เสียงเคาะประตูด้านนอกที่เพิ่งเงียบหายไป ไม่ได้ทิ้งความโล่งอกไว้เบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย กลับทิ้งร่องรอยของความเงียบงันที่หนักอึ้งราวกับตะกั่วละลาย รินรดายืนนิ่งอยู่หลังบานประตูสแตนเลสของห้องชันสูตร นิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือยางยังคงกุมด้ามมีดผ่าตัดมั่น แรงสั่นสะเทือนจางๆ จากการทุบเมื่อครู่ยังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของเธอในวินาทีนี้ สายตาคมกริบภายใต้แว่นกรอบบางเบนกลับมามองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลสเย็นเฉียบอีกครั้ง... ศพรายที่สองในรอบสัปดาห์ที่มีรอยกรีดรูปวงรีสมมาตรบนหน้าอกด้านซ้าย ตำแหน่งเดียวกัน รอยแผลลึกเท่ากัน และที่สำคัญที่สุดคือ วิธีการจัดการกับรอยเย็บแผลหลังการเสียชีวิตที่บ่งบอกถึง "ลายมือ" ของฆาตกรคนเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย
"คุณคิดว่าจะซ่อนความจริงไว้ใต้รอยเย็บพวกนั้นได้ตลอดไปจริงๆ หรือคะ... กวินทร์"
รินรดาพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเจือไปด้วยกระแสความเยียบเย็นที่น่าขนลุก เธอไม่ได้หันกลับไปมองทนายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางเครื่องมือแพทย์อยู่มุมห้อง แม้จะรู้ดีว่าเขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาแบบไหน สายตาที่เธอมักนิยามว่ามันคือความพยายามในการควบคุมเกม แม้ในสถานการณ์ที่กระดานกำลังจะพังทลายลงมาทับตัวเอง
กวินทร์ขยับตัวเล็กน้อย เสียงรองหนังราคาแพงกระทบพื้นยางกันลื่นดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะ เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำกล่าวหาทางอ้อมนั้น รอยยิ้มมุมปากที่มักปรากฏบนใบหน้าคมคายยังคงอยู่ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยคมมีดซ่อนเร้น
"คุณรินรดา, ความตายไม่ได้มีความลับอะไรมากมายขนาดนั้นหรอกนะครับ... มันก็แค่วิธีการจบสัญญาที่ยุ่งยากด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด" กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ชวนฟัง แต่มันกลับทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงไปอีกหลายองศา "และบางครั้ง... การที่คุณพยายามจะแกะรอยเย็บพวกนั้นออก อาจทำให้คุณได้พบกับสิ่งที่คุณไม่อยากเห็นมากที่สุด... เช่นความจริงที่ว่า แม่ของคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่คุณหลอกตัวเองมาตลอดชีวิต"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องผ่าตัด รินรดาร่างกายชะงักกึก มีดผ่าตัดในมือเกือบจะหลุดร่วง เธอกลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมตวัดกลับไปจ้องหน้าเขาเขม็ง ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่พุ่งพล่านขึ้นมาชนกับกำแพงแห่งเหตุผลที่เธอสร้างไว้ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียสมาธิกับเกมจิตวิทยาไร้สาระนี้ เธอคือนิติเวชผู้ยึดมั่นในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เหยื่อทางอารมณ์ของทนายความเจ้าเล่ห์
"คุณกำลังกลัวอะไรกันแน่คะ กวินทร์" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะชันสูตร ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด "กลัวว่ารอยกรีดบนศพรายนี้ จะไปตรงกับรอยแผลในแฟ้มประวัติลับของสำนักงานกฎหมายตระกูลคุณ หรือกลัวว่าฉันจะเจอหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ ไปยังคดีปิดตายของแม่ฉันเมื่อสิบปีก่อนกันแน่"
กวินทร์ไม่ถอยหลังหนี เขากลับโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น ดวงตาคมปลาบก้มลงมองสบตากับเธออย่างไม่เกรงกลัว ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้สร้างความหวั่นไหวทางเสน่หา แต่มันคือการปะทะกันของสองวิญญาณที่ต่างฝ่ายต่างถืออาวุธร้ายแรงไว้ในมือ
"ถ้าคุณอยากรู้ความจริงนัก... ทำไมไม่ลองเปิดแผลนั้นดูล่ะครับ" กวินทร์กระซิบเสียงต่ำชิดริมหูเธอ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนน่าอันตราย "แต่เตือนไว้ก่อนนะ... บางประตู เมื่อเปิดออกแล้ว คุณไม่มีวันปิดมันกลับได้อีกเลย และคนที่รออยู่หลังประตูนั้น... อาจไม่ใช่ฆาตกรที่คุณตามหา... แต่อาจเป็นเงาของคุณเอง"
คำพูดนั้นทิ้งปริศนาคารวะไว้กลางอากาศ ก่อนที่กวินทร์จะผละตัวออกไปยืนรักษาระยะห่างตามเดิม รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือผ่านถุงมือยาง ความท้าทายในแววตาของเขาจุดประกายความดื้อรั้นขั้นสุดยอดในตัวเธอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ คืนสมาธิทั้งหมดกลับสู่ความเป็นมืออาชีพ ปัดเป่าความกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจออกไป
รินรดาก้มลงมองศพตรงหน้าอีกครั้ง เธอวางมีดผ่าตัดลง แล้วหยิบกรรไกรปลายทู่สำหรับตัดไหมเย็บแผลขึ้นมาแทน ดวงตาจดจ้องไปยังรอยเย็บรูปวงรีบนหน้าอกซ้ายของเหยื่อรายที่สองอย่างพินิจพิจารณา ด้วยสัญชาตญาณของนิติเวชผู้ผ่านคดีมานับไม่ถ้วน เธอสังเกตเห็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมมาตรนั้น ปมไหมที่ใช้เย็บไม่ใช่ไหมละลายทั่วไป แต่เป็นไหมไนลอนเกรดทางการแพทย์ที่ใช้ในการศัลยกรรมตกแต่งชั้นสูง ซึ่งมีเพียงสถานพยาบาลเฉพาะทางหรือกลุ่มแพทย์ชนชั้นนำเท่านั้นที่เข้าถึงได้
"เจอแล้ว..." รินรดากล่าวพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
เธอใช้กรรไกรตัดปมไหมเส้นแรกออกอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ คลายเนื้อเยื่อที่ถูกเย็บปิดตายไว้ออกทีละนิด กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาทันทีที่แผลถูกเปิดออก รินรดาใช้คีมถ่างขอบแผลออกกว้างขึ้น เพื่อตรวจสอบอวัยวะภายในตามขั้นตอนการชันสูตร แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก
ไม่มีร่องรอยของการผ่าตัดหัวใจ หรือร่องรอยของโรคประจำตัวใดๆ ทั้งสิ้น...
ภายในช่องอกที่ควรจะมีหัวใจและปอด กลับว่างเปล่า มีเพียงวัตถุบางอย่างถูกยัดไว้แทนที่ สิ่งนั้นคือแผ่นโลหะสแตนเลสขนาดเท่าฝ่ามือ สลักด้วยตัวเลขชุดหนึ่งที่คุ้นตาอย่างประหลาด... มันคือ "รหัสประจำตัวคดี" ชุดเดียวกับสำนวนคดีอุบัติเหตุของแม่เธอเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!
รินรดานิ่งงั้น ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตกตะลึง สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่วิ่งชนกันวุ่นวาย ศพนี้ไม่ใช่เหยื่อของการฆาตกรรมชิงทรัพย์ หรือฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตทั่วไป แต่มันคือ "ข้อความ" ที่จงใจส่งตรงมาถึงเธอ เป็นสาส์นจากอดีตที่ถูกส่งผ่านมาทางความตายของคนแปลกหน้า
ในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแผ่นโลหะชิ้นนั้นขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินด้านนอก... แต่มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของยามรักษาความปลอดภัย หรือเสียงเดินของกวินทร์ เพราะกวินทร์ยังคงยืนกอดอกมองเธออยู่มุมห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตกใจใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเธอกำลังจะได้พบกับอะไรหลังแผลผ่าตัดนั้น
เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงที่หน้าประตูห้องชันสูตรทันที ตามมาด้วยเสียง "คลิก" เบาๆ ของกลอนประตูที่ถูกปลดล็อคจากภายนอก... ทั้งๆที่ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องนี้ต้องใช้คีย์การ์ดระดับผู้บริหารสูงสุดเท่านั้นในการเปิดเข้า-ออก!
รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวา1กำด้ามมีดผ่าตัดมั่น หันขวับไปจ้องมองบานประตูสแตนเลสที่กำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในความมืดสลัวของห้องชันสูตร... และเมื่อแสงไฟนีออนสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น รินรดาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ เพราะคนๆ นั้นคือคนที่ควรจะนอนอยู่ในหลุมศพเมื่อสิบปีก่อน... แม่ของเธอเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 11
คำสารภาพของศพ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!