ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 22

พลิกกระดาน

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึ้กที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานกฎหมายชั้นสามสิบสอง มันไม่ใช่เสียงของการทำงานปกติ แต่เป็นเสียงประกาศิตแห่งการหักดิบที่ทรงพลังพอจะตัดขั้วหัวใจของใครก็ตามที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "คุณบ้าไปแล้วหรือคะ กวินทร์" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของแพทย์นิติเวชหญิงราบเรียบราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ แต่ปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดกลับฟ้องชัดถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลจากเพดาน บดบังประกายความไม่เข้าใจระคนหวาดระแวงที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวย กวินทร์ไม่ตอบทันที ทนายความหนุ่มผู้มักจะสวมหน้ากากนักเจรจาผู้เยือกเย็นอยู่เสมอกำลังปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออกช้าๆ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเขากับรินรดาลดลงจนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา "ผมไม่ได้บ้า รินรดา" เขากล่าวเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับต้องการอ่านทะลุไปถึงบันทึกการชันสูตรศพทุกฉบับที่เธอเคยเก็บเป็นความลับ "ผมแค่กำลังทำในสิ่งที่บรรพบุรุษตระกูลอัคร The Great ของผมไม่เคยกล้าทำ... เลือกข้างให้ถูกเสียที" เอกสารที่ถูกโยนลงมาเมื่อครู่ไม่ใช่สัญญาว่าความทั่วไป แต่เป็น 'แฟ้มลับ' บันทึกเส้นทางการเงินและรายชื่อผู้มีอิทธิพลระดับประเทศที่อยู่เบื้องหลังการตายของมารดารินรดา ข้อมูลชิ้นนี้คือสิ่งที่เธอตามหามาตลอดหลายปี เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่สามารถลากคอผู้บงการมาลงโทษได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คืออาวุธสังหารที่จะกวาดล้างอนาคตและชีวิตของกวินทร์ให้พินาศไปพร้อมกันด้วย เพราะผู้ว่าจ้างตัวจริงของเขาในคดีนี้... คือผู้มีอิทธิพลกลุ่มนั้นเอง "คุณกำลังหักหลังลูกค้าตัวเอง" รินรดากล่าวสรุปด้วยตรรกะทางวิชาชีพ น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบลงไปอีก "ในฐานะนักกฎหมาย มันคือการผิดจรรยาบรรณร้ายแรง และในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... คุณกำลังเอาชีวิตตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้าย พวกมันไม่ปล่อยคุณไว้แน่ กวินทร์" "แล้วคุณคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ชีวิตผมมันปลอดภัยนักหรือไงคะ?" คำถามย้อนกลับที่ใช้สรรพนามและน้ำเสียงเย้ยหยันตัวเองทำให้รินรดาชะงัก กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกนั้นไร้ซึ่งความสุข มีเพียงความเจ็บปวดร้าวลึกที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน เขาเอื้อมมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนหลังมือเรียวที่กำลังกำแน่นของเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่เต็มไปด้วยความหมายซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำ "ผมยอมขายวิญญาณให้ปีศาจมาครึ่งค่อนชีวิต เพื่อปกป้องตระกูลที่พร้อมจะแทงข้างหลังผมได้ทุกเมื่อ" กวินทร์กระซิบ เสียงของเขาพร่าลงเล็กน้อย แววตาคมเข้มทอดมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รินรดาพยายามหลบเลี่ยงมาตลอด "แต่กับคุณ... รินรดา คุณคือความจริงหนึ่งเดียวในโลกปลอมๆ ใบนี้ ผมยอมเป็นคนทรยศต่อลูกค้า เพื่อให้ผู้หญิงที่ถือความจริงอยู่ในมือ... ได้รับความยุติธรรมที่เธอควรจะได้เสียที" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะขับเน้นความตึงเครียดให้เด่นชัดขึ้น หัวใจของแพทย์นิติเวชสาวเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ตรรกะ เหตุผล และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดที่เธอใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอดชีวิตกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความรู้สึกอันตรายที่เรียกว่า 'ความผูกพัน' รินรดาดึงมือตัวเองกลับอย่างนุ่มนวล เธอเบือนหน้าหนีไปยังบานกระจกใสที่สะท้อนภาพตึกรามบ้านช่องของมหานครเบื้องล่างยามราตรี แสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ไร้ความหมาย "ฉันไม่ต้องการความสงสารจากคุณ กวินทร์ และยิ่งไม่ต้องการให้ใครมาแลกอนาคตเพื่อฉัน" เธอเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะไหววอนด้วยความซาบซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ "ถ้าพวกมันรู้ว่าคุณส่งเอกสารนี้ให้ฉัน ชีวิตของคุณจะจบลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า" "ใครบอกว่าผมจะส่งให้คุณเฉยๆ ล่ะครับ" กวินทร์เปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นนักเจรจาผู้กุมความได้เปรียบอีกครั้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ก่อนจะเลื่อนเปิดคลิปวิดีโอตัวหนึ่งแล้ววางคว่ำลงบนโต๊ะ "นี่คือแผนสำรอง เอกสารชุดนี้ถูกเข้ารหัสและตั้งเวลาส่งอัตไปยังสำนักข่าวและกรมสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว หากผม 'อุบัติเหตุ' ตายในคืนนี้ ความจริงทั้งหมดจะถูกกระจายสู่สาธารณชนภายในหกสิบวินาที พวกมันทำอะไรผมไม่ได้... อย่างน้อยก็ในตอนนี้" รินรดากวาดตามองสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นสลับกับใบหน้าของชายหนุ่ม เธอรู้ซึ้งทันทีว่าเขาวางแผนเรื่องนี้มาอย่างรอบคอบเพียงใด ความฉลาดเป็นกรดและความเด็ดเดี่ยวระดับนี้คือสิ่งที่ทำให้กวินทร์น่ากลัวที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เธอนึกทึ่งอย่างอดไม่ได้ "คุณมันบ้าจริงๆ..." เธอบ่นพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความดื้อรั้นของเขาเป็นครั้งแรก "แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะคะ ท่านทนายผู้รักความยุติธรรม" กวินทร์ยิ้มกว้างขึ้น แววตาเป็นประกายด้วยความโล่งอกที่ปะปนกับความมุ่งมั่น เขาหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาแล้วยื่นส่งให้เธอด้วยสองมือ "เริ่มต้นจากการเปิดหน้าสุดท้ายของบันทึกชันสูตรฉบับนั้น... ที่คุณซ่อนมันไว้จากการตรวจสอบของตำรวจไงครับ" รินรดารับแฟ้มมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดาษอุ่นๆ ที่ผ่านมือเขา เธอกำลังจะเปิดมันเพื่อดูหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกกระดานเกมนี้ไปตลอดกาล ทว่า... *กริ๊ก!* เสียงตัดกระแสไฟฟ้าภายในห้องทำงานกะทันหัน แสงไฟนีออนดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง ทิ้งให้ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจก เป็นเงาทอดยาวน่ากลัว รินรดาชะงักค้าง กวินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ร่างสูงขยับตัวเข้ามาบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อเตรียมรับมือกับบางสิ่ง และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะสามครั้งด้วยจังหวะที่จงใจข่มขู่ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูดังลั่น... ประตูไม่ได้ล็อก และตอนนี้มันกำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ในความมืด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับปมปริศนานี้ด้วยกันนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%