ความตายไม่ได้มีกลิ่นอานิสงส์ของดอกไม้โรยรา มันมีกลิ่นสนิมเหล็ก กลิ่นความชื้นของคราบน้ำตา และกลิ่นอับของความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก
นั่นคือสิ่งที่อาคเนย์คิดมาตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม นับตั้งแต่ร่างของใครบางคนดิ่งพสุธาลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แต่ในวินาทีนี้... ร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูห้องพักของเขา กลับไม่ได้มีสภาพของวิญญาณหลุดลอย เธอยังมีลมหายใจ มีอุณหภูมิร่างกาย และที่สำคัญที่สุด... มีรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรีดแทงลึกลงไปในขั้วหัวใจของช่างภาพหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกยกขึ้นระดับอก นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนสันแฟ้มเบาๆ เป็นจังหวะที่ทำให้อาคเนย์รู้สึกเหมือนเส้นเลือดในขมับกำลังเต้นตุบๆ ด้วยความเดือดดาลที่พุ่งพล่านจนเกือบทะลุขีดจำกัด
"ตกใจมากเลยหรือครับ คุณอาคเนย์... หรือว่าคุณกำลังคิดถึงฉันในแบบที่ไม่อยากให้ฉันกลับมากันแน่"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่เคยขาดหายไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องในคืนฝนตก แต่วันนี้มันกลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับผีดิบที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง
อาคเนย์ไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาที่กำลูกบิดประตูอยู่ก่อนแล้วกระชากบานประตูให้เปิดกว้างขึ้นอย่างไร้ความปรานี แรงเหวี่ยงนั้นเกือบทำให้ร่างของหญิงสาวเซถลาเข้ามาด้านใน แต่เธอกลับทรงตัวได้อย่างมั่นคง ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่จุดไฟแค้นในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
ปัง!
เสียงประตูปิดลงอย่างรุนแรงจนโครงสร้างห้องพักสะเทือน อาคเนย์ก้าวเข้าประชิดตัวรวดเร็วจนรินรดา—วิศวกรสาวผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล—ต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ พ่นรดต้นคอระหง ขณะที่มือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังห้อง กักขังร่างของเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ
"เธอเล่นเกมบ้าอะไรอยู่..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบมองสำรวจทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของเธอ ราวกับต้องการพิสูจน์ว่านี่คือเนื้อหนังมังสาจริงๆ หรือเป็นเพียงภาพหลอนที่ความรู้สึกผิดสร้างขึ้น "เธอตายไปแล้ว... ตำรวจสรุปสำนวนแล้ว... ศพที่ถูกดึงขึ้นมาจากแม่น้ำนั่นคือใครถ้าไม่ใช่เธอ!"
รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจเหนือกว่า ซึ่งยิ่งทำให้อาคเนย์รู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุม
"โลกของวิศวกรไม่ได้มีแค่สูตรคำนวณตายตัวหรอกนะคะ... คุณอาคเนย์" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก "บางครั้ง เราต้องสร้าง 'ภาพลวงตา' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อให้คนโง่บางคนเปิดเผยธาตุแท้ออกมา... และดูเหมือนว่าคุณจะสอบตกในบททดสอบนี้อย่างราบคาบ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยอันตราย
"ภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ..." มือหนาเลื่อนจากผนังมาบีบเข้าที่คางคางเรียวของเธออย่างแรง บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการจ้องมองที่ดุร้ายราวกับสัตว์ป่า "เธอคิดว่าการเล่นตลกแบบนี้มันสนุกมากสินะ... ทำให้ฉันต้องเป็นบ้าอยู่คนเดียว ทำให้ฉันแทบจะฆ่าตัวตายตามเธอไปในทุกๆ คืน!"
รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บจากแรงบีบ แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่ยอมแพ้ต่อแววตาคุกคามนั้น
"ปล่อยฉัน..."
"ปล่อยงั้นเหรอ?" อาคเนย์ทวนคำด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนริมฝีปากอิ่ม "ในเมื่อเธอกล้ากลับมาเหยียบที่นี่... กล้ามาเล่นกับความรู้สึกของฉัน... เธอก็ควรจะรู้ว่าบทลงของคนตายที่ฟื้นคืนชีพมันคืออะไร"
ร่างสูงไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว มืออีกข้างที่ว่างอยู่ปัดแฟ้มเอกสารในมือของเธอกระเด็นตกลงสู่พื้นอย่างไร้ความหมาย ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยแรงมหาศาล รินรดาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังถูกกดแนบไปกับผนังห้องอย่างแนบแน่น แรงปะทะระหว่างร่างกายทำให้ความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเริ่มสั่นคลอน
อาคเนย์ก้มลงประกบเรียวปากหยักลึกเข้าหาอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์ คือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเรียกร้อง ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสส่งเสียงประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอ มือเล็กพยายามทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของช่างภาพหนุ่ม
สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่เริ่มสอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อผ้า ทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความตึงเครียดในบรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาผิวเนื้อ อาคเนย์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศหายใจเข้าปอด ทว่าแววตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยหยาดไฟแห่งความใคร่และโทสะที่ยังคุกรุ่น
"เธอทำให้ฉันคลั่ง... รินรดา" เขากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ "เธอคิดจะหนีไปไหน... ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว"
มือใหญ่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว แม้สมองของวิศวกรสาวจะร่ำร้องให้ขัดขืน แต่ร่างกายของเธอกลับทรยศด้วยการแอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นอย่างจำยอม ความโกรธ ความหึงหวง และความต้องการที่อัดอั้นมานานนับสัปดาห์หลอมรวมกันเป็นคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดจนทั้งสองแทบจะจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งเสน่หาอันอันตราย
อาคเนย์อุ้มร่างเพรียวขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น รินรดาต้องเกี่ยวเรียวขาเข้ากับเอวสอบของเขาโดยสัญชาตญาณ ริมฝีปากร้อนผ่าวกลับมาประกบจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้งท่ามกลางความมืดของห้องพัก ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะล้มลงไปบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง แรงกระแทกไม่ได้ทำให้ความเร่าร้อนลดน้อยลง กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออาคเนย์ตามทาบทับลงมา ปิดกั้นทุกช่องทางหนีด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและพลังอำนาจ
เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไม่ใส่ใจ ผิวเนื้อเนียนนุ่มสัมผัสกับความเย็นของอากาศก่อนจะถูกทดแทนด้วยความร้อนรุ่มจากฝ่ามือและริมฝีปากของชายหนุ่มที่ไล่จูบไปทั่วลาดไหล่ ซอกคอระหง และเนินอกอิ่ม รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นด้วยความปั่นป่วน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัว รสชาติของความหึงหวงที่ไร้เหตุผลถูกถ่ายทอดผ่านการสัมผัสที่ทั้งดุดันและเรียกร้อง จนแทบจะหลอมละลายศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอให้ราบคาบคาอ้อมแขนของเขา
ทว่า... ในวินาทีที่อาคเนย์กำลังจะก้าวล่วงเข้าสู่เขตแดนสุดท้ายแห่งความสัมพันธ์อันเร่าร้อนนั้น เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
กริ๊งงงง!
เสียงนั้นบาดแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่ตึงเครียดและเร่าร้อน อาคเนย์ชะงักกкаรเคลื่อนไหว ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดถึงขีดสุด เขาก้มลงมองหญิงสาวใต้ร่างที่กำลังหอบหายใจสะท้าน รินรดากะพริบตาถี่ๆ ตั้งสติกลับมาท่ามกลางความมึนงง ก่อนที่แววตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำจากภายนอกที่ตะโกนเรียกชื่อเธอ
"คุณรินรดาครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ ตำรวจมาถึงแล้ว!"
ร่างของอาคเนย์แข็งค้างทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนสงสัย เขาหันกลับมามองหน้าหญิงสาวใต้ร่างที่บัดนี้กลับคลี่
รอยยิ้มเยือกเย็นออกมาอีกครั้ง—รอยยิ้มที่บอกให้อาคเนย์รู้ว่า... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น
"ดูเหมือนว่า... ตำรวจจะมาตามหา 'ศพ' ของฉันแล้วล่ะค่ะ คุณอาคเนย์"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในวังวนเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 27
ความหึงหวงที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!