กลิ่นฟอร์มาลีนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรศพยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบสแตนเลสเย็นเฉียบ ขณะที่ปลายปากกาสแตนเลสในมือรินรดาจรดลงบนรายงานผลชันสูตรด้วยลายมือมั่นคง เธอไม่เคยหวั่นไหวต่อซากสังขารไร้ลมหายใจ เพราะสำหรับเธอแล้ว ศพตรงหน้าซื่อตรงกว่ามนุษย์มีชีวิตหลายเท่า—พวกมันไม่เคยโกหก ไม่เคยบิดเบือนความจริง และไม่เคยซ่อนมีดไว้ข้างหลังเพื่อรอจังหวะแทงซ้ำเหมือนคนที่เดินดินกินข้าว
ทว่า ความเงียบสงบในยามตีสองกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งเตือนภัยเบา ๆ จากระบบรักษาความปลอดภัยที่หน้าห้องทำงานส่วนตัว รินรดารู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่ผิดปกติ เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบเชียบกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ โดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะประตูขออนุญาต
ประตูห้องเปิดผางออกโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มของกวินทร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เธอ
"คุณไม่ควรอยู่ที่นี่คนเดียวในเวลานี้ รินรดา" น้ำเสียงของกวินทร์ราบเรียบ แต่มันเจือด้วยความร้อนรนที่เขาพยายามปกปิดไว้อย่างมิดชิด
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ สายตาคู่คมราวกับใบมีดผ่าตัดจ้องมองทนายความหนุ่มนิ่ง ๆ เธอยังคงรักษาระยะห่างและท่าทีเยือกเย็นได้อย่างไร้ที่ติ "ห้องชันสูตรไม่ใช่สถานที่สาธารณะ คุณเข้ามาได้ยังไงโดยไม่มีบัตรผ่าน"
"ความปลอดภัยของตึกนี้ไม่ได้แน่นหนาอย่างที่คุณคิดหรอก..." กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงตรงหน้าเธอ แรงกระแทกเบา ๆ นั้นทำให้กระดาษด้านในขยับ "และดูเหมือนจะมีคนไม่อยากให้คุณรู้ว่า แม่ของคุณไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุอย่างที่สำนวนคดีสรุปไว้"
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระตุกวูบแต่น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบไร้รอยร้าว "คุณรู้อะไรมา"
"ฉันรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มีอำนาจมากพอที่จะซื้อความเงียบของคนทั้งกรมตำรวจ" กวินทร์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่ม "และฉันก็รู้ด้วยว่า... คุณกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่ที่พร้อมจะเผาคุณให้เป็นจุล"
"ถ้าฉันกลัวไฟ ฉันคงไม่เลือกเดินเข้ามาในเส้นทางนิติเวชตั้งแต่แรกหรอกค่ะ คุณกวินทร์" รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเผชิญหน้ากับเขา "ความจริงก็คือความจริง ต่อให้ใครหน้าไหนพยายามจะกลบฝังมันด้วยเงินทองหรืออำนาจ ศพก็ยังคงฟ้องความจริงอยู่ดี"
"ความจริงบางอย่าง... แลกมาด้วยลมหายใจของคุณเองนะ รินรดา" กวินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาของเขาไหววูบชั่วขณะราวกับกำลังสะท้อนความเจ็บปวดบางอย่างที่เขาแบกรับไว้ "คุณคิดว่าคุณฉลาดพอที่จะเอาชนะเกมนี้คนเดียวงั้นเหรอ? คุณกำลังประเมินศัตรูต่ำเกินไป"
ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้คำพูดเชือดเฉือนนั้น ไฟนีออนบนเพดานห้องชันสูตรก็กะพริบถี่สองครั้งก่อนจะดับลงพรึบ ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาสาดส่องร่างของเขากับเธอให้กลายเป็นเงาทะมึน
"ระวังตัว!" กวินทร์สบถเบา ๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนรินรดาแล้วดึงเธอให้หลบลงไปด้านหลังโต๊ะสแตนเลสทันที
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องแตกกระจายดังเพล้ง! เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนตามด้วยเสียงวัตถุบางอย่างพุ่งผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง ปักฝังเข้ากับผนังปูนด้านหลังอย่างแม่นยำ รินรดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวสนิมจาง ๆ และความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากรอยกระสุนปืนที่เพิ่งเจาะทะลุกระจกเข้ามาสด ๆ ร้อน ๆ
ในความมืดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเสียงกระซิบแหบพร่าลอยแว่วมาจากช่องลมเหนือประตูห้อง—เสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
*"หยุด... หรือศพต่อไปจะไม่ใช่แค่แม่ของแก"*
กวินทร์ขยับตัวเข้ามาบังร่างของรินรดาไว้มิดชิด มือขวาของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์วิกฤต ขณะที่รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นชาที่เธอเคยมีถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดประกายขึ้นในอก
แต่ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นระรัวท่ามกลางความตายที่หายใจรดต้นคออยู่นั้น นิ้วมือของกวินทร์ที่เอื้อมมาสัมผัสโดนข้อมือของเธอเพื่อส่งสัญญาณให้เงียบ กลับส่งกระดาษแผ่นเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งใส่มือเธออย่างแนบเนียน
รินรดาก้มลงมองในความมืด ปลายนิ้วสัมผัสกับตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยลายมือรีบเร่งแต่มั่นคงบนกระดาษแผ่นนั้น เธอนำมันเข้าใกล้แสงจันทร์สลัวเพื่ออ่านข้อความสั้น ๆ ที่สลักไว้ด้วยความลับ—
*‘อย่าเชื่อใจคนที่ยืนข้างคุณในตอนนี้... รวมถึงฉันด้วย’*
ลมหายใจของรินรดาติดขัดทันที เธอนิ่งง้ำไปชั่วขณะ สมองประมวลผลด้วยตรรกะอันรวดเร็วท่ามกลางอันตรายที่ยังไม่จางหาย เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับกวินทร์ที่กำลังมองเธอด้วยสายตาซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ในขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้ประตูห้องชันสูตรเรื่อย ๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว...
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมไขปริศนาดำมืดนี้ไปด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 6
เสียงกระซิบจากเงามืด
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!