ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 23

ความจริงที่น่าสะพรึง

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
“ถ้าคุณต้องการความยุติธรรม ก็อย่าได้แสวงหาจากคนที่เป็นเจ้าของกฎหมายด้วยตัวเองเลยค่ะ กวินทร์... เพราะสุดท้าย คนที่ถือมีดผ่าตัดคือฉัน แต่คนที่ถือมีดปาดคอคนอื่นเพื่อรักษาอำนาจ คือคุณ” รินรดาวางแฟ้มเอกสารรายงานผลชันสูตรพลิกศพลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดเงา เสียงกระทบกันของกระดาษแผ่วเบาหากแต่มันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด กลิ่นไอของกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อที่ติดตัวเธอมาดูจะขัดกับบรรยากาศหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีอย่างสิ้นเชิง กวินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่หมุนแก้วบรั่นดีในมือช้าๆ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองไปที่จุดเยือกแข็งบนผนังหินอ่อน แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าทำให้ใบหน้าของเขาดูมีมิติที่ซับซ้อน ครึ่งหนึ่งดูสงบเยือกเย็น อีกครึ่งหนึ่งดูราวกับกำลังแบกรับความโกลาหลของนรกเอาไว้ “ความจริงที่น่าสะพรึงไม่ใช่เรื่องของศพในห้องแล็บหรอกนะรินรดา” เขาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือเล็กน้อย “แต่มันคือการที่คนเราพยายามถอนรากถอนโคนต้นไม้ที่ตัวเองเป็นคนรดน้ำมากับมือ เพื่อจะได้เห็นมันล้มลงโดยไม่เสียใจ” “คุณกำลังพูดถึงใคร?” รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้ ช่องว่างระหว่างเขาทั้งคู่แคบลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกาย “คนที่คุณกำลังปกป้อง หรือคนที่คุณกำลังพยายามทำลายทิ้งกันแน่คะ?” “ผมไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น” เขาสบตาเธอ แววตาที่เคยฉลาดล้ำลึกบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าว “ผมแค่กำลังรอดูว่า เมื่อความจริงเปิดเผยออกมา คุณจะยังรักษาความเย็นชาที่คุณภาคภูมิใจนักหนาได้อีกนานแค่ไหน... เมื่อคุณรู้ว่า ‘เหยื่อ’ ที่คุณทุ่มเทชันสูตรจนแทบไม่ได้นอน คือคนที่สั่งการให้ทุกอย่างเกิดขึ้น” รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในอก เธอไม่เคยกังวลเรื่องความเป็นมนุษย์ แต่ความรู้สึกหวาดหวั่นที่แล่นผ่านกระดูกสันหลังในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา นิ้วเรียวยาวเลื่อนผ่านข้อมูลดิจิทัลที่ถอดรหัสจากไฟล์ลับที่กวินทร์เคยโยนทิ้งไว้ในลิ้นชักของเธอเมื่อสามวันก่อน ทุกอย่างถูกเชื่อมโยง... ลายเซ็นบนเอกสารการอนุมัติการจ่ายเงินก้อนสุดท้ายก่อนที่แม่ของเธอจะเสียชีวิต ลายเซ็นนั้นไม่ได้มาจากศัตรูทางธุรกิจของตระกูล แต่เป็นลายเซ็นของ ‘ท่านประธาน’ ผู้ซึ่งเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของกวินทร์มาโดยตลอด “คุณลุงอธิป... งั้นหรือคะ?” รินรดาถามเบาๆ เสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบกลับสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ กวินทร์แค่นหัวเราะ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน “ท่านไม่ได้แค่เป็นลุงของผม รินรดา... ท่านคือคนที่ปลูกฝังให้ผมเรียนกฎหมาย เพื่อที่ผมจะได้กลายเป็น ‘เครื่องมือ’ ในการล้างรอยเลือดของท่านในแต่ละวัน คุณยังคิดว่าโลกนี้มีความยุติธรรมอยู่จริงๆ หรือเปล่า?” รินรดาเงียบไปครู่ใหญ่ ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เธอคิดถึงร่างที่ไร้วิญญาณของแม่ที่เธอเฝ้าตามหาความจริงมานับสิบปี ทุกอย่างมันพุ่งเป้าไปที่ความโลภของมนุษย์คนหนึ่ง ผู้ที่เธอเคยนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่ “ฉันจะส่งหลักฐานนี้ให้ตำรวจ” รินรดาประกาศกร้าว “อย่าโง่ไปหน่อยเลย” กวินทร์วางแก้วลงบนโต๊ะดัง ‘ปัง’ เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือ “ถ้าคุณทำแบบนั้น ท่านไม่ได้แค่จะทำลายคุณ แต่ท่านจะลบชื่อคุณออกจากการดำรงอยู่บนโลกนี้ทันที เหมือนที่ทำกับแม่ของคุณไงล่ะ!” “คุณก็รู้!” รินรดาเงยหน้าขึ้นจ้องตาเขา สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธแค้น “คุณรู้มาตลอดว่าท่านทำอะไรลงไป แต่คุณก็เลือกที่จะเงียบ... คุณมันก็แค่ผู้สมรู้ร่วมคิดที่ขี้ขลาดตาขาว!” “ผมไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิด!” กวินทร์ตะคอกกลับ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเวทนา “ผมคือคนที่พยายามหาทางออกให้คุณต่างหาก ถ้าผมไม่ดึงคุณเข้ามาในดีลนี้ วันนี้คุณคงเป็นศพรายต่อไปที่วางอยู่บนโต๊ะผ่าตัดของใครคนอื่นไปแล้ว!” บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความตึงเครียดกลายเป็นความเงียบงันที่บาดลึก รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง หลักฐานที่อยู่ในแท็บเล็ตในมือเธอมันคือดาบสองคมที่พร้อมจะทิ่มแทงทั้งเธอและคนตรงหน้า ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดปากพูด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน กวินทร์หน้าถอดสีทันที เขาหันไปมองบานประตูไม้ที่ค่อยๆ ถูกผลักเข้ามาด้วยมือของใครบางคนที่เขาคุ้นเคยดีที่สุด “ดูเหมือนว่าหนูรินรดาจะพบ ‘ความจริง’ ที่น่าสนุกเข้าแล้วสินะ...” น้ำเสียงสุขุมนุ่มลึกของอธิปดังขึ้นท่ามกลางความมืดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในห้อง กลิ่นซิการ์ราคาแพงลอยมาแตะจมูก กวินทร์ก้าวไปบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แต่ทว่าอธิปไม่ได้มาเพียงลำพัง ข้างหลังเขาคือชายชุดดำสองคนที่ดูไม่น่าไว้ใจ และในมือของอธิปนั้น... คือแฟ้มเอกสารชุดเดียวกับที่รินรดาถืออยู่ในมือ “กวินทร์... หลานรัก” อธิปยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังถูกงูพิษจ้องมอง “ลุงบอกแล้วใช่ไหมว่า ‘อย่าไว้ใจศพข้างกาย’... เพราะบางครั้ง ศพที่หลานพยายามช่วยขุดคุ้ยขึ้นมา อาจจะเป็นคนที่สั่งฝังหลานทั้งเป็นเสียเอง” อธิปยกปืนขึ้นเล็งมาทางกวินทร์อย่างใจเย็น ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ด้านหลังอธิป ชายชุดดำอีกคนหนึ่งกำลังง้างปืนพกเก็บเสียงจ่อไปที่ศีรษะของเธอจากมุมมืด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพบกับความจริงที่น่าสะพรึงไปพร้อมกับรินรดานะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%