กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นอายฝุ่นละอองที่ทับถมกันมานานนับทศวรรษ ลอยอบอวลอยู่ในห้องเอกสารใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลกวินทร์ แสงไฟนีออนสีนวลสาดส่องลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เผยให้เห็นกองแฟ้มคดีเก่าและสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือลับ
รินรดายกปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางสีขาวขึ้นแตะสันสมุดบันทึกเล่มนั้นอย่างระมัดระวัง หัวใจของแพทย์นิติเวชผู้คุ้นเคยแต่ซากศพและความตาย กลับเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากปรกติ นี่ไม่ใช่ศพไร้ชื่อบนเตียงผ่าตัด แต่เป็นร่องรอยของอดีต—อดีตที่แม่ของเธอพยายามปกปิดด้วยชีวิต
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่มอดไหม้ไปแล้วครึ่งหนึ่งนะคะ, คุณหมอ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง กวินทร์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความกังวลระคนเตือนสติ กับความหลงใหลในความดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้า
รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เธอยังคงเปิดหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบด้วยความนุ่มนวลอย่างที่สุด "ไฟที่ว่านั่น ไม่ได้เผาแค่ตระกูลของคุณหรอกค่ะคุณกวินทร์ แต่มันกำลังแผดเผาความจริงที่ฉันต้องตามหามาตลอดครึ่งชีวิต"
"ความจริงบางอย่าง... หากขุดขึ้นมาแล้วไม่ได้ทำให้ใครพ้นผิด แต่มันอาจจะหมายถึงการลากทุกคนลงไปตายในหลุมศพเดียวกัน คุณยังจะอยากขุดมันอยู่อีกหรือเปล่าล่ะคะ?" กวินทร์เดินเข้าไปใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของทนายความหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก
รินรดาชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ ดวงตาสนเท่ห์เงาดำเงยขึ้นสบตากับเขา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น "คุณรู้อยู่แล้ว... คุณรู้มาตลอดว่าแม่ของฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ และคุณก็รู้ว่าท่านค้นพบอะไรในบ้านหลังนี้"
กวินทร์ถอนหายใจยาว แววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาเอื้อมมือไปแตะริมกระดาษแผ่นหนึ่งในสมุดบันทึก เป็นลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นของมารดารินรดา
"แม่ของคุณไม่ใช่แค่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญธรรมดา ท่านคือคนที่กุมชะตากรรมของตระกูลกวินทร์ไว้ในกำมือผ่าน 'รายงานลับ' ชิ้นนั้น" กวินทร์กระซิบ น้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว "เอกสารที่บันทึกรายชื่อของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตายอันเป็นปริศนาเมื่อยี่สิบปีก่อน และหนึ่งในนั้น... มีชื่อของคนใกล้ตัวคุณที่สุดรวมอยู่ด้วย"
คำพูดของกวินทร์ราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ รินรดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองอันปราดเปรื่องของเธิประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพความทรงจำในวัยเด็ก ภาพน้ำตาของแม่ และคดีฆาตกรรมที่เธอกำลังทำอยู่ เริ่มเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างน่าขนลุก
"หมายความว่า..." เสียงของรินรดาขาดห้วงไปชั่วขณะ "แม่ของฉันไม่ได้ถูกฆ่าปิดปากเพราะเรื่องงานชันสูตร... แต่เพราะท่านกำลังจะเปิดโปงคนในตระกูลของคุณเองอย่างนั้นเหรอคะ?"
กวินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ใช้สายตามองลึกลงไปในดวงตาของเธอ เป็นการยอมรับที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาก้มลงมองหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายที่มารดาของเธอเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท—ข้อความที่ระบุชื่อผู้บงการตัวจริง และร่องรอยหลักฐานที่ถูกซ่อนไว้ในสถานที่ที่ไม่มีใครคาดคิด
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้อ่านชื่อนั้นจนจบ...
*แกร๊ก*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน ตามด้วยเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ คล้ายกุญแจที่กำลังไขกลอนประตูจากด้านนอก กวินทร์หน้าถอดสีในเสี้ยววินาที เขาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ดวงตาคมกวาดมองหาทางหนีทีไล่ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด
"มีคนมา..." กวินทร์กระซิบด้วยน้ำเสียงร้อนรนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "ซ่อนตัวเร็ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 15
ความลับที่ขุดขึ้นมา
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!