"เด็กเหลือขออย่างแก... ต่อให้เอาดาบเหล็กกล้าชั้นดีไปถือไว้ในมือ ก็เป็นได้แค่เศษสวะที่รอวันถูกอสูรฉีกเนื้อเท่านั้นแหละ ริน!"
เสียงหัวרויาะเยาะเย้ยของ ไทเกอร์ หัวหน้ากิลด์อัคคีทมิฬดังสะท้อนก้องไปทั่วลานประลองกลางแจ้งของสมาคมฮันเตอร์ สายตานับร้อยคู่จับจ้องมายังร่างผอมเพรียวของเด็กหนุ่มผู้ถือครองฉายา 'ฮันเตอร์คลาสขยะ' แรงกดดันจากมานาของผู้ฝึกตนระดับสูงแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ทว่า ริน กลับยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินสลัก ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้นแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาสีดำสนิทที่ลึกล้ำดึงดูดสายตาจนน่าขนลุก
เอลาร่า ซึ่งยืนกอดอกพิงเสาหินอยู่บริเวณระเบียงชั้นสอง เม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวบาวยาวของเผลอจิกเข้ากับแขนเสื้อของตัวเองจนยับยู่ยี่ แม้ภายนอกเธอจะแสดงออกถึงความเยือกเย็น แต่นัยน์ตาสีฟ้าครามกลับฉายแววเป็นกังวลอย่างปิดไม่มิด เธอรู้ดีว่าในอดีต ริน ต้องแบกรับภาระและบาดแผลจากโศกนาฏกรรมในดันเจี้ยนมามากแค่ไหน การปล่อยให้เขาต้องมารับมือกับไอ้พวกสวะที่ใช้อำนาจเงินและชื่อเสียงรังแกในวันนี้ มันคือความอยุติธรรมที่เธอแทบอยากจะชักดาบขึ้นมาฟันพวกมันให้สิ้นซากด้วยมือของเธอเอง
"พูดจบหรือยังครับ?" ริน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเคือง ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้เสียงหัวเราะรอบสนามเงียบกริบลงในเสี้ยววินาที
"แก...!" ไทเกอร์หน้าเสียเล็กน้อยเมื่อถูกเด็กที่ตนเหยียดหยามตอกกลับด้วยท่าทีสุขุมเกินวัย "ดี! ในเมื่อแกปากดีนัก วันนี้ฉันจะทำให้แกได้รู้ซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างสวรรค์กับนรก กฎของการประลองแลกศักดิ์ศรี... ตายเป็นตาย พิการเป็นพิการ ใครถอยก่อนคือไอ้ขี้ขลาด!"
"ตกลงครับ" ริน พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล พร้อมกับก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าทีละก้าว รองเท้าคอมแบตกระทบกับพื้นคอนกรีตเกิดเสียงดัง ก้องกังวาน ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของฝูงชนที่ต่างพนันกันว่าเด็กหนุ่มจะรอดไปได้สักกี่กระบวนท่า
ในห้วงความคิดของริน ระบบย้อนกระแสโลกาวินาศกำลังส่งเสียงแจ้งเตือนรัวระเบิด หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉพาะเขาผู้เดียวเท่านั้น
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเจตంటฆ่าระดับสูงจากเป้าหมาย (ไทเกอร์)]
[ข้อเสนอแนะจากระบบ: ทำการวิเคราะห์จุดอ่อนผ่านเนตรทิพย์มิติที่ศูนย์]
[เปิดใช้งานพลังงานพิเศษ: 'สิทธิ์ขาดแห่งผู้ครอบครองมิติ' - ลดความเร็วของเป้าหมายลง 50% เป็นเวลา 60 วินาที]
รินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีนั้นงดงามและอันตรายยิ่งกว่ามัจจุราช
"เข้ามาสิครับ ไทเกอร์" รินกวักมือเรียกด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเชิญชวนเพื่อนมาดื่มชา ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับฮันเตอร์ระดับ A ที่มีชื่อเสียง
"ไอ้เด็กเวรนี่... ตายซะเถอะ!"
ไทเกอร์คำรามลั่นราวกับสัตว์ป่า 100 แรงม้า ร่างกายของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน กล้ามเนื้อทุกมัดขยายตัวขึ้นจนชุดเกราะแทบปริแตก ดาบใหญ่ในมือถูกฟันลงมาด้วยวิถีที่รวดเร็วและรุนแรงหวังจะผ่าร่างของรินให้ขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว แรงลมจากการเหวี่ยงดาบกรีดผิวหนังของผู้คนที่ยืนดูรอบสนามจนแสบชา
ทุกคนต่างหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นภาพอันน่าสยดสยอง
ทว่า... ในสายตาของริน ทุกอย่างกลับเคลื่อนไหวช้าลงราวกับภาพสโลว์โมชั่น
ร่างของไทเกอร์ที่พุ่งเข้ามานั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ มัดกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวทำให้การเคลื่อนไหวช่วงเอวติดขัด และที่สำคัญ... เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มดาบอยู่นั้นเกิดจากการไหลเวียนของมานาที่ผิดพลาดบริเวณจุดชีพจรใต้รักแร้ด้านซ้าย
รินก้าวเท้าหลบไปทางซ้ายอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ราวกับสายลมที่พัดผ่านใบบัว ปลายดาบเพลิงของไทเกอร์เฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปเพียงไม่ถึงมิลลิเมตร ความร้อนแผดเผาจนเส้นผมสีดำสนิทปลิวไสว
"อะไรกัน... ทำไมถึงหลบได้?!" ไทเกอร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง จังหวะที่เขาเสียหลักจากการฟันวืด รินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ
ฝ่ามือเรียวยาวพุ่งเข้ากระแทกใส่จุดชีพจรใต้รักแร้ของไทเกอร์อย่างจัง!
*ปรึด!*
เสียงมานาภายในร่างกายของไทเกอร์ปะทะกันเองจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ เปลวเพลิงที่เคยลุกโชนดับวูบลงทันที ร่างกายมหึมาของหัวหน้ากิลด์อัคคีทมิฬแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดขีด แรงกระแทกเมื่อครู่ทำให้เส้นลมปราณของเขาเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถรีดเร้นมานาออกมาได้อีก
"แก... แกทำอะไรฉัน...!" ไทเกอร์ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลพรูเต็มกรอบหน้า
รินก้มมองผู้ชายที่เคยหยามเหงียดเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"ผมบอกแล้วไงครับว่า... อย่าประเมินใครจากภายนอก" รินเอ่ยเสียงนุ่ม แต่กดดันจนไทเกอร์ตัวสั่นเทา "สัจธรรมข้อแรกของการเป็นฮันเตอร์ คือความอ่อนแอไม่ใช่บาป... แต่การโง่เขลาแล้วอวดดีต่างหาก คือตั๋วเที่ยวเดียวสู่ความตาย"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งสนามประลอง ผู้คนต่างอ้าปากค้างจนแทบคาดไม่ถึง ภาพของฮันเตอร์คลาสขยะที่เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่า บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่เหนือหัวหน้ากิลด์ระดับแนวหน้าได้อย่างง่ายดายภายในกระบวนท่าเดียว
เอลาร่าที่มองอยู่บนระเบียงคลี่ยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบหลายปีสะท้อนความภาคภูมิใจและความโล่งใจที่เอ่อล้นอยู่ในอก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตกอยู่ในความเงียบงันเนื่องจากความตกตะลึง เสียงปรบมือช้าๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าสนามประลอง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวเข้ามา ชายคนนั้นสวมแว่นตากันแดดสีชา แม้จะอยู่ในร่ม และที่ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกาเรือนหรูที่ราคาอาจเทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายของกิลด์ขนาดกลางได้ทั้งปี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากของเขา
"ยอดเยี่ยม... ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ คุณริน" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง "ไม่เสียแรงเลยที่ท่านประธานสมาคมใหญ่พยายามตามหาตัวคุณมานาน... และบังเอิญเหลือเกินว่า ทางเรากำลังมองหา 'ผู้ถือครองระบบ' คนใหม่พอดี สนใจจะมาร่วมงานกับบริษัทเงาตะวันตกของผมไหมล่ะครับ?"
รินหันไปมองชายแปลกหน้า นัยน์ตาสีดำสนิทหรี่แคบลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แฝงมากับตัวตนของอีกฝ่าย ขณะเดียวกัน หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของรินก็กะพริบแสงสีแดงฉานเตือนภัยระดับสูงสุด
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ผู้ส่งสารแห่งความมืด']
[เงื่อนไขฉุกเฉิน: ปฏิเสธ หรือ ตอบรับคำชวนเพื่อเปิดประตูมิติระดับ SSS]
รินสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ แล้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนתวเยือกขึ้นมาทันที...
— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ฮันเตอร์คลาสขยะกับระบบย้อนกระแสโลกาวินาศ•ตอนที่ 11
การประลองแห่งศักดิ์ศรี
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์คลาสขยะกับระบบย้อนกระแสโลกาวินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!