กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นอับชื้นของห้องมืด กลิ่นที่รินรดาจำได้แม่นยำยิ่งกว่ากลิ่นกระดาษไขบนโต๊ะเขียนแบบ มันคือกลิ่นของความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมกับส้นสูงที่กระทบพื้นห้องทีละก้าวอย่างเชื่องช้าและมั่นคง
ประตูไม้เนื้อแข็งถูกผลักให้เปิดกว้างขึ้น แสงไฟนีออนจากทางเดินด้านนอกสาดส่องตัดกับความมืดสลัวภายในห้องสตูดิโอ เผยให้เห็นร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีดำสนิท ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งเรียบ ทว่าแววตาคมกริบราวกับใบมีดกำลังกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของอาคเนย์ที่ยืนประชิดติดตัวรินรดาอยู่บนพื้นพรม
"ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญสินะ... อาคเนย์"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบงันลงอย่างราบคาบ ผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ ดวงตาคู่คมจดจ้องมองรินรดาที่ตอนนี้แผ่นหลังแนบติดอยู่กับกำแพงเย็นเฉียบ โดยมีแขนแกร่งของอาคเนย์กักตัวเธอไว้ตรงกลาง
รินรดากัดริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรื่องของวิศวกรสาวประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาว แต่มันคือเกมอำนาจที่เธอกำลังตกเป็นหมากโดยไม่รู้ตัว
อาคเนย์ไม่แม้แต่จะหันไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคมดุของช่างภาพหนุ่มยังคงตรึงอยู่กับใบหน้าตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาของรินรดา เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอันตราย
"ไม่รบกวนเลยครับ..." อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนของเขายังคงรดรินอยู่ข้างแก้มของรินรดา "คุณกำลังมาดู... วิธีที่ผมจัดการกับความดื้อรั้นต่างหากล่ะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด รินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งคือผู้ชายดิบเถื่อนที่กักขังเธอไว้ด้วยเรือนร่างและพันธะทางอารมณ์ อีกด้านคือผู้หญิงทรงอิทธิพลที่ถือครองความลับบางอย่างซึ่งพร้อมจะบดขยี้เธอให้แหลکคามือ
"ปล่อยฉัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันอกแกร่งของอาคเนย์ออก แต่เขากลับยิ่งทิ้งน้ำหนักตัวเข้าหา ปิดกั้นช่องว่างทั้งหมดจนร่างกายแนบชิดกันอย่างไร้ที่ติ
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะครับ รินรดา" อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่สั่นประสาท "คุณคิดเหรอว่าผมจะยอมให้ใครมาขัดเวลาของเราง่ายๆ"
ผู้หญิงในชุดดำเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนหยุดยืนห่างจากทั้งคู่เพียงไม่กี่ก้าว รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของเธอ สายตาที่มองรินรดานั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนและสมเพช
"เก่งนักนะวิศวกรสาว... คิดจะเล่นกับไฟ แต่ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองกำลังจะถูกเผาจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า" เสียงนั้นเยียบเย็นบาดลึก
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกวาดตามองผู้หญิงคนนั้นด้วยแววตาที่แข็งกร้าวไม่แพ้กัน
"ถ้าฉันจะถูกเผา... ฉันก็จะไม่ยอมเป็นคนเดียวที่มอดไหม้หรอกครับ" รินรดาจงใจใช้น้ำเสียงเย้ยหยันกลับไปบ้าง แม้ตัวเธอจะตกเป็นรองก็ตาม
อาคเนย์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เสียงหัวเราะทุบต่ำที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน เขาชอบเหลือเกินเวลาที่เหยื่อของเขามีเขี้ยวเล็บแบบนี้ มือหนาเลื่อนลงมาบีบเอวบางของรินรดาไว้แน่น บังคับให้เธอแอ่นกายเข้าหาเรือนร่างแข็งแกร่งของเขาอย่างจงใจ สัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้ลมหายใจของรินรดากระชากถี่ขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
"เด็กดี..." อาคเนย์กระซิบชิดใบหู รอรอบจูบเบาๆ ที่ซอกคอขาวจนรินรดาร่างกายสะท้านเยือก "มองเธอสิ... แล้วบอกผมซิว่า คุณกล้าพอที่จะแลกทุกอย่างกับผมไหม"
ความอบอุ่นจากร่างกายของอาคเนย์หลอมรวมเข้ากับความหนาวเหน็บจากสายตาของผู้หญิงเบื้องหน้า กลิ่นอายความใคร่และอันตรายอบอวลปะปนกันจนแยกไม่ออก รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่พร้อมจะร่วงหล่นลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาที่ไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด อาคเนย์ก็หันไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงชุดดำอย่างเต็มตัว โดยที่แขนอีกข้างยังคงโอบกอดรินรดาแนบแน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดรอดไปไหน
"คุณมาก็ดีแล้ว..." อาคเนย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ "จะได้เห็นกับตาว่า... ของชิ้นนี้... ผมจองไว้คนเดียว"
ทันทีที่พูดจบ อาคเนย์ก็ก้มลงประกบจูบเรียวปากของรินรดาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ท่าقمกลางสายตาตกตะลึงของผู้มาเยือน รสจูบที่ทั้งร้อนแรง บดขยี้ และเรียกร้องสิทธิ์อย่างไร้ความปรานี ทำให้รินรดาร่างกายอ่อนยวบ เธอเผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความลืมตัว เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างตะกละตะกลาม มือแกร่งลูบไล้ไปตามแผ่นหลังโค้งเว้า ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนให้ลุกโชนขึ้นกลางความมืดมิด
รินรดากำเสื้อของเขาแน่น สมองขาวโพลน ลืมสิ้นทุกอย่างรอบตัว เหลือเพียงรสสัมผัสอันตรายที่กำลังแผดเผาร่างกายจนแทบหลอมละลาย
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจกำลังจะขาดหว้าง ผู้หญิงในชุดดำก็เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาเบาๆ แต่กลับทำให้เลือดในกายของอาคเนย์และรินรดาเย็นเฉียบลงทันที
"ถ้าสิ่งที่แกกำลังกอดอยู่... คือคนที่ฆ่าน้องสาวของแกด้วยมือของเธอเองล่ะ... อาคเนย์"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในวังวนเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 10
เกมไล่ล่า
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!