เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเขตกักกันส่วนตัว ไม่ได้ทำให้คนที่ยืนอยู่หลังบานกระจกเงาบานใหญ่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย อาคเนย์ยังคงนิ่งสงบ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักรูปงูเลื้อยพันรอบท่อนแขนแกร่งที่ขยับไหวตามจังหวะการหมุนเลนส์กล้องราคาแพงในมือ เขากดชัตเตอร์บันทึกภาพความว่างเปล่าเบื้องหน้า ท่ามกลางแสงไฟสลัวสีส้มอมแดงที่สาดส่องลงมาจากเพดานสตูดิโอชั้นบนสุด
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่ผมคิดเสียอีกนะที่รัก"
เสียงทุ้มต่ำรื่นหูเอื้อนเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันไปมอง เจ้าของร่างโปร่งบางในชุดสูทเข้ารูปของวิศวกรสาวที่ยืนอยู่กลางห้องถึงกับชะงักฝีเท้า รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด นัยน์ตาสีเข้มกวาดสายตามองไปรอบอาณาจักรลับที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของฟิล์มกระจก น้ำยาเคมี และภาพถ่ายนับร้อยที่ถูกแขวนประจานความลับดำมืดของใครต่อใครไว้บนผนัง
ที่นี่ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายภาพธรรมดา... มันคือห้องใต้ดินดัดแปลงที่ซ่อนอยู่หลังห้องมืด ลึกเข้าไปในตึกแถวโบราณย่านริมน้ำซึ่งถูกปิดตายจากสายตาคนภายนอก
รินรดาตัดสินใจก้าวข้ามเส้นเขตแดนที่อาคเนย์ขีดไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่สั่งสมมานานนับสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่เธอพบแฟลชไดรฟ์ปริศนาในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขา ข้อมูลนับร้อยไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยตัวเลขทางวิศวกรรมกลการ—รหัสผ่านที่เธอใช้เวลาถอดมันด้วยสมองอันเฉียบคมของวิศวกรสาวจนพบพิกัดนี้
"คุณไม่ได้ล็อคประตู... อาคเนย์" เสียงหวานเจือความแข็งกร้าวเอ่ยตอบ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงเมื่อร่างสูงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า
อาคเนย์วางกล้องลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำครึ แววตาคมกริบภายใต้กรอบเลนส์แว่นสายตาพิจารณาร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับเสือร้ายกำลังมองเหยื่อที่เดินเข้ากรงมาให้ขย้ำถึงที่ รอยยิ้มมุมปากของเขาช่างเยือกเย็นและอันตรายจนน่าขนลุก
"ประตูห้องมืดบานนั้น... ผมตั้งใจเปิดต้อนรับเฉพาะคนพิเศษ" เขาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นกายหอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายความเป็นชายพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของเธอ "แต่ริน... เธอไม่ได้เป็นแค่แขก เธอคือคนที่กำลังเล่นกับไฟ และไฟดวงนี้... มันกำลังจะแผดเผาเธอจนไม่เหลือซาก"
รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางฟิล์ม เธอยกมือขึ้นตั้งการ์ดราวกับจะป้องกันตัวจากแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายตรงหน้า "ฉันแค่ต้องการคำตอบ... เรื่องโครงการปรับปรุงโครงสร้างโรงงานที่ถูกระงับ ภาพถ่ายพวกนี้มันเกี่ยวข้องกับตึกที่กำลังจะถล่มใช่ไหม อาคเนย์? คุณซ่อนอะไรไว้เบื้องหลังเลนส์กล้องพวกนั้นกันแน่!"
อาคเนย์ไม่ตอบคำถาม เธอเห็นเพียงประกายตาที่วับวับด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยากจะคาดเดา มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ บีบตรึงแน่นด้วยแรงมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก แต่ทว่า... มันกลับสั่นระริกด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน
"เธอกล้ามากนะริน... ที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่แม้แต่ตำรวจยังหาไม่เจอ" เสียงกระซิบพร่าพร่าชิดริมใบหู ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "เด็กดื้ออย่างเธอ สมควรได้รับการลงทัณฑ์ให้หลาบจำ... ว่าอย่ามาท้าทายอำนาจของคนอย่างฉัน"
สัมผัสจากมือแกร่งลากไล้จากข้อมือขึ้นมาตามเรียวแขน ผ่านเนื้อผ้าสูทเนื้อดีจนถึงลาดไหล่ แรงปะทะระหว่างตรรกะเหตุผลของวิศวกรสาวกับสัญชาตญาณดิบเถื่อนของช่างภาพหนุ่มระเบิดออกในพื้นที่แคบๆ
รินรดาพยายามสะบัดตัวหนี หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีถูกผสมปนเปไปกับความวูบไหวแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย เมื่อริมฝีปากร้อนจัดของอาคเนย์โน้มลงมาประทับปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี
รสจูบในคราแรกดุดัน เกรี้ยวกราด และลงทัณฑ์ แต่เมื่อเรียวปากอุ่นชื้นรุกรานลึกล้ำขึ้น ความเร่าร้อนก็แปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ รินรดาครางประท้วงในลำคอ มือเล็กที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลมหายใจอุ่นร้อนที่ประสานกันสร้างแรงดึงดูดอันตรายที่เธอไม่มีทางต้านทาน
อาคเนย์กดร่างบางจนแนบชิดไปกับชั้นวางของ มือข้างหนึ่งโอบเอวคอดกิ่วไว้มั่นราวกับจะหลอมรวมร่างเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของเขา ปลายนิ้วร้ายกาจสอดแทรกเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นริ้วไปตามไขสันหลัง รสจูบที่ดูดดื่มและยาวนานทำให้วิศวกรสาวผู้ยึดมั่นในตรรกะถึงกับสมองขาวโพลน สูญสิ้นซึ่งเหตุผลกลใดทั้งปวง มีเพียงสัมผัสร้อนรุ่มและเสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท
เมื่อเขาผละริมฝีปากออกอย่างไร้อาลัย รินรดายังคงหอบหายใจโยนตัวโยน ร่างกายอ่อนปวกเปียกแนบซบอยู่กับแผงอกกว้าง สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างความเย้ายวนและตื่นตระหนก
อาคเนย์ยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริก "ความเสี่ยงของการเป็นวิศวกร... คือการคำนวณผิดพลาดแล้วทำให้โครงสร้างพังทลาย" เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดขึ้นจนน่ากลัว "แต่ความเสี่ยงของการก้าวเข้ามาในโลกของผม... มันทำให้เธอไม่มีวันได้กลับออกไปในสภาพเดิมอีกเลย... ริน"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงทุบประตูด้านนอกชั้นใต้ดินก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่ออาคเนย์ด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่พังประตูล็อคชั้นนอกเข้ามาอย่างดิบเถื่อน
อาคเนย์ชะงัก สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นในชั่วพริบตา เขาดึงร่างของรินรดาให้หลบไปอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานทันที ก่อนจะหยิบปืนพกสั้นสีดำสนิทออกจากลิ้นชักขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก
"ซ่อนอยู่ตรงนี้... ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" เขาหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ถ้าเธอรอดออกไปไม่ได้... ความลับที่เธออยากรู้นักหนา ก็จะตายไปพร้อมกับซากตึกหลังนี้แหละที่รัก"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับเขาเสียอีก เมื่อเงามืดของร่างใครบางคนกำลังเดินใกล้เข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องมืด...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 14
ความเสี่ยงของวิศวกร
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!