแล้ว"
เขาไม่รอช้า ริมฝีปากร้อนจัดบดขยี้ลงมาบนกลีบปากนิ่มทันที มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นจูบแห่งการประกาศความเป็นเจ้าของ ดุดัน รุกเร้า และหิวกระหาย รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเย็นชาที่เธอพยายามสวมหน้ากากไว้พังทลายลงในพริบตา เมื่อลิ้นหนาแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก มือของอาคเนย์ที่เคยล็อกข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาประคองใบหน้าสวยให้รับสัมผัสได้ถนัดขึ้น เขาบดจูบซ้ำๆ ราวกับจะกักขังวิญญาณของเธอไว้ใต้เงื้อมมือ
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกเพียงครึ่งหนึ่ง แต่ชายหนุ่มเพียงแค่ตวัดสายตาคมกริบมองผ่านช่องว่างนั้นด้วยแววตาดุร้ายจนคนที่กำลังจะก้าวเข้ามาต้องชะงักและถอยกลับไปอย่างรู้ความ อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันกลับมาโฟกัสกับ 'เหยื่อ' ที่อยู่ในอ้อมกอด
เขาถอนจูบออกเพียงเล็กน้อย ให้ลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ประสานกัน รินรดาหลับตาลงแน่น พยายามควบคุมสติสัมปชัญญะที่กำลังขาดผึง "คุณทำแบบนี้ทำไม... ถ้าต้องการแค่ร่างกาย ทำไมต้องเป็นฉัน"
"เพราะมีแค่คุณที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ได้... รินรดา" เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันมีความโหยหาแฝงอยู่ในนั้น "เลิกใช้สมองวิเคราะห์ความสัมพันธ์สักที ใช้หัวใจ... หรือร่างกายของคุณตอบผมดีกว่า"
มือหนาเริ่มปฏิบัติการที่ทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างชำนาญ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟในสตูดิโอ อาคเนย์โน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ความนุ่มหยุ่นของผิวสัมผัสกับไรหนวดสากระคายทำให้รินรดาเผลอส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาโดยไม่ตั้งใจ
ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องของแรงดึงดูดทางเพศ แต่มันคือการปะทะกันของอำนาจที่มองไม่เห็น รินรดาพยายามใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งผลัก เขาก็ยิ่งแนบชิดจนความร้อนจากร่างเขาส่งผ่านทะลุเสื้อผ้าเข้าไปถึงหัวใจ เธอไม่ได้ขัดขืนด้วยแรงกาย เพราะลึกๆ ในใจที่เธอเองก็ไม่อยากยอมรับ... เธอกำลังโหยหาสัมผัสที่ดิบเถื่อนนี้เช่นกัน
"อาคเนย์... อย่า..." เธอประท้วงเสียงแผ่ว ขณะที่มือของเขาเลื่อนต่ำลงไปตามส่วนโค้งเว้าของสะโพก ลากไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเธอสะดุ้งเฮือก
"อย่าหยุดเหรอ? ได้ครับ..." เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของสตูดิโอที่มีโซฟาหนังตัวยาววางอยู่
เขาวางเธอนั่งลงบนโซฟาอย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับแววตาหื่นกระหาย แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ในห้องกระทบกับใบหน้าหล่อเหลาที่ดูมืดมนและอันตราย รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกถ่ายภาพด้วยเลนส์สายตาที่มองทะลุเข้าไปถึงชั้นในของความรู้สึก เธอไม่ได้เป็นเพียงวิศวกรเครื่องกลผู้เย็นชาอีกต่อไป แต่เธอกำลังเป็น 'นางแบบ' ในความต้องการที่ไร้ขีดจำกัดของเขา
"มองตาผม" เขาสั่งเสียงต่ำ ขณะที่ร่างกายของเขาทาบทับลงมาอีกครั้ง "มองให้เห็นว่าผมต้องการคุณแค่ไหน"
รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของช่างภาพหนุ่ม ที่นั่น... เธอเห็นเงาของตัวเองที่กำลังไหวระริก เห็นความปรารถนาที่สะท้อนออกมาจนเธอแทบละลาย
นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ ก่อนจะเคลื่อนลงมาที่ช่วงเอวแล้วรั้งร่างของเธอเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเงียบภายในสตูดิโอถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ มันเป็นจังหวะที่เร่าร้อน รุนแรง และงดงามในแบบฉบับของความสัมพันธ์อันตรายที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น
แต่ในจังหวะที่อารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของอาคเนย์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศจนสิ้นซาก เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิดพลางเหลือบมองหน้าจอที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ แสงไฟหน้าจอส่องให้เห็นชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้มือของเขาสั่นสะท้านไปชั่วขณะ
อาคเนย์ผละออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยตัณหาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัว เขามองดูรินรดาที่นอนหอบหายใจอยู่บนโซฟา ก่อนจะหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดรับด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
"ว่ายังไง... งานที่ฉันสั่งให้ไปเก็บกวาดเรียบร้อยดีไหม"
เสียงที่ตอบกลับมาจากปลายสายไม่ได้ยินชัดนัก แต่มันทำให้ใบหน้าของอาคเนย์ซีดเผือดลงทันที เขาหันมาจ้องหน้ารินรดาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับว่าความสัมพันธ์เร่าร้อนเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่หน้ากากที่เขาใช้ปิดบังความลับบางอย่างไว้
"รินรดา... เรื่องที่ผมกำลังจะบอกต่อไปนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก ก่อนจะเดินไปยังชั้นวางอุปกรณ์แล้วหยิบปืนพกกระบอกหนึ่งออกมาจากซองที่ซ่อนอยู่หลังขาตั้งกล้องขนาดใหญ่
"อาคเนย์... นั่นมันอะไร..." รินรดาถามด้วยเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกหวามไหวมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ
อาคเนย์หันกลับมา แววตาของเขาไม่มีความอ่อนโยนเหลืออยู่แม้แต่น้อย "มีคนมาตามหา 'ภาพถ่าย' ที่ผมเก็บไว้... และดูเหมือนว่าคนที่พวกเขาต้องการตัวจริงๆ จะไม่ใช่แค่ผม"
เขาเดินตรงมาหาเธอแล้วคว้าข้อมือเธอแน่น ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง "เตรียมใจไว้ให้ดี... เพราะคืนนี้เรากำลังจะกลายเป็นเป้าหมายของคนทั้งเมือง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านบททดสอบแห่งอารมณ์ไปพร้อมกับผมนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 16
จังหวะหัวใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!