กลิ่นฟอร์มาลีนจาง ๆ บนปลายนิ้วยังคงสร้างความรู้สึกเหนอะหนะ แม้รินรดาจะล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อจนผิวบริเวณนั้นขึ้นรอยแดงก่ำ ร่างบางในเสื้อกาวน์สีขาวยืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกใสภายในห้องชันสูตรที่เงียบสงัด แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับเครื่องมือสเตนเลสระยิบระยับขับเน้นบรรยากาศให้เยียบเย็นจนน่าขนลุก ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นชาในแววตาคู่คมที่กำลังจดจ้องร่างสูงของชายหนุ่มซึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินกว่าจะถือหางไหวแล้วนะคะ กวินทร์"
น้ำเสียงเรียบเฉยติดจะเยือกเย็นหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบของแพทย์นิติเวชสาว เธอไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาทันที แต่เลือกที่จะใช้ปลายนิ้วเขี่ยแฟ้มประวัติการชันสูตรพลิกกลับด้านอย่างเชื่องช้า ราวกับจังหวะการพลิกกระดาษนั้นคือการนับถอยหลังเวลาชีวิตของใครบางคน
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้สูทคัตติ้งเนี้ยบ เขายกมือขึ้นปลดเนกไทสีเข้มออกเล็กน้อยเพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น ดวงตาคมกริบคมคายคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้องชันสูตร ก่อนจะหยุดนิ่งที่แผ่นหลังบอบบางแต่เปี่ยมด้วยแรงผลักดันอันดุดันของหญิงสาว
"เกมเหรอครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดนิสัยพูดแทนตัวเองด้วยสรรพนามผู้ชายเวลาคุยกับลูกความ" กวินทร์ยิ้มหยันที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษชัดเจน "แต่กับคุณรินรดา... บางทีคำว่า 'เกม' อาจจะดูเบาเกินไปหน่อย มันคือการเอาชีวิตรอดต่างหากล่ะครับ"
รินรดาก้าวเท้าช้า ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างเตียงผ่าศพกับประตูทางออกเหลือเพียงไม่กี่ก้าว แต่แรงกดดันทางจิตวิทยาระหว่างคนทั้งสองกลับมหาศาลเสียจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นของแข็ง เธอยกแขนขึ้นกอดอก สายตาสอดส่องวิเคราะห์ทุกอณูบนใบหน้าของทนายความหนุ่ม ราวกับกำลังใช้มีดผ่าศพชำแหละจิตใจที่บิดเบี้ยวของเขาออกมาดู
"ความอยู่รอด หรือว่า... การเป็นทาสรับใช้ที่จงรักภักดีกันแน่คะ" รินรดาเอ่ยทวนคำ เสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "รอยฟกช้ำที่ต้นแขนขวาของคุณเมื่อสามวันก่อน จากคดีฆาตกรรมอำพรางของตระกูลวรโชติ... รอยนั้นไม่ได้เกิดจากการต่อสู้กับฆาตกรหรอกค่ะ แต่มันเกิดจากแรงบีบของ 'ผู้มีพระคุณ' ที่คุณพยายามปกป้องต่างหาก"
กวินทร์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อบริเวณกรามกระตุกเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยพราวระยับด้วยความมั่นใจไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะกลบเกลื่อนมันด้วยรอยยิ้มสุภาพตามวิชาชีพ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูน่าสมเพชเสียยิ่งกว่าการแสดงความอ่อนแอ
"คุณฉลาดเกินไปแล้วนะคะ หมอรินรดา... รู้ไหมว่าความอยากรู้อยากเห็นแบบนี้มักจะทำให้หมอนิติเวชหลายคนอายุสั้นโดยไม่รู้ตัว"
"และพวกทนายความที่ยอมขายวิญญาณให้ปีศาจ ก็มักจะไม่มีจุดจบที่ดีเหมือนกันค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยแตะจมูก "ฉันอ่านสำนวนคดีของแม่ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกครั้งที่พลิกหน้ากระดาษ ฉันก็มักจะเห็นลายมือการร่างสัญญาซื้อขายความยุติธรรมของคุณซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ... คุณไม่ได้ช่วยพวกเขาเพราะเงินหรอกกวินทร์ แต่คุณโดน 'โซ่' ล่ามเอาไว้ต่างหาก"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาเชิงจิตวิทยาที่เชือดเฉือนทำเอาบรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง กวินทร์หุบยิ้มสนิท แววตาที่มองเธอนั้นเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง เขาก้มตัวลงกระซิบบริเวณข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
"คุณไม่เข้าใจหรอก... ถ้าฉันไม่ทำตามที่มันสั่ง คนที่นอนอยู่บนเตียงผ่าศพในห้องนี้ อาจจะเป็นแม่ของคุณ... หรือไม่ก็ตัวคุณเอง"
คำพูดนั้นทำให้รินรดานิ่งงึดไปในทันที หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานานถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้บางอย่าง กวินทร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศัตรูในคดี แต่เขาคือหมากตัวสำคัญที่ถูกบงการโดยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการตายของแม่เธอเช่นกัน
"ใคร..." รินรดาเค้นเสียงถาม นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความเคียดแค้น "ใครคือคนที่บงการคุณ"
ก่อนที่กวินทร์จะทันได้ตอบคำถาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทนอกห้องชันสูตร เสียงนั้นก้าวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน ราวกับผู้มาเยือนจงใจให้พวกเขารับรู้ถึงการมาถึง เสียงกุ๊งกิ๊งของโลหะกระทบกันเบา ๆ และกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ลอยเข้ามาแทนที่กลิ่นฟอร์มาลีน... กลิ่นอายของดอกกุหลาบสีดำที่เน่าเปื่อย
กวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันทีราวกับเห็นผีสาง ใบหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด
รินรดารีบหันขวับไปมองที่ประตูห้องชันสูตรซึ่งเปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง ในเงาสลัวของทางเดิน ปรากฏร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท สวมหน้ากากโลหะครึ่งซีกที่แกะสลักเป็นลวดลายของงูพิษกำลังขดตัว ดวงตาภายใต้หน้ากากคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยความเย้ยหยัน และในมือข้างขวาของบุคคลปริศนาผู้นั้น... กำลังถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่มีตราประทับลับสุดยอดของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งควรจะอยู่ในตู้เซฟนิรภัยของเธอบนโต๊ะทำงาน!
"ไม่ต้องหาหรอกครับคุณหมอ..." เสียงทุ้มต่ำที่ถูกดัดแปลงให้แหบพร่าดังลอดออกมาจากหลังหน้ากากโลหะ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ปรากฏขึ้น "เพราะของขวัญต้อนรับบทใหม่ของเกมนี้... มาถึงมือคุณแล้วค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 13
ภายใต้หน้ากาก
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!