เสียงเปิดแฟ้มเอกสารกระดาษคาร์บอนเนื้อหยาบดังเสียดแก้วหูในห้องสืบสวนคดีพิเศษที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของฝุ่นและความเครียด
รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเหล็กสีเทาซีด ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองภาพถ่ายรอยผ่าชันสูตรบนโต๊ะอย่างไร้ความรู้สึก เธอยังจำความรู้สึกตอนใช้ใบมีดกรีดลงบนผิวหนังของมารดาตัวเองได้ดี มันไม่ใช่แค่กระบวนการทางนิติเวช แต่มันคือการทวงคืนความจริงจากซากกระดูกที่ถูกอำพรางโดยตระกูลผู้ทรงอิทธิพล และในตอนนี้ แฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมที่ถูกปิดตายเมื่อยี่สิบปีก่อนกำลังวางอยู่ตรงหน้า โดยมีชีวิตของคนตรงข้ามเป็นเดิมพัน
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, กวินทร์"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบและเย็นเยียบราวกับน้ำในห้องดับจิต ทว่าทุกคำกลับคมกริบเหมือนคมมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของคู่สนทนา เธอมองชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกกันกระสุน แสงไฟนีออนสลัวจากตึกสูงด้านนอกอาบไล้ใบหน้าด้านข้างของเขาให้ดูโดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยรอยร้าว
กวินทร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและขื่นขม เขาไม่ได้หันกลับมามองเธอทันที นิ้วเรียวยาวของทนายความหนุ่มเคาะเบาๆ บนกระจกเย็นเฉียบ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับเผชิญหน้า พร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มักใช้สร้างเกราะ
"ไฟเหรอคะ, ริน... คุณก็รู้ว่าตระกูลของผมไม่ได้แค่เล่นกับไฟ แต่พวกเราคือคนที่คุมกองเพลิงนั้นมาตลอดชีวิต และถ้าผมปล่อยให้แฟ้มนี้หลุดไปถึงมืออัยการสูงสุดในวันพรุ่งนี้... แม่ของคุณจะไม่ใช่คนเดียวที่จะไม่ได้นอนตาหลับ"
กวินทร์ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะสืบสวน เอกสารในมือของเขาคือหลักฐานชิ้นสำคัญ—คำสั่งลับที่ลงนามโดยประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ ซึ่งก็คือบิดาแท้ๆ ของเขาเอง เอกสารที่พิสูจน์ได้ว่าการตายของมารดารินรดาไม่ใช่ อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรมอำพรางเพื่อปิดปากพยานปากเอกในคดีทุจริตระดับชาติ
แต่นั่นหมายความว่า หากแฟ้มนี้เปิดเผยออกไป บิดาของกวินทร์จะต้องจำคุกตลอดชีวิต และทรัพย์สินรวมถึงอิทธิพลทั้งหมดของตระกูลจะล่มสลายในชั่วข้ามคืน
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นส20ปีที่กัดกินวิญญาณของเธอสั่งให้เธอคว้าเอกสารนั้นแล้วโยนมันลงในกองเพลิงแห่งความยุติธรรม แต่ดวงตาที่ไหววับของกวินทร์ในวินาทีนี้กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอกระตุกวูบ
"ทางเลือกของคุณมีแค่สองทางนะคะ, ริน" กวินทร์โน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมเจือจางและกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา "เซ็นชื่อในฐานะพยานผู้รับมอบอำนาจ เพื่อฝังกลบความจริงนี้... แล้วครอบครัวของผม รวมถึงตัวผม จะรอด และเราจะเดินออกจากห้องนี้ในฐานะผู้ชนะร่วมกัน หรือ... คุณจะเลือกความยุติธรรมให้แม่ของคุณ แล้วส่งตัวพ่อของผมเข้าคุก... พร้อมกับที่ตัวผมเอง จะต้องสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจ"
คำพูดของเขาไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนที่เดิมพันด้วยจิตวิญญาณ รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ซ่อนความเจ็บปวดอันแสนสาหัสไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง เธอมองเห็นความเปราะบางของชายหนุ่มผู้ถูกพันธนาการด้วยคำว่า "ครอบครัว" มาตลอดชีวิต—ไม่ต่างอะไรจากเธอที่เคยถูกพันธนาการด้วยความแค้น
"คุณกำลังบังคับให้ฉันเลือกในสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด, กวินทร์" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยเป็นครั้งแรก "คุณรู้ว่าฉันตามหาความจริงนี้มาครึ่งชีวิต... เพื่ออะไร? เพื่อให้คุณเอาความจริงนี้มาต่อรองเพื่อปกป้องคนที่ฆ่าแม่ฉันทางอ้อมอย่างนั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้ปกป้องพวกเขา, ริน... ผมกำลังปกป้อง *คุณ*" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเจือความร้าวรานอย่างปิดไม่มิด "คุณคิดว่าอำนาจมืดที่สั่งฆ่าแม่คุณจะปล่อยให้คุณเดินลอยชายถือเอกสารนี้ไปถึงศาลหรือไง? ถ้าคุณเลือกความยุติธรรม... ร่างต่อไปที่อยู่บนเตียงชันสูตรในห้องนิติเวชของคุณ จะไม่ใช่ใครอื่น... แต่จะเป็นตัวคุณเอง!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสืบสวนชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึกในอกของคนทั้งคู่ รินรดารู้ดีว่าสิ่งที่กวินทร์พูดคือความจริงอันโหดร้าย โลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความดีงาม แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และอำนาจ สีเทาของกฎหมายคือสิ่งที่เธอใช้หากินทุกวัน แต่วันนี้ เฉดสีเทานั้นกำลังกลืนกินศีลธรรมทั้งหมดในตัวเธอ
มือขวาของรินรดายื่นออกไปแตะปากกาหมึกซึมด้ามหรูที่กวินทร์วางไว้บนโต๊ะ ปลายปากกาสั่นน้อยๆ ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว ภาพรอยยิ้มสุดท้ายของมารดาซ้อนทับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทางจิตใจของกวินทร์
นี่คือทางแยกที่ไม่มีวันบรรจบกัน หากเธอเลือกความยุติธรรม เธอจะได้วิญญาณของแม่คืนมา แต่จะสูญเสียกวินทร์—มนุษย์คนเดียวในโลกที่มองทะลุผ่านความเย็นชาของเธอและเข้าใจความเจ็บปวดของเธออย่างแท้จริง แต่ถ้าเธอเลือกครอบครัวของเขา เธอก็จะกลายเป็นสมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมที่เธอเกลียดชังที่สุด
"ถ้าฉันเลือกคุณ..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นัยน์ตาคู่สวยเย็นชาลงจนน่ากลัว "ความรู้สึกผิดนี้จะกัดกินเราไปตลอดชีวิต... คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าเราจะทนแบกรับมันไหว?"
กวินทร์ยิ้มขื่น ดวงตาไหววับระคนโล่งอกและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือหนามาทับมือเรียวที่กุมปากกาไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านความหนาแน่นของความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวนี้มายังเธอ
"ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเลยในชีวิตนี้, ริน... ยกเว้นเรื่องเดียว..."
กânทร์ยังไม่ทันเอ่ยประโยคสุดท้ายจนจบ จู่ๆ ไฟนีออนบนเพดานก็กะพริบวูบวาบเสียงดัง *แกร็ก* ก่อนจะดับสนิทลงพร้อมกันทั้งชั้น ความมืดมิดเข้ากลืนกินห้องสืบสวนในเสี้ยววินาที รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงกระชากที่ข้อมือ เมื่อกวินทร์ดึงตัวเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ
ท่ามกลางความมืดสนิท เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงมายังประตูห้องสืบสวน พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังชัดเจน—เสียงปลดล็อกกลอนประตูด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้ซึ่งความปรานี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพบกับความจริงที่น่าสะพรึงไปพร้อมกับรินรดานะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 24
ทางเลือกสุดท้าย
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!