กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนยังคงลอยอวลอยู่ในสตูดิโอทึบแสง รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ที่ตั้งหันออกไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพแสงไฟวับแวมของรถสายตรวจตำรวจที่แล่นเข้ามาจอดสนิทอยู่หน้าตึก ความเย็นเฉียบของโลหะกล้องในมือสั่นสะท้อนตามจังหวะชีพจรที่เต้นเร่าในอก ประโยคที่เธอเพิ่งเอ่ยออกไปเมื่อครู่ยังคงแขวนค้างอยู่ในอากาศราวกับคมมีดที่รอวันกรีดเฉือน
*“ดูเหมือนว่า... ตำรวจจะมาตามหา 'ศพ' ของฉันแล้วล่ะค่ะ คุณอาคเนย์”*
อาคเนย์ไม่แม้แต่จะชายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนจนเห็นรอยสักรูปงูเลื้อยพันรอบท่อนแขนแกร่งยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคมดุจใบมีดโกนจ้องมองเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในกรงขัง
รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกของเขา ก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงและทรงพลังจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงทุกที
"เธอคิดว่าตำรวจพวกนั้นจะหาศพที่ซ่อนอยู่เจอจริงๆ งั้นรึ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำพะเนินด้วยความเยือกเย็นและเย้ยหยันดังขึ้น ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังบางแนบติดกับขาตั้งกล้องหนักอึ้ง
"คุณอาคเนย์... สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ—เอ๊ย... ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ เอ้ย ไม่ใช่!" รินรดาเผลอหลุดปากอุทานด้วยความลนลานเมื่อมือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ บีบแน่นจนกระดูกแทบแหลกคามือ
"หึ... สติหลุดแล้วหรือไง วิศวกรสาวผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง "เธอเป็นคนเปิดเกมนี้เองนะ รินรดา... เธอเป็นคนเดินเกมกระชับความสัมพันธ์บ้าๆ นี่ด้วยการเอาชีวิตรอดบนกองเลือดของคนอื่นเองไม่ใช่หรือไง"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียดระหว่างพวกเขาสูงลิ่วจนแทบจะจุดประกายไฟได้ด้วยซ้ำ เธอไม่ได้กลัวตำรวจที่อยู่ข้างนอกนั่น... แต่เธอกำลังหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่กุมความลับทั้งหมดของเธอไว้ในกำมือ และเป็นคนเดียวกับที่ทำให้ร่างกายของเธอยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไขทุกครั้งที่สัมผัส
"ฉันไม่ได้ฆ่าใคร..." เธอเชิดหน้าขึ้น สบตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ "ฉันแค่... ป้องกันตัว และคุณก็เป็นคนช่วยฉันซ่อนหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่เพราะเราอยู่เรือนร่างเดียวกันหรอกเหรอ ถึงทำให้คุณต้องมาพัวพันกับเรื่องนี้"
คำพูดนั้นทำให้อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดุดันและเสน่ห์อันตราย มือหนาที่เคยบีบข้อมือเปลี่ยน1การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ลากไล้ขึ้นมาตามเรียวแขน ลอดผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
"ปากเก่งดีนี่... งั้นเรามาดูกันซิว่า ปากเก่งๆ ของเธอเวลานี้ จะยังเถียงออกไหม ถ้าฉันทำให้เธอกลายเป็นคนร้ายตัวจริง"
อาคเนย์ไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และเอาแต่ใจ ทำให้สมองของรินรดากลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายอันตรายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาครอบงำทุกความรู้สึก เธอพยายามจะทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปลุกปั่น
ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความหวาดกลัว ความเร่าร้อน และความลับอันดำมืดหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในจูบที่ยาวนานและลึกซึ้ง อาคเนย์กดสะโพกสอบแนบชิดเข้ากับร่างกายของเธอ บังคับให้วิศวกรสาวผู้เย็นชาต้องยอมรับสัมผัสสวาทที่เขาหยิบยื่นให้อย่างเร่าร้อนและดิบเถื่อน
เสียงเคาะประตูด้านนอกสตูดิโอและเสียงเรียกชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท แต่ทว่า... อาคเนย์กลับไม่มีทีท่าว่าจะผละออก ชายหนุ่มยิ่งเพิ่มน้ำหนักการจูบให้รุนแรงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปขยำเส้นผมยาวสลวยจนใบหน้าของเธอต้องหงายเงยรับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างกายของรินรดาร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดพังทลายลงภายใต้เงื้อมมือของช่างภาพหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง
สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้า ทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เธอแอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นโดยสัญชาตญาณ ความยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ศักดิ์ศรีถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงเคาะประตูด้านนอกที่เริ่มถี่รัวขึ้น
"เปิดประตูครับ! ตำรวจ สภ.เมือง... มีหมายค้นและต้องการตรวจสอบพื้นที่!" เสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ดังทะลุกรอบประตูเข้ามา
อาคเนย์ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาสีดำสนิทพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความกระหาย ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอที่กำลังแดงก่ำด้วยฤทธิ์เสน่หา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนรินรดาขนลุกซู่
"ถ้าเธอปริปากบอกความลับเรื่องศพออกไปแม้แต่คำเดียว... ฉันนี่แหละ จะเป็นคนลากเธอลงนรกไปพร้อมกับฉันเอง"
พูดจบ อาคเนย์ก็คว้าเสื้อคลุมมาสวมทับอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูสตูดิโอ ทิ้งให้รินรดายืนหอบหายใจโยนอยู่กลางห้อง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
ร่างสูงเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนประตูช้าๆ เผยให้เห็นเงาของนายตำรวจในเครื่องแบบที่ยืนถือไฟฉายส่องเข้ามาด้านใน ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดออกเต็มบาน บุคคลที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรกกลับไม่ใช่ตำรวจยศใหญ่ที่อาคเนย์คาดคิด แต่เป็นหญิงสาวในชุดโค้ทกันฝนสีเทาเปียกปอน ผู้ซึ่งถือแฟ้มเอกสารคดีเก่าในมือ และส่งยิ้มเย็นเยียบให้เขาอย่างคุ้นตา
"ไม่ได้เจอกันนานนะ... อาคเนย์ นายยังซ่อนผู้หญิงไว้ในห้องมืดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นเดินผ่านอาคเนย์เข้ามาในแสงไฟ และเอ่ยชื่อจริงของเธอขึ้นมาหน้าตาเฉย
"สวัสดีจ่ะ... รินรดา ฉันคือคนที่เก็บ 'ชิ้นส่วน' ที่เหลือของศพนั้นได้... จากโต๊ะทำงานของเธอนั่นเอง"
--------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในวังวนเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 28
วิศวกรรมความรัก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!