"รอยผ่าเปิดกะโหลกนี้ไม่ได้ทำโดยมือของแพทย์สนาม หรือแม้กระทั่งศัลยแพทย์ทั่วไป..."
เสียงของรินรดาราłเรียบและเย็นเยียบ สะท้อนก้องไปทั่วห้องชันสูตรศพที่ไร้แสงอาทิตย์ส่องถึง กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ ปลายมีดผ่าตัดสเตนเลสในมือเธอกรีดลงบนเนื้อเยื่อสีเทาอย่างแม่นยำ ราวกับเธอกำลังแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่เดิมพันด้วยชีวิต
กวินทร์ยืนพิงขอบประตูในชุดสูทสีเข้มที่ยับย่อยเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองร่างไร้ลมหายใจบนเตียงสแตนเลส สลับกับใบหน้าด้านข้างของแพทย์นิติเวชสาวผู้เย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยว เขายกบุหรี่ขึ้นเคาะกับริมฝีปากแต่มิได้จุดมัน "คุณกำลังจะบอกว่า คนที่ลงมือฆาตกรรมเหยื่อรายนี้... มีใบประกอบวิชาชีพอย่างนั้นหรือคะ?"
"ไม่ใช่แค่มี..." รินรวดหยุดมือ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของเธอว่างเปล่าแต่เฉียบคมดั่งคมมีดที่เธอถืออยู่ "แต่เขามีสิทธิ์เข้าถึงห้องเก็บศพของโรงพยาบาลกลาง และรู้ระบบรักษาความปลอดภัยของกรมตำรวจในระดับที่สามารถลบไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดได้ภายในสามวินาที... คนใน, กวินทร์ค่ะ"
คำว่า 'คนใน' ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงไปอีก กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเป็นเสียงที่ซ่อนความขมขื่นและความเจ็บปวดจากการถูกทรยศจากคนใกล้ตัวเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปาก
"วงการนี้ไม่มีคำว่ามิตรแท้หรอกนะคะ รินรดา" กวินทร์ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "คุณคิดว่ามีแค่คุณคนเดียวหรอกหรือที่กำลังตามหาความจริงเบื้องหลังตระกูลอิทธิพลพวกนั้น? แม่ของคุณตายเพราะความลับ... และถ้าคุณยังขุดลึกลงไปอีก คนที่นอนบนเตียงนั้น อาจจะไม่ใช่แค่เหยื่อนิรนาม แต่จะเป็นตัวคุณเอง"
รินรดาไม่สะท้านต่อคำขู่ เธอวางมีดลงในถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* "ฉันไม่กลัวความตาย เพราะสำหรับฉัน คนที่ตายไปแล้วต่างหากที่น่ากลัวน้อยกว่าคนเป็นที่ใส่หน้ากากเข้าหา... เหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อความเงียบเข้าปกคลุม ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด เคมีระหว่างนักกฎหมายผู้กุมความลับอันดำมืดและแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในความจริง ปะทะกันด้วยกระแสจิตวิทยาที่เฉียบคมและดึงดูดกันอย่างประหลาด รินรดาเห็นร่องรอยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้น ขณะที่กวินทร์ก็มองเห็นบาดแผลในวัยเด็กที่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจ
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยประโยคเชือดเฉือนใดออกมา เสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น *ติ๊ง*
รินรดากวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบ ใบหน้าที่เคยเย็นชาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"มีอะไรคะ?" กวินทร์ขมวดคิ้วสังเกตเห็นความผิดปกติ
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ชั่วขณะนั้นแววตาสั่นระริกด้วยความตกใจ "ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของแผนกนิติเวชเพิ่งถูกเข้าถึง... และไฟล์ข้อมูลคดีการตายของแม่ฉัน ถูกเปิดอ่านจากเทอร์มินัล... ภายในห้องทำงานส่วนตัวของฉันเองค่ะ"
กวินทร์หรี่ตาลงทันที เขารีบหันขวับไปมองที่ประตูห้องชันสูตรที่ปิดสนิท ทันใดนั้น ไฟนีออนบนเพดานก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวที่สาดส่องลงมายังร่างบนเตียง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินตรงมาที่หน้าประตูห้องชันสูตร... ช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง ราวกับผู้มาเยือนรู้ดีว่าเหยื่อทั้งสองคนกำลังติดกับดักในนี้ และไม่มีทางหนีรอดไปได้อีกแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับปมปริศนานี้ด้วยกันนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 17
เหยื่อที่ยังมีลมหายใจ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!