กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินกลิ่นเดียวกับฟอร์มาลีนเจือจางในห้องผ่าศพ—นั่นคือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของรินรดาให้ตื่นตัวเต็มพิกัด แสงไฟนีออนสีตุ่นกะพริบถี่ทุกสามวินาทีราวกับมันกำลังนับถอยหลังลมหายใจของคนที่ยืนอยู่ใต้แสงนั้น
เงาร่างสูงโปร่งของกวินทร์ทาบทับอยู่บนผนังคอนกรีตเปลือยเปล่า มือทั้งสองข้างถูกพันธนาการไว้ด้วยกุญแจมือเหล็กกล้าที่ยึดติดกับห่วงโซ่บนผนัง เสื้อเชิ้ตสีขาวของทนายความหนุ่มผู้มักจะเนี๊ยบในทุกองศา บัดนี้ยับยู่ยี่และเปรอะเปื้อนคราบเหงื่อกับรอยฝุ่นสีเทา
"คุณเลือกวิธีที่สิ้นคิดที่สุดในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์นะคะ... หรือจะเรียกว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจที่ราคาแพงเกินไปดีล่ะคะ คุณกวินทร์"
เสียงรองเท้าส้นสูงของรินรดากระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มั่นคง เธอไม่ได้พกเครื่องมือแพทย์มาด้วยในวันนี้ มีเพียงแฟ้มเอกสารหนังสีดำที่บรรจุหลักฐานชิ้นสำคัญซึ่งอาจพลิกแผ่นดินได้ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างการเย้ยหยันและความกังขาอย่างถึงที่สุด
กวินทร์เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากที่เปื้อนเลือดมุมปากไม่ได้ทำให้เขาน่าสมเพชเลยสักนิด กลับกัน มันมีความเย่อหยิ่งแบบที่ทำให้คนมองอยากจะเอื้อมมือไปลบมันออกด้วยความหมั่นไส้
"ความจริงใจ... มักจะมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเสมอครับ รินรดา" เขาจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่นุ่มนวลเกินความจำเป็น แม้ในสถานะที่เขาตกเป็น 'เหยื่อล่อ' ตามแผนการบ้าบิ่นที่เขาเป็นคนเสนอเอง "ถ้าผมไม่ยอมเอาตัวเองมาผูกติดไว้ตรงนี้ ปลาตัวใหญ่ในความมืดคงไม่ยอมโผล่หัวออกมาจากรูหรอกจริงไหมครับ?"
"ปลาตัวใหญ่ที่คุณว่า อาจจะกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของคุณอยู่ก็ได้นะคะ" รินรดาก้าวเข้าไปหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอปะปนกับอากาศอับชื้น "คุณยอมให้คนของตระกูลอิทธิพงศ์จับตัวมา ขังไว้ที่นี่ และปล่อยข่าวลือว่าคุณคือกุญแจดอกสำคัญที่ทรยศพวกมัน... เพื่ออะไรคะ? เพื่อตบตารat (หนูสกปรก) อย่างพวกมัน หรือเพื่อตบตาฉันกันแน่?"
กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิทยา เขยิบตัวเข้าหาเธอเล็กน้อยแม้ว่าโซ่ตรวนจะรั้งไว้ "คุณยังไม่ไว้วางใจผมสินะครับ... ตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีนี้ ในหัวสมองที่เป็นระบบระเบียบของแพทย์นิติเวชอย่างคุณ คงมีแต่สมมติฐานว่าผมคือฆาตกรตัวจริงที่กำลังเล่นละครฉากใหญ่"
"แล้วมีเหตุผลอะไรล่ะคะที่ฉันต้องเชื่อใจคุณ?" รินรดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "ประวัติการทำงานของคุณ ความสัมพันธ์ลับกับบอร์ดบริหารของบริษัทประกันชีวิต และเอกสารการตายของแม่ฉันที่มีลายเซ็นของคุณอยู่เบื้องหลัง... ทุกอย่างมันฟ้องว่าคุณคือคนที่ไว้ใจไม่ได้มากที่สุดในโลกใบนี้"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีดคมๆ ช่องว่างทางกายภาพที่ลดลงทำให้พวกเขารับรู้ถึงจังหวะการหายใจของกันและกัน ความสัมพันธ์แบบคู่ขนานที่ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในความจริงอันโหดร้าย แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะเดินบนเส้นด้ายแห่งการโกหกเพื่อความอยู่รอด มันคือเกมจิตวิทยาที่เดิมพันด้วยชีวิต และไม่มีใครยอมถอยให้ใครแม้แต่ก้าวเดียว
"ถ้าผมอยากฆ่าคุณ หรืออยากปิดคดีนี้ให้จบไปตามสั่งของพวกมัน ผมคงไม่ต้องมายืน... อ้อ, ไม่สิ... นั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้หรอกครับ" กวินทร์ลดเสียงลงกระซิบ แววตาที่มองเธอนั้นซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "คุณคิดว่าความรู้สึกของการถูกหักหลังโดยคนที่คุณเรียกว่าครอบครัวมันเป็นยังไงล่ะครับ รินรดา? คุณน่าจะเข้าใจดีที่สุดไม่ใช่หรือไง... เพราะเราต่างก็เป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาบนกองซากศพของความลับเหมือนกัน"
คำพูดนั้นสะกิดเข้าที่รอยแผลเป็นในใจของรินรดาราวกับมีดปลายแหลม มือที่ถือแฟ้มเอกสารเผลอเกร็งแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติที่เกือบจะหลุดลอย การดึงเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีคือข้อห้ามเด็ดขาดของวิชาชีพ แต่กวินทร์กลับจงใจเหยียบย่ำเส้นแบ่งนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความแยบยล
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีเกี่ยวกับความรู้สึกของฉัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกปลุกเร้า "เราไม่ได้ยืนอยู่บนจุดเดียวกัน คุณเลือกที่จะสวมหน้ากากและเล่นเกมสกปรกเพื่ออำนาจ ส่วนฉัน... ฉันแค่ต้องการความยุติธรรมให้แม่ของฉัน!"
"และความยุติธรรมที่คุณตามหาน่ะ... มันเคยปรานีใครบ้างไหมล่ะครับ?" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาทรงพลังและจริงจังจนทำให้รินรดาชะงักงัน "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความดีงามหรอกนะ รินรดา มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ และเงื่อนไข... เงื่อนไขที่ว่า ถ้าคุณอยากรู้ความจริง คุณต้องกล้าพอที่จะเปื้อนโคลนไปพร้อมกับผม!"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันโต้แย้งด้วยข้อกฎหมายหรือตรรกะทางการแพทย์ใดๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินมืดมนเบื้องนอก เสียงเหล็กกระทบพื้นคอนกรีตและเสียงกระซิบกระซาบที่ฟังไม่ได้ศัพท์กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาทุกที
กวินทร์เปลี่ยนสีหน้าทันที ความอ่อนล้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัว เขาเหลือบมองประตูเหล็กบานใหญ่ที่ขึ้นสนิม แล้วหันมาสบตารินรดาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
"มาแล้วครับ... ตัวจริงเสียงจริง" กวินทร์กระซิบเสียงต่ำ "ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครคือคนบงการคดีของแม่คุณ จงซ่อนตัวอยู่หลังเสานั่น... แล้วเงียบให้สนิทที่สุด"
รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลระหว่างความเสี่ยงที่จะถูกจับได้กับโอกาสในการได้ยินความลับที่เธอตามหามาทั้งชีวิต เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของใคร แต่ในสถานการณ์นี้ การเป็น 'ผู้สังเกตการณ์ในเงามืด' คือทางเลือกเดียวที่มีเหตุผลที่สุด
เธอหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ก้าวไปหลบหลังเสาคอนกรีตหนาทึบที่กลบเงาร่างของเธอไว้ได้อย่างมิดชิด พลางชักปืนพกขนาดพกพาออกจากซองหนังใต้เสื้อสูทขึ้นมาเตรียมพร้อม นิ้วชี้ทาบอยู่บนไกปืนอย่างระมัดระวัง
ประตูเหล็กถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกอันรุนแรง แสงไฟสว่างวาบสาดส่องเข้ามาตัดกับความมืดของห้องใต้ดิน ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนเดินเรียงหน้าเข้ามา แต่คนที่เดินนำหน้าสุดและหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากวินทร์ กลับไม่ใช่ลูกน้องปลายแถวของตระกูลอิทธิพงศ์...
แต่เป็นบุคคลที่รินรดาไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่อัปมงคลแห่งนี้—คนที่เพิ่งเซ็นชื่ออนุมัติงบประมาณให้แผนกนิติเวชของเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นผู้ใหญ่ที่เธอให้ความเคารพมาตลอดชีวิต
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับปมปริศนานี้ด้วยกันนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 19
เกมจิตวิทยา
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!