วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 4

แรงอัดในบรรยากาศ

ผลงานโดย ภูริศร์
ทว่าเสียงกุญแจกระทบกันกริ๊งๆ ที่หน้าประตูกลับดึงสติของเธอให้กลับคืนสู่ความจริง รินรดาผงะถอยหลังสุดแรง ร่างบางเซถลาไปชนเข้ากับชั้นวางหนังสือจนสันหนังสือเล่มหนาหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ทว่าสายตาของเธอกลับไม่ได้มองสิ่งของที่เสียหายเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะทเทิ้มด้วยความตกใจปนหวาดหวั่น ขณะที่จ้องมองร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ที่ยังคงยืนนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความกดดันและความนิ่งขรึมออกมาจนแทบหายใจไม่ออก หัวใจของรินรดากระทอกแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก มันเต้นรัวเร็วและดังจนเธอคิดว่าอีกฝ่ายคงได้ยินมันเช่นกัน เธอพยายามควบคุมลมหายใจที่หอบสะท้านไม่เป็นจังหวะ พยายามดึงสติและเกราะป้องกันทั้งหมดที่เคยมีกลับมาสวมทับ เพื่อซ่อนความหวั่นไหวและรอยร้าวที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจเมื่อครู่ แต่ทว่า แววตาคมกริบที่มองตรงมายังเאธนั้นกลับทะลุทะลวงเกราะป้องกันทุกชั้น ราวกับเขาสามารถอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง อาคเนย์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีเข้มคมปลาบจับจ้องมาที่เธอนิ่งนาน ราวกับผู้ล่าที่กำลังพิจารณาเหยื่อในกรงขัง รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความอบอุ่น แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทาย ความเย้ยหยัน และอำนาจเหนือกว่าที่ทำให้อากาศรอบตัวเธอหนักอึ้งขึ้นเป็นทวีคูณ เสียงกุญแจในมือของเขาถูกหมุนเล่นช้าๆ เกิดเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ทว่าบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส ทุกวินาทีที่ผ่านไปเนิ่นนานราวกัปศตวรรษ ในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ ความเงียบระหว่างพวกเขากลับส่งเสียงดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง "คิดว่าจะหนีพ้นงั้นเหรอ, รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของเขาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ายวนและคุกคามในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวของเขาบีบให้พื้นที่หายใจของเด็กลดแคบลงเรื่อยๆ จนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับชั้นวางหนังสือด้านหลัง ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อเงยหน้าสบตากับเขา พยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ข้างลำตัว ทว่าความสั่นไหวในแววตาของเธอกลับทรยศทุกคำพูดที่เธอพยายามจะเอ่ยออกมา "คุณ... คุณต้องการอะไรกันแน่ อาคเนย์?" เธอพยายามเปล่งเสียงออกมาให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าเสียงนั้นจะสั่นเครือเล็กน้อยก็ตาม "เราเคลียร์กันจบไปแล้วไม่ใช่หรือไง เรื่องระหว่างเรามันควรจะจบลงตั้งแต่วันนั้นแล้วนะ!" อาคเนย์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ ร่างสูงโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใช้แขนข้างหนึ่งยันทับชั้นหนังสือไว้กักขังเธอไว้ตรงกลาง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมขึ้นมาไล้ปลายนิ้วอุ่นๆ ไปตามกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนก ทว่ากลับสร้างความร้อนระอุไปทั่วผิวเนื้อที่เขาสัมผัส ทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เผลอหลับตาลงชั่วขณะเพื่อข่มความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนขึ้นในอก "จบเหรอ?" อาคเนย์กระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นต่ำทุ้งและแหบพร่าจนส่งกระแสความสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง "สำหรับคุณมันอาจจะจบ... แต่สำหรับฉัน มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะ" ปลายนิ้วของเขาเลื่อนไล้จากกรามมนลงมาที่คอระหง แผ่วเบาทว่าทรงพลังในการควบคุมสติสัมปชัญญะของเธอ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเธอกำลังจะละลายไปกับสัมผัสนั้น ความโกรธ ความเกลียด และความพยายามที่จะต่อต้านที่เธอสั่งสมมานานแรมปี พังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่คุ้นเคยและอันตรายนี้ ร่างกายของเธอกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างไม่รักดี หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ทว่าในขณะเดียวกัน สมองส่วนหนึ่งก็ยังคงส่งเสียงกรีดร้องเตือนสติถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอรู้ดีว่าการยอมจำนนต่อเขาในตอนนี้หมายถึงอะไร มันคือการเดินเข้าสู่กรงขังที่เธอเพิ่งดิ้นรนหนีออกมาได้ แต่วินาทีนี้ แรงดึงดูดระหว่างพวกเขากลับรุนแรงเสียจนเหตุผลทุกข้อพังทลายลงในพริบตาเดียว อาคเนย์สังเกตเห็นความลังเลและความพ่ายแพ้ที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากของเธอมากขึ้น ลมหายใจของทั้งสองคนผสานหลอมรวมกันในพื้นที่อันน้อยนิด หัวใจของรินรดากระทอกแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมา และในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะสัมผัสกันนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขาก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที! อาคเนย์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาสบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ ก่อนจะผละตัวออกจากเธอเล็กทอดถอนหายใจยาวด้วยความเสียดาย ทว่าสายตาที่เขายังคงมองเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยประกายไฟที่ยังคงคุกรุ่นและพร้อมจะลุกโชนขึ้นมาได้ทุกเมื่อ มือหนาควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะก้มลงมองหน้าจอเพื่อดูชื่อสายเรียกเข้า ทว่าในจังหวะที่หน้าจอสว่างวาบขึ้น ทันทีที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ร่างกายของอาคเนย์ก็ชะงักค้างไปในทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความตื่นตระหนกและแววตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด รินรดายืนหอบหายใจถี่กระชั้น พยายามดึงสติกลับคืนมา แต่เมื่อเธอเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของชายหนุ่ม ความสงสัยก็เข้าเกาะกุมหัวใจ เธอเหลือบสายตาขึ้นมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือของเขาโดยไม่ตั้งใจ และทันทีที่เห็นชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอนั้น หัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทั่วทั้งร่างเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งในฤดูหนาว บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น... ปรากฏชื่อของคนที่ไม่ควรจะปรากฏอยู่ ณ ที่แห่งนี้ มากที่สุดในโลก! ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ ทุกกำลังใจคือกำลังใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปครับ!
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%