แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือหนาที่กระแทกเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งทำเอาผนังห้องสั่นไหวราวกับจะพังทลายลงมา เสียงตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายของผู้ชายด้านนอกนั่นไม่ได้ทำให้ 'อาคเนย์' สะดุ้งไหว เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องมืดสลัว กลิ่นน้ำมันล้างเลนส์และกลิ่นกระดาษอัดรูปอบอวลอยู่ในอากาศราวกับจะตอกย้ำความเป็นส่วนตัวที่กำลังถูกละเมิด
รินรดาเบิกตากว้าง เธอเม้มริมฝีปากแน่น พลางมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้หันไปมองประตูที่ถูกทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับค่อยๆ หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาพิจารณาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... จากความดุดันกลายเป็นความอ่อนแสงจนน่าใจหาย
"ออกไปซะ" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังจนคนนอกหยุดชะงัก "ถ้าไม่อยากให้ปืนในมือฉันลั่นออกไปทางช่องมองตาแมวนั่น ก็ไสหัวไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันทีที่สิ้นคำขู่ของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในย่านนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้ชายคนนั้นถอยห่างออกไปจนเงียบสนิท รินรดาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทว่าความโล่งใจนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดใหม่เมื่อหันไปเห็นสิ่งที่อยู่ในมืออาคเนย์
นั่นไม่ใช่รูปถ่ายทิวทัศน์หรืองานศิลปะราคาแพง แต่มันเป็นรูปถ่ายใบเก่าที่มุมยับย่น แสดงภาพหญิงสาวคนหนึ่งในวัยเยาว์ที่กำลังยิ้ม... รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยและเปราะบางเหลือเกิน
"คุณเก็บมันไว้ทำไม..." รินรดาถามเบาๆ พลางก้าวเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา
อาคเนย์หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้จ้องมองเธอแบบที่เขาเคยทำ... สายตาที่มักจะหิวกระหายและต้องการจะกลืนกินเธอ แต่มันกลับดูว่างเปล่าและโดดเดี่ยว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเธอจนแผ่นหลังของรินรดาปะทะเข้ากับโต๊ะทำงานที่มีอุปกรณ์เครื่องกลวางระเกะระกะ
"ภาพถ่ายไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือคำโกหกที่งดงามที่สุด รินรดา" เขาพูดพลางวางรูปใบนั้นลงบนโต๊ะ แล้วใช้ฝ่ามือหนาทาบลงไปบนขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่งดั่งโซ่ตรวน "ฉันถ่ายภาพเพื่อลบภาพจำที่น่ารังเกียจในหัวออกไป... แต่ทำไม... ยิ่งถ่ายมากเท่าไหร่ ฉันกลับยิ่งเห็นภาพของคนคนนี้ชัดเจนขึ้นทุกวัน"
เขาก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกโด่งสันปัดผ่านใบหน้าของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนหอมกลิ่นยาสูบจางๆ ทำให้รินรดารู้สึกสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง มือที่เคยจับประแจเหล็กอย่างมั่นคงกลับสั่นเทาเมื่อเขาสอดนิ้วเรียวยาวเข้ามาที่หลังคอของเธอ ลูบไล้อย่างแผ่วเบาแต่เร้าอารมณ์
"คุณเปราะบาง..." เธอพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงเมื่อมือของเขาเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่เส้นชีพจรบริเวณลำคอ
"ใครบอกว่าฉันเข้มแข็ง?" อาคเนย์กระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าของเขาสั่นเครือด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน "ภายใต้เลนส์กล้องที่ใครๆ ต่างชื่นชม... มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่มองไม่เห็นว่ามันคือคุกที่ขังตัวตนที่แท้จริงของฉันเอาไว้"
เขาโน้มจูบลงที่ซอกคอขาวเนียน สัมผัสนั้นไม่ได้ดิบเถื่อนเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและรอยร้าวลึก เขาดูดเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยจางๆ รินรดาเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ แรงดึงดูดระหว่างวิศวกรผู้ถือตัวกับช่างภาพที่จมดิ่งในอดีตเริ่มพุ่งพล่านจนอากาศรอบกายดูเบาบางลง
"ริน..." เขาเรียกชื่อเธอ เสียงนั้นแฝงไปด้วยคำสั่งที่ยากจะปฏิเสธ "ช่วยฉันที... ช่วยทำให้ฉันลืมทุกอย่าง ลืมภาพจำบัดซบพวกนั้นด้วยร่างกายของคุณ"
อาคเนย์กระชากร่างของเธอให้แนบชิดขึ้นจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาเริ่มรุกราน เข้าไปใต้เนื้อผ้าของเธออย่างถือวิสาสะ นิ้วแกร่งเกี่ยวสายบราลูกไม้เบาๆ ก่อนจะกดน้ำหนักลงบนผิวเนื้อนวลเนียน แรงปรารถนาที่เขาพยายามสะกดกลั้นเริ่มพวยพุ่งออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก
รินรดาครางแผ่วในลำคอเมื่อเขาลากไล้ลิ้นร้อนผ่านลำคอลงมายังเนินอก ความเย็นชาที่เธอเคยสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันพังทลายลงในพริบตา เธอเป็นเพียงวิศวกรสาวที่เชื่อในกลไกของโลหะ แต่ในยามนี้ กลไกในร่างกายของเธอกลับถูกมือของชายหนุ่มคนนี้ควบคุมจนรวนไปหมด
เขายกร่างเธอขึ้นวางบนโต๊ะทำงานที่มีรูปถ่ายกระจัดกระจาย แสงไฟสีส้มสลัวในห้องอัดรูปสะท้อนเงาของทั้งคู่บนผนัง ราวกับเงามืดที่กำลังเต้นระบำอย่างร้อนแรง อาคเนย์แทรกกายเข้ามาตรงกลาง เผยให้เห็นอำนาจที่เหนือกว่าผ่านการกระทำที่รุกคืบอย่างไม่มีความปราณี
"มองตาฉัน..." เขาออกคำสั่ง สายตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ดูให้เห็นว่าตอนนี้ ในหัวของฉัน... มีแค่คุณ"
เขาสอดประสานกายเข้ามาอย่างหนักแน่นและรวดเร็ว เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังระงมไปทั่วห้อง รินรดาร้องอุทานด้วยความจุกเสียดทว่ากลับเป็นความสุขสมที่รุนแรง มือของเธอจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขาเล็บฝังลึกลงในเนื้อผ้าของอาคเนย์ จังหวะการเคลื่อนไหวของเขาดุดันและเร่าร้อนราวกับจะชดเชยความเจ็บปวดทั้งหมดในชีวิตผ่านสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้
ทุกการสอดประสานคือการปลดเปลื้อง ทุกจังหวะคือการยืนยันตัวตน... เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ กลืนกินเสียงครางของเธอจนหมดสิ้น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพถ่ายที่งดงามที่สุดในชีวิตเขา
เวลาดูเหมือนจะหยุดหมุน ท่ามกลางกลิ่นอายของเคมีล้างรูปและความอบอุ่นจากร่างกายที่แนบชิด อาคเนย์ดูเหมือนปีศาจที่กำลังถูกชำระล้างด้วยความร้อนรุ่มของรินรดา เธอเป็นดั่งฟันเฟืองที่เติมเต็มความว่างเปล่าของเขา ในขณะที่เขาคือพายุที่พัดพาให้เธอกระเจิดกระเจิงจนลืมโลกแห่งความเป็นจริงไปจนหมดสิ้น
ในจังหวะที่อารมณ์พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด ร่างกายของทั้งคู่สั่นสะท้านพร้อมกัน ราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย อาคเนย์กอดรัดร่างเธอแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปเหมือนภาพถ่ายที่ซีดจาง
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหลังจากพายุสงบลง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องพัก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"อาคเนย์... ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ข้างใน" เสียงผู้หญิงที่ดังลอดเข้ามานั้นทำให้อาคเนย์ตัวแข็งทื่อทันที
เขาผละออกจากตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว แววตาที่เคยร้อนแรงด้วยความปรารถนาเปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความหวาดกลัวที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาที่ยังสั่นเทาเล็กน้อยหยิบเสื้อผ้ามาคลุมร่างเธอด้วยความรีบร้อน
"ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" เขาขู่เสียงต่ำพลางคว้าปืนกระบอกเล็กข้างโต๊ะมาถือไว้
ประตูด้านหน้าไม่ได้ถูกผลักออก แต่มันค่อยๆ เปิดแง้มด้วยกุญแจสำรองที่คนนอกถือไว้... ผู้หญิงในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วพื้นที่ ความลับที่อาคเนย์พยายามซ่อนไว้ดูเหมือนจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่แสงไฟจากทางเดินสาดกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน
ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวความรักอันตรายของอาคเนย์และรินรดานะครับ ภูริศร์สัญญาว่าจะเขียนให้เข้มข้นขึ้นในตอนต่อไปครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 9
ภาพจำที่เลือนหาย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!