"ริน... นายกำลังซ่อนอะไรไว้อยู่กันแน่?"
น้ำเสียงของเอลาร่าสั่นเครือเล็กน้อย ขณะที่ปลายนิ้วเรียวบางของเธอกำลังสัมผัสหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ หน้าจอที่เต็มไปด้วยรหัสอักขระโบราณอันซับซ้อน ซึ่งกำลังหมุนวนราวกับดวงตาของปีศาจจากยุคโบราณกาล
ค่ำคืนนี้ภายในห้องพักแคบๆ ใต้ดิน รินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เหล็กเก่าๆ แววตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม เยือกเย็น และไม่อาจคาดเดาความนึกคิดได้ ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัวหนีหรือพยายามปิดบังหน้าต่างระบบแม้แต่น้อย เขากลับปล่อยให้แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนใบหน้าครึ่งซีกของตนเองอย่างใจเย็น
"เธอคิดว่ามันมาจากไหนล่ะ เอลาร่า?" รินย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนหนาวเยือก
เอลาร่าหันกลับมามองสหายร่วมเป็นร่วมตาย ดวงตาคู่สวยของอดีตฮันเตอร์ระดับ S ไหวระริก เธอผ่านศึกมานับร้อย ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีเทคโนโลยีหรือเวทมนตร์บทใดในโลกใบนี้ที่สوทานกับ 'ระบบย้อนกระแสโลกาวินาศ' ที่รินครอบครองอยู่ มันไม่ใช่แค่หน้าต่างสถานะบอกเลเวลทั่วไป แต่มันคือพลังที่สามารถฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของกาลเวลา ดึงอนาคตที่พังทลายให้ย้อนกลับมาเป็นกระดานหมากรุกที่เขาสามารถบงการได้ทุกย่างก้าว
"มันไม่ใช่เวทมนตร์ของหอคอย... และไม่ใช่เทคโนโลยีจากกลุ่มสหพันธ์ใต้พิภพ" เอลาร่าก้าวเข้าไปใกล้ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนกในอก "ริน ฉันเคยเห็นสิ่งประดิษฐ์ระดับตำนานมาหมดแล้ว แต่สิ่งที่นายมี... มันเหมือนกับพระเจ้ากำลังเล่นตลก หรือบางที... นายอาจจะไม่ได้ย้อนเวลากลับมาเฉยๆ แต่อะไรบางอย่างกำลังใช้ร่างของนายเป็น 'สะพาน' ต่างหาก"
คำพูดของเธอคมกริบและตรงประเด็นสมกับที่เป็นอดีตฮันเตอร์ระดับสูง รินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความกลัว มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบว่าเหยื่อเริ่มฉลาดขึ้น
รินลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มสูงโปรดเดินเข้าไปหาเอลาร่าอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นอายความกดดันอันมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งSสงบแผ่ซ่านออกมาจนเอลาร่าเผลอกลั้นหายใจ
"เธอฉลาดมาก เอลาร่า... สมกับที่เป็นอดีตมันสมองแห่งกิลด์ดาราเพลิง" รินกระซิบเสียงต่ำ แววตาสื่อถึงความเจ็บปวดจากอดีตที่ฝังรากลึก "แต่เธอรู้ไหมว่าทำไมระบบนี้ถึงเลือกฉัน? ไม่ใช่เพราะโชคช่วย... และไม่ใช่เพราะความบังเอิญ"
มือหนายื่นไปแตะที่หน้าจอโฮโลแกรม ทันใดนั้น ตัวอักษรสีแดงฉานก็ระเบิดออกมาจากความว่างเปล่า มันไม่ใช่ภาษาของมนุษย์ แต่มันคืออักษรเรืองแสงที่เขียนไว้ด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของเอลาร่าแทบหยุดเต้น
[ ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลต้นกำเนิด: ระดับความลับสูงสุด ]
[ คำเตือน: ผู้ครอบครองระบบคือร่างอวตารลำดับที่ 0 ผู้ทำลายล้างห้วงมิติ ]
"ร่างอวตาร..." เอลาร่าพึมพำริมฝีปากสั่นระริก "นายกำลังหมายความว่า... ระบบนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้นายรอดพ้นจากวันสิ้นโลก... แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้นายกลายเป็น 'ภัยพิบัติ' เสียเองอย่างนั้นเหรอ?"
รินไม่ตอบทันที เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานเล็กที่มองเห็นความมืดมิดของสลัมเบื้องบน เสียงฝนที่สาดซัดกระทบหลังคาสังกะสีดังกลบความเงียบงันในห้อง แต่ภายในใจของชายหนุ่มกลับคลื่นลมโหมกระหน่ำไม่แพ้พายุข้างนอก เขาจำวันนั้นได้ดี วันที่ครอบครัวของเขาต้องสังเวยให้กับดันเจี้ยนระดับ S ที่ถูกจัดฉากขึ้นโดยพวกขุนนางและกิลด์ใหญ่ วันที่เขาตายอย่างอนาถในกองเลือด... และเป็นวันที่เสียงปริศนาดังขึ้นในหัว พร้อมกับประโยคที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
*'เจ้าต้องการพลังที่จะล้างบางโลกใบนี้ให้ราบคาบหรือไม่... เจ้าชายแห่งความพินาศ?'*
รินหันกลับมาสบตาเอลาร่าอีกครั้ง แววตาของเขาไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น
"ไม่ว่ามันจะเป็นระบบที่มาจากพระเจ้า หรือปีศาจจากนอกจักรวาล... ถ้ามันมอบอำนาจให้ฉันเหยียบย่ำไอ้พวกที่เคยเหยียบย่ำเราได้..." รินยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสEำประกายแสงสีทองวับวามชั่วพริบตา "ฉันก็พร้อมจะขายวิญญาณให้มัน... แม้กระทั่งการทำลายล้างโลกใบนี้ทั้งใบก็ตามที"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เอลาร่ามองหน้าชายหนุ่มที่เธอไว้ใจที่สุด เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า รินในตอนนี้ไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้แสนอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขากลายเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนเสียอีก แต่ทว่า... ลึกลงไปในใจ กลับมีความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแปลกประหลาดก่อตัวขึ้น เพราะไม่ว่าเขาจะกลายเป็นอะไร เธอก็รู้ดีว่าเป้าหมายเดียวในใจของเขาคือการปกป้องเธอจากเศษซากของโลกที่เน่าเฟะนี้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลึกเข้าสู่ความลับอันดำมืด เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานก็ดัง "ปี๊ป! ปี๊ป! ปี๊ป!" แผดเสียงก้องไปทั่วทั้งตึกเช่า
[ แจ้งเตือนด่วน: มีการตรวจพบการบุกรุกระดับ S กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้จุดพิกัดในระยะ 500 เมตร ]
[ เป้าหมาย: กำจัดผู้ครอบครองระบบฮันเตอร์คลาสขยะ ]
[ คำสั่งพิเศษ: กิลด์เพลิงทมิฬ นำโดย 'บารอนเรย์' มาถึงหน้าประตูห้องพักของท่านแล้ว ]
เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "กิลด์เพลิงทมิฬตามรอยเรามาเจอได้ยังไง! พวกมันเร็วกว่าที่เราคำนวณไว้ตั้งสามวัน!"
รินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่งสงบดั่งภูผา มือซ้ายล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ท ขณะที่มือขวากดแตะลงบนหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อยืนยันคำสั่งบางอย่าง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูขึ้นมาบนบันไดตึก
"ก็ดีเหมือนกัน..." รินพึมพำเบาๆ พร้อมกับเสียงดีดนิ้วดังสนั่นในความมืด "ฉันกำลังเบื่อพวกสุนัขรับใช้ที่ชอบเห่าหอนอยู่พอดี... เปิดประตูต้อนรับพวกมันซะ เอลาร่า"
ปัง! ประตูไม้เก่าแก่ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล ร่างของฮันเตอร์ระดับ A ในชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิทพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่ก่อนที่คมดาบเล่มแรกจะทันได้แตะต้องตัวริน หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนที่ดังขึ้นตัดผ่านความโกลาหล
[ ปลดล็อกวงเงินพิเศษ: ซื้อคืนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของดันเจี้ยนทั้งหมดในเขตกทม. สำเร็จ ]
[ ยอดเงินที่หัก: 10,000,000,000 เครดิต ]
[ การ์ดสิทธิพิเศษระดับพระเจ้าถูกใช้งาน: ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็น 'เจ้าแห่งดันเจี้ยน' อย่างเป็นทางการ ]
สิ้นเสียงระบบ รินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงไปยังผู้บุกรุกที่ยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าประตู และก่อนที่พวกมันจะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ร่างของพวกมันทั้งหมดก็ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนสีดำแห่งความมืดที่พุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นห้อง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ฮันเตอร์คลาสขยะกับระบบย้อนกระแสโลกาวินาศ•ตอนที่ 9
ความลึกลับของระบบ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์คลาสขยะกับระบบย้อนกระแสโลกาวินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!