ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 3

รอยนิ้วมือบนความมืด

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดเก่าและปูนซีเมนต์ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปีไม่ได้ทำให้รินรดาขมวดคิ้วเท่ากับรอยยิ้มที่มุมปากของกวินทร์ในความสลัวของห้องใต้ดินแห่งนี้ แสงไฟฉายคาดหัวของเריยนสะท้อนกับละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างราวกับสุสานของกาลเวลา ที่นี่คือจุดเกิดเหตุ—สถานที่ที่มารดาของเธอเคยลมหายใจขาดห้วงไปอย่างไร้คำอธิบายเมื่อยี่สิบปีก่อน และในเวลานี้ มันกำลังกลายเป็นเวทีทดลองทางจิตวิทยาขนาดย่อมระหว่างเธอกับทนายความหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเคลือบยาพิษ "คุณกำลังทำให้คดีนี้สกปรกด้วยการเดินย่ำไปทั่วจุดเกิดเหตุแบบนั้นนะคะ, คุณกวินทร์" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ปราศจากความหวาดหวั่น แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวจะชวนให้ขนลุกเกรียวเพียงใด มือเรียวภายใต้ถุงมือยางสีดำบรรจงเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งแห้งกรังจากซอกผนังคอนกรีตอย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวและท่วงท่าของเธอสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ไม่หลงเหลือเค้าโครงของเด็กหญิงผู้สูญเสียในอดีตอีกต่อไป กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานในความเงียบสงบ เขาไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอเกือบจะชนกับกำแพงเย็นเฉียบ กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงเจือจางด้วยกลิ่นอายความตายผสมผสานกันอย่างน่าประหลาด "ความสกปรกที่แท้จริงไม่เคยอยู่บนพื้นผิวหรอกค่ะ, คุณรินรดา... มันซ่อนอยู่ใต้พรมราคาแพง ในสำนวนคดีที่ถูกปัดฝุ่นด้วยอำนาจเงินต่างหากที่คุณควรระวัง" ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอผ่านความมืด ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม "คุณคิดจริงๆ หรือว่าการมาขุดคุ้ยโครงกระดูกในตู้เสื้อผ้าของตระกูลผม จะทำให้คุณได้ความจริงที่คุณโหยหานัก?" รินรดาหยุดมือที่กำลังถือหลอดเก็บตัวอย่าง เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำขู่คุกคาม แต่เพราะความจริงอันเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่หลังประโยคนั้น เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "ถ้าความจริงมันสกปรกนัก ฉันนี่แหละค่ะที่จะเป็นคนล้างมันด้วยมีดผ่าศพของฉันเอง คุณกลัวอะไรหรือคะ? กลัวว่ารอยนิ้วมือบนความมืดครั้งนี้ จะสาวไปถึงคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่ หรือว่า... กลัวว่าตัวเองจะเป็นคนสุดท้ายที่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนศพของแม่ฉันกันแน่?" คำพูดเฉือดเฉือนราวกับคมมีดผ่าตัดกรีดผ่านความเงียบ กวินทร์ชะงักไป ดวงตาที่เคยพราวระยับด้วยความเย่อหยิ่งไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดใบหูของเธอ เสียงกระซิบของเขานุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "ระวังคำพูดหน่อยนะคะ... บางทีความจริงที่คุณพยายามไขว่คว้า อาจไม่ใช่เรื่องของการทวงคืนความยุติธรรม แต่มันคือการเปิดประตูสู่นรกที่คุณไม่มีวันปิดมันได้อีกเลย" ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง แสงไฟฉายของรินรดาก็กวาดไปกระทบเข้ากับบางสิ่งบริเวณรอยต่อของเสาปูนด้านหลังชั้นวางเอกสารเก่า ท่ามกลางคราบสนิมและหยากเยื่อ มีร่องรอยการงัดแงะที่สดใหม่ผิดวิสัยของสถานที่ร้าง รอยนิ้วมือข้างหนึ่งประทับอยู่บนฝุ่นหนาเตอะ—ไม่ใช่รอยนิ้วมือของแม่เธอ และไม่ใช่ของเธอหรือกวินทร์อย่างแน่นอน หัวใจของนิติเวชสาวเต้นระส่ำด้วยความตื่นตัว เธอค่อยๆ ใช้คีมคีบแผ่นฟิล์มกาววิทยาศาสตร์ทาบลงบนรอยนิ้วมือปริศนานั้น ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะยกมันขึ้นเพื่อเก็บรักษาหลักฐาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากบันไดทางลงห้องใต้ดิน—เสียงที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่าพวกเขาสองคนไม่ได้อยู่กันตามลำพังในความมืดนี้อีกต่อไปแล้ว กวินทร์คว้าข้อแขนของเธอไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทางประตูทางออกที่ถูกเงาทึบปริศนาบดบัง รอยยิ้มเยาะหยันหายวับไปจากใบหน้าของเขา แทนที่ด้วยความตึงเครียดที่แท้จริง "ดูเหมือนว่า... จะมีคนไม่อยากให้คุณเอารอยนิ้วมือนั้นออกไปจากที่นี่แล้วล่ะค่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%