กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับของกระดาษโบราณในห้องเก็บเอกสารใต้ดินของศาลอาญารeminds ถึงสุสานไร้ป้ายชื่อ มากกว่าสถานที่ทำงานของบุคลากรทางกฎหมาย รินรดายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวสาดส่องตัดความมืดทึบเผยให้เห็นชั้นเหล็กสูงชะลูดที่อัดแน่นไปด้วยสำนวนคดีปิดตาย
“ถ้าคุณพาฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า ทางออกเดียวคือการทำลายหลักฐานล่ะก็... เชิญกลับไปได้เลยค่ะคุณกวินทร์” เสียงของแพทย์นิติเวชสาวราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับปลายมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อเยื่อเพื่อค้นหาความจริง รินรดาหันกลับไปมองชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีที่บัดนี้ยับยู่ยี่และเปื้อนคราบเขม่าควันจากการหลบหนีการติดตาม
กวินทร์ไม่ตอบทันที เขาถอดเนกไทสีเข้มออกอย่างไร้ความปรานีแล้วโยนมันทิ้งลงบนพื้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงชั้นเหล็กเย็นเฉียบ ความเหนื่อยล้าฉายชัดอยู่ใต้ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนแผนการร้ายกาจไว้เสมอ
“คุณคิดว่าความจริงจะปกป้องคุณได้จริงๆ หรือครับ... หมอรินรดา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อระบายน้ำเป็นแบ็กกราวด์ “ความจริงในแฟ้มพวกนี้ ไม่เคยช่วยให้แม่ของคุณรอดพ้นจากเงื้อมมือของคนที่กุมอำนาจเหนือกระบวนการยุติธรรมได้เลยสักครั้ง”
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแคบลงในพื้นที่จำกัด ความกดดันทางจิตวิทยาพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ กวินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แข็งกร้าวของหญิงสาว เขาไม่ได้กำลังหาเรื่องทะเลาะ แต่นัยน์ตานั้นสะท้อนความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันหนาทึบ
รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวที่กำแฟ้มคดีของมารดาไว้จนข้อต่อขึ้นสีขาวสั่นเทาเล็กน้อย ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงลำ Mอง แต่ลึก ภายในความโกรธนั้น กลับมีความเปราะบางที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิต
“คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงแม่ฉัน…” เสียงของเธอแผ่วเบาลง เหลือเพียงความสั่นเครือที่หลุดลอดออกมาจากความเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างขึ้น
“ผมมีสิทธิ์... เพราะผมคือคนเดียวที่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับท่าน และผมก็เป็นคนเดียวที่คุณเหลืออยู่ที่จะช่วยดึงมันขึ้นมาจากนรก” กวินทร์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นฝุ่นและเหงื่อจางๆ ลอยแตะจมูก รินรดาไม่ได้ถอยหลังหนี ปลายนิ้วของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียวในความสลัว
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงเช่นเคย มันคือความเงียบที่ยอมจำนนต่อความอ่อนแอภายในจิตใจ กวินทร์หลับตาลงช้าๆ พ่นลมหายใจยาวเหยียด ก่อนจะยอมเปิดเผยแผลเป็นที่เขาไม่เคยบอกใคร
“พ่อของผม... เป็นคนเซ็นคำสั่งอนุมัติให้ปิดคดีของแม่คุณ”
คำสารภาพนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางห้องราวกับก้อนหินตกลงบนผิวน้ำ รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนรังเกียจ เธอก้าวถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือจนแฟ้มเอกสารร่วงหล่นลงมาเสียงดังสนั่น
“คุณ...!”
“ใช่ครับ ครอบครัวของผมเหยียบย่ำชีวิตของคนอื่นเพื่อความอยู่รอดมาหลายชั่วอายุคน และนั่นคือเหตุผลที่ผมเกลียดชังมันไม่แพ้ที่คุณเกลียด” กวินทร์ลืมตาขึ้น จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวที่ถูกซ่อนไว้ “ผมยอมเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น ยอมทำตามเกมสกปรก ก็เพื่อให้ผมมีอำนาจพอที่จะขุดคุ้ยความเน่าเฟะพวกนี้ขึ้นมาล้างบาง... รวมถึงทวงความยุติธรรมให้แม่ของคุณด้วย”
รินรดานิ่งงัง สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและวิทยาศาสตร์ขั้นสูงหยุดชะงักไปชั่วขณะ เธอมองชายหนุ่มตรงหน้า—คู่ปรับที่เธอเคยคิดว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ—กลับกลายเป็นคนประเภทเดียวกัน คนที่แบกรับความแค้นและอดีตอันดำมืดไว้บนบ่าโดยไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์จากความเมตตาของโลกใบนี้
ความหวาดระแวงถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันเงียบงัน รินรดาลดการป้องกันลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เธอนั่งยبطลงตรงข้ามกับเขาบนพื้นปูนเย็นเฉียบ ไหล่บางไหวเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ถ้าเราเดินหน้าต่อ... เราอาจจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อบนหลุมศพนะคะ”
กวินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่มันคือรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นจากเขา “ถ้าอย่างนั้น... เราก็คงต้องลงนรกไปพร้อมกันแล้วล่ะครับ หมอริน”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังหลอมรวมความไว้วางใจอันเปราะบางเข้าไว้ด้วยกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแว่วมาจากบันไดทางขึ้นเบื้องบน—มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั่วไป แต่มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทที่เดินเข้ามาอย่างเป็นระบบ พร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันของกระบอกปืน
กวินทร์คว้าข้อมือของรินรดากระชากให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่า ประตูทางออกเดียวถูกตัดขาดเรียบร้อยแล้ว แสงไฟฉายสาดส่องลอดเข้ามาใต้รอยแยกของประตูเหล็ก พร้อมกับเสียงเคาะโลหะดังสามครั้งตามด้วยเสียงล็อกกุญแจจากด้านนอก
พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้... และพวกมันรู้แน่ชัดว่าทั้งคู่หลบซ่อนอยู่ที่นี่
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ขณะที่กวินทร์เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มคดีชิ้นสุดท้ายที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาพลิดูผ่านแสงสลัว สิ่งที่ซ่อนอยู่หน้าสุดท้ายของแฟ้มนั้นทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด และทำให้มือที่กำกระดาษไว้สั่นเทาราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
“พระเจ้า… หมอ ดูนี่สิครับ” กวินทร์หันหน้ากระดาษมาให้เธอเห็น ลายเซ็นที่ปรากฏอยู่มุมล่างสุดของเอกสารลับชิ้นนั้น ไม่ใช่ของพ่อเขา... แต่เป็นชื่อของบุคคลที่กำลังยืนปิดตายประตูอยู่ด้านนอกเวลานี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 14
พื้นที่ปลอดภัยในความลับ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!