หน้าจอมือถือสว่างวาบในความมืดสลัวของสตูดิโอ กลิ่นฉุนของน้ำยาอัดภาพและกลิ่นกาแฟดำค้างคืนลอยอบอวลปะปนกับความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนอยู่ตรงนั้น ภายใต้แสงไฟนีออนสีส้มสลัว นิ้วเรียวที่มักจะจับประแจและคำนวณค่าความเค้นของวัสดุอย่างแม่นยำ กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวอักษรบนหน้าจอเครื่องนั้น
ชื่อของคนคนนั้น... คนที่ควรจะอยู่ห่างจากวงโคจรชีวิตของเธอatสุด กลับปรากฏหราอยู่ในประวัติการโทรเข้าออกของอาคเนย์ ช่างภาพดิบเถื่อนผู้กุมความลับอันน่าอับอายของเธอไว้
"สงสัยอะไรอยู่หรือครับ วิศวกรสาว"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง รินรดาผวาเฮือก หัวใจกระตุกวูบก่อนจะรีบซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างลำตัว เธอบิดตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของห้อง ร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ก้าวออกมาจากมุมมืด เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักรูปเลนส์กล้องโบราณที่พันธนาการอยู่บนท่อนแขนแกร่ง แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจ้องมองเธอด้วยความสนุกสนาน ราวกับแมวป่าที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อตัวน้อยที่เดินเข้ากรงมาเอง
"คุณติดต่อไปหาพี่กรณ์ทำไม" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าข้างในจะสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้น "คุณต้องการอะไรกันแน่ อาคเนย์ เล่นเกมอะไรของคุณอยู่"
อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าในความเงียบ เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยอำนาจคุกคามที่ทำให้รินรดาต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งที่เต็มไปด้วยฟิล์มกระจจกและอุปกรณ์ถ่ายภาพ
"เกมเหรอ?" อาคเนย์ทวนคำ เขายื่นมือหนาออกไป วางทับลงบนขอบโต๊ะ กักร่างเพรียวของเธอไว้ตรงกลางระหว่างอ้อมแขน กลิ่นกายอุ่นๆ ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ "ผมไม่ได้เล่นเกม รินรดา... ผมแค่กำลังทวงสิทธิ์ของผมคืนต่างหาก"
"สิทธิ์อะไรของคุณ! ฉันบอกคุณแล้วไงว่ารูปพวกนั้น... คุณไม่มีสิทธิ์เอามาต่อรองกับฉัน!" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นฉายชัดความเดเด็ดเดี่ยว แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์
"ไม่มีสิทธิ์?" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งคมเกือบจะปัดผ่านแก้มเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างขอบหูจนขนลุกซู่ "คุณเป็นคนก้าวเข้ามาในสตูดิโอของผมเอง ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นต่อหน้าเลนส์ของผมเอง และตอนนี้... คุณยังกล้าถือวิสาสะค้นโทรศัพท์ของผมอีก รินรดา คุณคิดจริงๆ หรือว่าคุณมีสิทธิ์ต่อรองอะไรตั้งแต่แรก?"
คำพูดของเขาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีของเธอ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธพุ่งพล่านจนบดบังความกลัว เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าคนหยิ่งผยองตรงหน้าให้หายแค้น แต่อาคเนย์ไวishกว่า เขากระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวเหนือศีรษะของเธอได้อย่างง่ายดาย แรงบีบหนักหน่วงแต่มั่นคงทำให้เธอขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย
"ปล่อยนะ!" เธอตวาดเสียง "คนสารเลว!"
"ปากเก่งดีนี่ครับ" อาคเนย์กระิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากสั่นระริกของเธอก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาที่ลำคอระหง "แต่เวลาอยู่ใต้ร่างของผม คุณไม่ได้ปากเก่งแบบนี้เลยสักนิด"
สัมผัสจากมืออีกข้างที่ลูบไล้ลงมาตามโครงหน้าสวยคมทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก นิ้วหยาบกร้านแต่ร้อนผ่าวไล้ผ่านคางมน ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมสีดำสนิทแล้วกำรั้งไว้เบาๆ บังคับให้เธอแหงนเงยใบหน้าขึ้นรับการคุกคามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกันในระยะประชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียดและไฟปรารถนาที่แผดเผา รินรดาพยายามดิ้นรนขัดขืน แรงฮึดเฮือกสุดท้ายถูกงัดออกมาเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี แต่ยิ่งเธอขยับ ร่างกายแนบชิดของเขากยิ่งบดเบียดเข้าหาอย่างไร้ช่องว่าง ความแข็งแกร่งและอบอุ่นจากเรือนร่างของชายหนุ่มส่งผ่านเนื้อผ้าจนเธอรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
อาคเนย์ไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัวริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่การแตะสัมผัสผิวเผิน แต่มันคือการประกาศชัยชนะและการครอบครอง รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอ พยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อปฏิเสธรสจูบที่จาบจ้วง แต่น과의คนตัวโตไม่มีทีท่าจะยอมแพ้ นิ้วแกร่งที่ขยับมากดทับมุมคางทำให้เธอต้องอ้าปากรับสัมผัสวาบหวาบนั้นอย่างจำยอม
รสจูบดุดัน ลุ่มลึก และสูบเอาลมหายใจทั้งหมดไปจากปอด รินรดารู้สึกราวกับสติกำลังจะหลุดลอย ความเย็นชาและตรรกะเหตุผลทั้งหมดที่เธอใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวถูกหลอมละลายลงด้วยสัมผัสร้อนแรงที่ชวนให้มึนเมา มือที่เคยถูกพันธนาการไว้เหนือศีรษะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แต่แทนที่จะผลักไส ร่างกายเธอกลับไร้เรี่ยวแรงจนต้องยกมือขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น
อาคเนย์ผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดร่องแก้ม รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากของช่างภาพหนุ่ม
"เก่งให้ตลอดรอดฝั่งแบบนี้ก็แล้วกันครับ รินรดา" เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่แดงก่ำ "เพราะหลังจากนี้... คุณจะไม่เหลือแรงแม้แต่จะเอ่ยปากเถียงผมอีกเลย"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงตอบโต้ ประตูสตูดิโอด้านนอกก็ส่งเสียง "คลิก" เบาๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องมืด ประตูบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู
อาคเนย์ชะงัก รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปมอง และเมื่อสายตาปรับเข้ากับแสงสว่าง เธอก็แทบหยุดหายใจ ใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ทำให้ความลับทั้งหมดที่พยายามซ่อนเร้น พังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 5
ความลับในสตูดิโอ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!