เสียงกระแทกจากบานประตูไม้สักหนานุ่มด้านนอกดังสนั่นขึ้นอีกระลอก แรงสะเทือนนั้นส่งผ่านพื้นปาร์เกต์เก่าคร่ำคร่ามาถึงปลายเท้าของรินรดาโดยตรง หล่อนไม่ได้ขยับเขยื้อน ไม่ถอยหลัง และไม่ได้หันไปมองแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณบนเตียงชันสูตร สลับกับใบหน้าด้านข้างของกวินทร์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ
ความเงียบงันภายในห้องผ่าศพที่อับชื้นกลิ่นฟอร์มาลีนและกลิ่นอายฝนยามวิกาล กลับยิ่งทวีความกดดันจนแทบได้ยินเสียงเกล็ดเลือดในหลอดเลือดฝอยกระทบกัน
"ดูเหมือนว่า... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้คุยกันแค่สองคนแล้วสินะคะ, คุณหมอ" กวินทร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ริมฝีปากหยักลึกระบายยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตาคมกริบ เขาปรายตามองไปยังบานประตูที่เริ่มมีรอยปริแตกจากแรงกระแทกภายนอก ก่อนจะเบนกลับมาสบตารินรดาด้วยความนิ่งสงบที่ชวนให้รู้สึกขนลุก
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน หล่อนยกมือขึ้นกอดอก ปลายเล็บเรียวสะอาดจิกเข้าที่ต้นแขนตัวเองเพื่อเรียกสติท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น
"ถ้าคุณหวังให้ฉันช่วยซ่อนศพ หรือทำลายหลักฐานทางนิติเวชเพื่อแลกกับการรอดตัวจากพวกมัน... คุณคิดผิดแล้วล่ะค่ะ, คุณทนาย" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่เพิ่งผ่านการฆ่าเชื้อ "ฉันคือนักนิติเวช หน้าที่ของฉันคือการพูดความจริงให้ศพเหล่านี้... ไม่ใช่การโกหกเพื่อคนเป็น"
กวินทร์ไม่สะทกสะท้าน เขาขยับตัวเข้าใกล้รินรดาอีกนิด กลิ่นอายเฉพาะตัว—การผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่ราคาแพง น้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ และกลิ่นฝนจางๆ—โชว์ปะทะจมูกจนรินรดาต้องผะผ่าวในอกอย่างไม่สบอารมณ์ ผู้ชายคนนี้อันตราย ยิ่งกว่าศพตรงหน้า ยิ่งกว่าฆาตกรที่ลงมือสังหารเหยื่อรายนี้เสียอีก
"ใครบอกว่าผมจะให้คุณโกหกกันล่ะครับ... เอ่อ, ขออภัยค่ะ ดิฉันติดปาก" กวินทร์ชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับปรากฏชัดเจนขึ้น "ผมหมายถึง... ผมอยากให้คุณ 'พูดความจริง' ต่างหาก ความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมอันเน่าเฟะของโรงพยาบาลนี้ และความจริง... เกี่ยวกับการตายของแม่คุณ"
ชื่อนั้น... คำว่า 'แม่' กระแทกเข้ากลางใจรินรดาอย่างจังราวกับค้อนปอนด์ หล่อนชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนจะรีบซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาอย่างรวดเร็ว
"คุณหมายความว่ายังไง" รินรดาเค้นเสียงถาม ลมหายใจสะดุดกึก
"แปลว่าคุณเองก็รู้ตัวดีนี่คะ ว่าแฟ้มประวัติการชันสูตรเมื่อสิบปีก่อนของ Dr. รสา ผู้เป็นมารดาของคุณ... มันถูกปลอมแปลงตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย" กวินทร์ยื่นมือมาคว้าขอบโต๊ะสแตนเลสใกล้ตัว โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของหล่อน แผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในท่ามกลางเสียงทุบประตูด้านนอกที่ดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆ "พวกมันไม่ได้แค่ฆ่าแม่ของคุณ แต่พวกมันใช้ 'ระบบ' ของพวกคุณ... มือสะอาดอย่างพวกคุณนี่แหละ เป็นเครื่องมือฟอกขาวให้ฆาตกร"
รินรดารู้สึกเหมือนโลหิตในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ข้อมูลนี้... เป็นสิ่งเดียวกับที่หล่อนตามหามาตลอดสิบปี เป็นรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้หล่อนก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนิติเวชอันโดดเดี่ยวนี้ แต่การที่ผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง—ทนายความมือสะอาดประจำตระกูลผู้ทรงอิทธิพล—ล่วงรู้ความลับนี้ได้ นั่นหมายความว่าเขากุมกุญแจดอกสำคัญเอาไว้
ทว่า ในขณะเดียวกัน เสียงพังประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเหล็กงัดที่กระทบกับวงกบไม้ เวลาหมดลงแล้ว
"ดีลล่ะค่ะ, คุณหมอ" กวินทร์ยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้า ฝ่ามือหนานั้นแบออกนิ่งสนิท ท่ามกลางความโกลาหลเบื้องหลัง "ผมให้หลักฐานชิ้นสำคัญ—คลิปเสียงสนทนาในคืนสุดท้ายก่อนแม่ของคุณตาย และรายชื่อของคนที่เซ็นชื่อรับรองผลชันสูตรปลอมชุดนั้น แลกกับการที่คุณจะออกใบรับรองการตายของ 'คนบนเตียงนี้' ว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน... ไม่ใช่รอยเข็มไซยาไนด์ที่แอบซ่อนอยู่ใต้รอยสักรูปงูเห่า"
รินรดากวาดสายตามองมือของกวินทร์สลับกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างไร้ที่ติ หัวใจของหล่อนเต้นระรัวราวกับกลองศึก จิตวิญญาณแห่งความเป็นแพทย์และนักนิติเวชกรีดร้องคัดค้าน การเซ็นรับรองเท็จคือการทำลายจรรยาบรรณทั้งหมดที่หล่อนยึดถือ แต่มันคือประตูบานเดียวที่จะพาหล่อนไปสู่ความจริงเบื้องหลังความตายของแม่
มือเรียวยื่นออกไป... นิ้วมือเกือบจะแตะสัมผัสกับฝ่ามือของกวินทร์อยู่แล้ว
*ปัง!*
บานประตูไม้สักด้านหลังพังครืนลงมาเศษไม้กระเด็นว่อน ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัวและชักมือกลับทันที
เงาร่างสูงใหญ่สามร่างในชุดสูทสีดำสนิทก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง แสงไฟนีออนกะพริบไหววูบรากับจะดับลงได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดากระชากหายไปจนหมดสิ้น ไม่ใช่ชายฉกรรจ์เหล่านั้น...
แต่เป็นใบหน้าของผู้นำกลุ่มที่ก้าวออกมาจากความมืด
นั่นคือ *ศาสตราจารย์แพทย์ธนาทร*... อาจารย์ใหญ่ผู้เป็นที่เคารพรัก เป็นผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตของรินรดา และเป็นคนที่ยืนยันกับหล่อนมาตลอดสิบปีว่า... แม่ของหล่อนตายด้วยโรคหัวใจตามธรรมชาติ
"ดึกดื่นค่ำคืนนี้... พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่หรือครับ, รินรดา, กวินทร์" ศาสตราจารย์ธนาทรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอบอุ่นเช่นเคย ทว่าแววตาที่มองลอดผ่านแว่นสายตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับซากศพที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
และในวินาทีนั้นเอง กวินทร์ก็ขยับตัวเข้ามาประชิดหลังรินรดา พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่ทำให้เลือดในกายหล่อนแข็งเป็นน้ำแข็ง
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริงนะคะ... คุณหมอ"
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
**- เงาจันทราลี้ลับ -**
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 2
ดีลที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!