ความจริงที่ถูกกระชากออกจากเงา ไม่ได้มาพร้อมเสียงฟ้าผ่าหรือแรงกระแทกอันรุนแรง แต่มันมาในความเงียบงัน... ความเงียบที่กรีดลึกจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
รินรดายืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสาปไว้ในห้องมืด ดวงตาคู่คมที่มักฉายแววเฉียบขาดและเต็มไปด้วยตรรกะของวิศวกร ตอนนี้เบิกกว้าง รูม่านตาไหวระริกสะท้อนเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายบุคลิกดิบเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์และสัมผัสจากเลนส์กล้องที่เธอเคยสัมผัสผ่านภาพถ่ายรางวัลระดับโลก บัดนี้มันยืนอยู่ตรงนี้... ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ
อาคเนย์ ช่างภาพหนุ่มผู้ซ่อนเงื่อนงำดำมืดไว้หลังเลนส์กล้อง ไม่ได้ตกใจหรือถอยหนี เขายังคงยืนนิ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่อ่านยาก ดวงตาสีเข้มคมกริบมองลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องตะครุบเหยื่อที่เดินเข้ามาในอาณาเขตของมันเอง
"บังเอิญเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายดังขึ้นทำลายความเงียบ มันไม่ใช่คำทักทาย แต่มันคือการประกาศก้องถึงเกมที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น "หรือว่า... คุณจงใจตามผมมากันแน่ครับ รินรดา"
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงค่อย ๆ กลับเข้าร่างพร้อมกับเกราะป้องกันตัวที่ถูกยกขึ้นตั้งรับอย่างรวดเร็ว เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์สตูดิโอจนเกิดเสียงกระทบเบา ๆ ทว่าแววตาที่มองเขากลับพยายามฉาบไว้ด้วยความเย็นชา ทั้งที่หัวใจข้างในเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"ฉันไม่ได้ตามใครทั้งนั้น และที่นี่..." เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นพร่า "ฉันมีสิทธิ์ที่จะอยู่เท่า ๆ กับที่คุณยืนอยู่ตรงนี้ กรุณาถอยไปค่ะ... อ้อ ขอโทษที... กรุณาถอยไปครับ" เธอกัดฟันเปลี่ยนคำพูดทันทีเมื่อนึกถึงสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้า
อาคเนย์เลิกคิ้วเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเธอ รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้นกว่าเดิม เขาก้าวเข้าไปหา ชายหนุ่มไม่ได้สนใจพื้นที่ส่วนตัวของเธอเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาทของรินรดา
"ปากแข็งเสียจริงนะวิศวกรสาว" อาคเนย์เอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "คุณบอกว่าตรรกะและเหตุผลคือทุกอย่างในชีวิต... แล้วตรรกะไหนล่ะ ที่ทำให้ผู้หญิงที่ควรจะอยู่หน้ากระดานคำนวณในออฟฟิศ ดันมาโผล่อยู่ในห้องมืดส่วนตัวของช่างภาพเถื่อน ๆ อย่างผมได้ในยามวิกาลแบบนี้?"
"ถอยออกไปนะ!" รินรดาตวาดเสียงแข็ง มือเรียวพยายามยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่สัมผัสจากฝ่ามือที่แนบไปกับเนื้อผ้าและกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้า กลับทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน ความร้อนจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านทุกสัมผัส มันไม่ใช่แค่การปะทะทางกาย แต่มันคือการคุกคามทางอารมณ์ที่รุนแรงจนน่ากลัว
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะ คุณจะทำยังไง?" อาคเนย์ท้าทาย ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าที่พยายามเชิดขึ้นอย่างถือดี ไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหงที่เต้นตุบตามจังหวะชีพจร ก่อนจะหยุดนิ่งที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ
ความอดทนของรินรดาขาดผึ่ง เธอยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของชายคนนี้ไม่ได้! หญิงสาวรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด ผลักอกเขาเต็มแรงจนอาคเนย์เซถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันหมุนตัววิ่งหนีไปที่ประตู มือหนากลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วราวกับคีมเหล็ก!
"ปล่อยนะ!" เธอสะบัดข้อมือสุดแรง แต่ยิ่งดิ้น ร่างกายของเธอกลับยิ่งถูกดึงเข้าไปประชิดตัวเขามากขึ้น
อาคเนย์ไม่ออมแรงอีกต่อไป แรงดึงดูดอันตรายที่สะสมมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันระเบิดออก เขาออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว ร่างบางของรินรดาก็ปลิวเข้าปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างไร้ทางสู้ แผ่นหลังของเธอถูกดันให้แนบชิดกับผนังห้องเย็นเยียบ ขณะที่ร่างกายของเขาทาบทับเข้ามาปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี
ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างทำให้ทั้งคู่รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน รินรดาเงยหน้าขึ้นเตรียมจะต่อว่าด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุด แต่เมื่อดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างจัง คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ
แววตาของอาคเนย์ในยามนี้เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของช่างภาพที่มองหาองค์ประกอบภาพอีกต่อไป แต่มันคือสายตาสัตว์ร้ายที่พบเหยื่ออันโอชะ และพร้อมจะขย้ำให้แหลกคราบ ร้อนแรง ดุดัน และเต็มไปด้วยความปรารถนาดิบเถื่อนที่ไม่มีการปิดบัง
"คุณมันบ้า..." เสียงของเธอเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาเคลื่อนขึ้นมาแตะที่ปลายคางเรียว บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส
"ใช่ ผมมันบ้า..." อาคเนย์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ "บ้าตั้งแต่เห็นคุณผ่านเลนส์กล้องวันนั้น... และบ้ามากกว่าเดิมที่วันนี้คุณยังกล้าเดินเข้ามาหาผมถึงถิ่น"
รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่ลูบไล้กรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ มันเป็นสัมผัสที่ทั้งอันตรายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน สมองส่วนตรรกะของเธอร้องเตือนให้อยู่ห่าง แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการอ่อนระทวยลงไปครึ่งหนึ่งต่อหน้าอำนาจเถื่อนที่เขากำลังแผ่ซ่ายใส่
"อย่า... อื้อ..."
คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่ออาคเนย์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อnคำใดอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดริมฝีปากอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง!
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานหรือทะนุถนอม แต่มันคือการบดขยี้ด้วยความโหยหา อารมณ์ดิบเถื่อน และความดุดันที่ถูกกักเก็บไว้มานาน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอพยายามทุบตีอกเขา ขัดขืนด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี แต่แรงมหาศาลจากชายหนุ่มกลับตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย
มืออีกข้างของอาคเนย์โอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น รั้งร่างของเธอให้ลอยขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่ต้องสัมผัสพื้น ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ ในห้องมืด
สัมผัสที่คาดไม่ถึงนี้กำลังพังทลายกำแพงทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้น รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันเริ่มเปลี่ยนจากความขัดขืนกลายเป็นความยินยอมพร้อมใจอย่างช้า ๆ เมื่อริมฝีปากของเขาผ่อนปรนความรุนแรงลง กลายเป็นความเย้ายวนที่ชarลออารมณ์ให้ดื่มด่ำ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนรินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดลอย ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความชาดิกกระจายไปทั่วปลายนิ้ว ความรู้สึกต่อต้านมลายหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดที่ประสานกันก้องห้อง
อาคเนย์ผริมฝีปากออกช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รินรดาได้สูดอากาศหายใจเข้าปอด ทว่าหน้าผากของเขากลับยังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ดวงตาสีเข้มฉายแววปรารถนาล้นปรี่ที่ยากจะต้านทาน
"ทีนี้..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง "เรามาคุยกันดีกว่าครับ ว่าความลับที่คุณซ่อนไว้... มันคืออะไรกันแน่"
รินรดายังคงหอบหายใจจนอกกระเพื่อมแรง ดวงตาสั่นระริกมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเพียงคืบ หัวใจเต้นรัวระคนหวาดหวั่น ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากแก้ตัว ประตูสตูดิโอที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าและแสงไฟสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามา!
"อาคเนย์! นายอยู่ในนี้ไหม? แขกคนสำคัญมารอที่ห้องรับรองแล้ว..." เสียงทุ้มของบุคคลที่สามตะโกนดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตรายในทันที
อาคเนย์ชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปที่ประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจอีกครั้ง
"เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรอกนะ... รอดูก็แล้วกัน ว่าความลับของคุณจะรอดเงื้อมมือผมไปได้อีกสักกี่น้ำ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันตรายครั้งนี้นะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 6
สัมผัสที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!