วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 12

รอยประทับ

ผลงานโดย ภูริศร์
"ถอยออกไป... อาคเนย์" เสียงของรินรดาขาดห้วงและสั่นพร่า ร่างกายของเธอถูกต้อนจนหลังชนกับผนังห้องสตูดิโอที่เย็นเฉียบ ความหนาวของกำแพงตัดกับไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกำยำของชายหนุ่มตรงหน้า อาคเนย์ไม่ได้ถอยตามคำสั่ง เขากลับโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างแขนแกร่งทั้งสองข้าง แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับเสียงตะโกนจากภายนอกประตูที่ดังระงมขึ้นเรื่อยๆ แต่มันกลับทวีความดุดันและหิวกระหายขึ้นเป็นเท่าตัว "อย่าหวังว่าผมจะยอมปล่อยคุณไปในตอนที่สถานการณ์กำลังบีบคั้นแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังก้องอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดซอกคอขาวระหง "พวกมันจะพังประตูเข้ามา หรือโลกจะถล่มลงตรงหน้า... คุณก็ยังเป็นของผม" มือหนาเลื่อนลงมาไล้ตามแนวกระดูกสันหลังที่สั่นเทาของเธอ ก่อนจะออกแรงกดเบาๆ จนรินรดาต้องเผลอแอ่นอกรับสัมผัส ความกลัวจากเสียงคนนอกประตูถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านจากปลายนิ้วของเขา ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูรุนแรงขึ้น ราวกับจะพังทลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากั้นเอาไว้ แต่สำหรับอาคเนย์ เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงจังหวะดนตรีประกอบที่เร่งเร้าให้อารมณ์ดิบเถื่อนในกายเขาพุ่งทะยานขีดสุด เขาไม่สนว่าใครคือผู้มาเยือน เขาไม่สนว่าอดีตจะย้อนกลับมาทวงถามอะไร เขาต้องการแค่เพียง 'รอยประทับ' ของเขาบนตัวหญิงสาวตรงหน้า ให้ชัดเจนจนไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีวันลบเลือนออกไปได้ "คุณมันบ้า..." รินรดาครางประท้วง มือบางกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนระหว่างความโกรธและความปรารถนาที่ไม่อาจปฏิเสธ "ใช่ ผมมันบ้า" อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ก่อนจะบดขยี้มันลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน จูบของเขาไม่มีความอ่อนโยน มันคือการประกาศยึดครอง เป็นการตีตราว่าเธอคือพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ก้าวล่วง รินรดาเผลอเผยอปากรับสัมผัสรสชาติแห่งความป่าเถื่อนนั้น เธอรู้สึกราวกับร่างกายกำลังหลอมละลาย ภายใต้การควบคุมของวิศวกรเครื่องกลที่เปี่ยมด้วยเหตุผล บัดนี้เธอกลับพ่ายแพ้ให้กับสัญชาตญาณดิบที่อาคเนย์กระตุ้นขึ้นมา มือของเขาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าเธอไว้ มั่นคงและเด็ดขาด ขณะที่ริมฝีปากผละออกเพียงเล็กน้อยให้เธอได้หอบหายใจ ก่อนจะลากไล้ปลายลิ้นร้อนผ่านลำคอขาว ส่งผลให้รินรดาสะดุ้งเฮือก เขากำลังจงใจ... จงใจทิ้งร่องรอยไว้ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด รอยแดงจางๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนผิวเนื้อนวลคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่เขาสลักลงบนกายเธอ ในวินาทีที่ความตึงเครียดภายนอกถึงจุดเดือด ความเร่าร้อนภายในห้องกลับระอุยิ่งกว่า เสื้อผ้าที่ดูเป็นระเบียบของรินรดาถูกปลดเปลื้องออกอย่างรวดเร็วภายใต้ฝีมือของผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่าย เขาไม่เพียงแต่มองผ่านเลนส์เท่านั้น แต่เขากำลัง 'อ่าน' ทุกตารางนิ้วบนร่างเธอด้วยสัมผัสที่แม่นยำและดุดัน อาคเนย์ช้อนตัวเธอขึ้นแนบอก ร่างกายที่ไร้อาภรณ์ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงกับบรรยากาศอันตรายที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร "จดจำไว้นะรินรดา" เขาเอ่ยคำพูดนั้นขณะที่พาเธอก้าวข้ามผ่านเขตแดนสุดท้ายของความสัมพันธ์ "ไม่ว่าวันนี้ใครจะก้าวเข้ามา แต่คนที่ได้สัมผัสทุกอณูของคุณในวินาทีนี้... คือผมคนเดียว" การสอดประสานเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงและเปี่ยมด้วยความหมาย มันไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ แต่มันคือการปะทะกันของจิตวิญญาณสองดวงที่ต่างฝ่ายต่างมีบาดแผล รินรดาหลับตาแน่น เสียงครวญครางหลุดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่ออาคเนย์ขยับกายเป็นจังหวะที่เน้นย้ำความรู้สึกหวงแหน เขาสำรวจและครอบครองเธออย่างตะกละตะกลาม ราวกับกลัวว่าหากวินาทีนี้จบลง เธอจะหายไปจากโลกของเขาตลอดกาล ความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ทำให้อารมณ์ที่เคยเย็นชาของเธอแตกสลาย รินรดาจิกเล็บลงบนไหล่แกร่ง สัมผัสถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นและหยาดเหงื่อที่ไหลรินอาบผิว มันคือความเจ็บปวดที่งดงาม เป็นความตึงเครียดที่มอบความซ่านสยิวจนเธอแทบขาดใจ ในจังหวะที่แรงปะทะหนักหน่วงที่สุด อาคเนย์ก้มลงมากระซิบคำที่สั่นประสาทที่สุดข้างใบหูของเธอ "ลืมตาดูผมซะ... มองให้ชัดว่าใครกันแน่ที่พังกำแพงหัวใจของคุณได้" เขากดจูบเน้นย้ำอีกครั้งในขณะที่ทุกอย่างพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ร่างกายของทั้งคู่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เสียงประตูห้องสตูดิโอที่ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาลดังสนั่นก้องไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ทว่าอาคเนย์กลับไม่มีทีท่าว่าจะผละออกแม้แต่น้อย เขายังคงกอดรัดรินรดาไว้แน่นในสภาพที่ไม่มีอะไรปกปิด ก่อนจะหันไปสบตากับผู้มาเยือนด้วยแววตาสีเข้มที่เยือกเย็นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้ว... ว่าอย่าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต" ชายผู้มาเยือนชะงักงัน มือที่ถือรูปถ่ายใบหนึ่งอยู่ถึงกับสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้อาคเนย์ต้องแค่นยิ้มออกมา "อาคเนย์... นายไม่ควรเก็บเธอไว้ข้างตัว นายก็รู้ว่าเธอคือใคร" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นรูปถ่ายในมือคนผู้นั้น มันคือภาพของตัวเธอเองในอดีต... ภาพที่เธอไม่เคยรู้ว่าถูกถ่ายไว้ และมันถูกประทับตราด้วยสัญลักษณ์ของกลุ่มบุคคลที่เธอพยายามหนีมาตลอดสามปี ภูริศร์หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นและพร้อมจะติดตามตอนต่อไปกันอย่างใจจดใจจ่อนะครับ ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานของผมเสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%