วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 15

ช่างภาพผู้ควบคุม

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงบานพับประตูห้องมืดที่ถูกผลักเปิดออกด้วยน้ำหนักที่พอดี ไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป สร้างแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยในความเงียบงัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับเขาเสียอีก เมื่อเงามืดของร่างใครบางคนกำลังเดินใกล้เข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องมืด... และเงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากอาคเนย์ ช่างภาพหนุ่มผู้ใช้เลนส์คมกริบเป็นอาวุธในการล่าเหยื่อ กลิ่นกายคุ้นเคยเจือจางด้วยกลิ่นไอน้ำฝนและบุหรี่ราคาแพงลอยเข้ามาแตะจมูก ท่ามกลางแสงไฟสีแดงสลัวจากห้องล้างฟิล์ม บรรยากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนหลังชนกับโต๊ะทำงาน ตัวแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหมุดเหล็ก เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาปิดประตูล็อคกลอนด้านในด้วยเสียงคลิกหนักหน่วง "ล็อคทำไมคะ... เอ๊ย หมายถึง คุณอาคเนย์ เข้ามาทำอะไรในนี้" รินรดารีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นประกายตาคมกริบที่สะท้อนแสงไฟสีแดงก่ำราวกับซาตานในคราบศิลปิน อาคเนย์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทรงพลัง และคุกคาม ชายหนุ่มถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำพาดไว้บนเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักจางๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า แววตาของเขาไม่ได้มองไปที่อื่นนอกจากใบพักตร์ตื่นตระหนกที่พยายามสวมหน้ากากความเย็นชาทับไว้ แต่มันช่างเปราะบางเหลือเกินในสายตาของเขา "ห้องมืดนี่... เป็นที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับการเปิดเผยความลับ" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ขณะที่เขาย่างสามขุมเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว "คุณคิดว่าภาพที่คุณแอบถ่ายฉันเมื่อวาน มันรอดพ้นสายตาฉันไปได้จริงๆ งั้นเหรอ รินรดา" วิศวกรสาวสะرتเฮือก สมองที่เคยมีตรรกะและเหตุผลรวนเรจนแทบประมวลผลไม่ถูก ภาพถ่ายในแฟลชไดรฟ์ที่เธอกำลังจะนำมาทำลายทิ้งถูกเขารู้ทันได้อย่างไร "ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไร" "โกหกไม่เนียนเลยนะครับ วิศวกรคนเก่ง" อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นประสาทและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้ทันทีที่เธอทำท่าจะถอยหนี แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและทรงอำนาจจนเธอไม่มีทางดึงกลับได้ "คุณคิดว่าความรู้ทางกลศาสตร์ของคุณ จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากกลไกของฉันได้หรือไง" รินรดาถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบสนิทกับชั้นวางอุปกรณ์ล้างฟิล์ม ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมจนพื้นที่หายใจแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มขณะที่เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความดุดันและอำนาจเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขากระชากสติของเธอให้หลุดลอย "ปล่อยฉันนะ อาคเนย์ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้" เธอกล่าวเสียงสั่น พยายามใช้มืออีกข้างดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่กล้ามเนื้อแน่นขนัดของเขากลับแข็งราวกับกำแพงเหล็ก "ไม่มีสิทธิ์?" อาคเนย์ทวนคำด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขายกมืออีกข้างขึ้นไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าเรียวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ผิวเนื้อของเธอสั่นสะท้านราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง "คนที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม คนที่ถือวิสาสะตรวจสอบชีวิตผม... มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์?" ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบถ้อยคำที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นเดือด "เกมนี้คุณเป็นคนเริ่มเอง รินรดา... และคนอย่างอาคเนย์ ไม่เคยยอมแพ้ใครในเกมที่ตัวเองถือไพ่เหนือกว่า" สัมผัสจากปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นน้ำหนักที่กดลงบนต้นคอระหง ลากไล้ต่ำลงมาตามแนวไหปลาร้าภายใต้เสื้อผ้า ร่างกายของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ความโกรธ ศักดิ์ศรี และความรู้สึกตื่นกลัวตีรวนปะปนกับความปรารถนาลึกๆ ที่เธอพยายามกดทับเอาไว้ เธอยืนหยัดมาตลอดในฐานะวิศวกรผู้ใช้เหตุผล แต่เมื่อเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดดิบเถื่อนนี้ ตรรกะทั้งหมดกลับพังทลายลงไม่เป็นท่า "คุณมัน... คนเอาแต่ใจ" เธอหอบหายใจถี่กระชั้น เมื่อริมฝีปากของเขาเริ่มซุกไซ้ลงที่ซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะ กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกับความเร่าร้อนทำให้เข่าของเธอแทบทรุด "ใช่ ผมมันเอาแต่ใจ... และผมก็อยากได้คุณ มาเป็นส่วนหนึ่งในเลนส์ของผมตั้งแต่วันแรกที่เห็นแล้ว" อาคเนย์ไม่รอให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบลงบนเรียวปากอิ่มทันที เป็นจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเรียกร้อง ราวกับต้องการสูบวิญญาณและความดื้อรั้นทั้งหมด1ออกไปจากร่างของเธอ รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนที่สมองจะยอมจำนนต่อรสสัมผัสอันวาบหวามที่เขาป้อนให้ มือหนาเปลี่ยนจากการจับข้อมือมาโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนไม่มีช่องว่างระหว่างเรือนร่างทั้งสอง รสจูบจากความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงในชั่วพริบตา ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือใหญ่สอดเข้าใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มตามสัญชาตญาณนักล่า เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากที่บดเบียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว เรี่ยวแรงที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือเพียงการเกาะเกี่ยวลาดไหล่กว้างของเขาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลง บรรยากาศในห้องมืดสีแดงฉานยิ่งขับเน้นความเร่าร้อนให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด อาคเนย์ผለริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ แต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อด้วยความพึงพอใจ "ทีนี้... จะบอกได้หรือยังว่าคุณซ่อนไฟล์ภาพนั้นไว้ที่ไหน" เขากระซิบถามเสียงพร่า ชิดริมฝีปากที่ยังคงสั่นระริกของเธอ ขณะที่มือซุกซนยังคงลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังบอบบางอย่างไม่ยอมปล่อย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเคือง และหลงใหลในเวลาเดียวกัน เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิดเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางอ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับกรงเหล็ก ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากตอบคำถามนั้น เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน "รินรดา! อยู่ข้างในหรือเปล่า คุณอาคเนย์บอกว่าคุณอยู่ในนี้ เปิดประตูให้ผมหน่อย!" เสียงนั้นคือเสียงของ "กรณ์" อดีตคู่หมั้นหนุ่มที่ตามราวีเธอไม่เลิก และเป็นคนเดียวที่เธอไม่อยากให้มาเห็นภาพนี้มากที่สุด อาคเนย์ชะงักเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ชายหนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ "เลือกเอา... ว่าจะให้เขาเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพเราตอนนี้ หรือจะยอมเป็นของผมแต่โดยดี..." ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของภูริศร์ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%