กลิ่นอายจางๆ ของแอลกอฮอล์ล้างแผลและกระดาษเอกสารคดีเก่าคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานทนายความ ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดชะงักลงบนกระดาษร่างสัญญา รินรดายืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง ตัวเลขในสำนวนชันสูตรพลิกศพของมารดาเธอยังคงสะท้อนอยู่ในแววตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้ภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบ แต่ในวินาทีนี้ ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลับหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าคำพิพากษาประหารชีวิต
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินกว่าจะถอยหลังกลับนะคะ, คุณกวินทร์"
เสียงเรียบเย็นของแพทย์หญิงนิติเวชดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน กวินทร์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา รอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากของทนายความหนุ่มผู้ไร้พ่ายเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขากำลังปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีขาวนวลออกช้าๆ ก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นผิวเนื้อบริเวณข้อมือและท่อนแขนท่อนล่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพงมาตลอด
รินรดาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยแผลเป็นสีขาวโพลนขนาดใหญ่พาดผ่านผิวเนื้อเนียนเรียบ รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากคมมีดธรรมดา แต่มันบิดเบี้ยวและกินลึกราวกับรอยไหม้จากสารเคมีหรือเหล็กหลอมร้อน—หลักฐานที่ไร้เสียงแต่วาดภาพความรุนแรงในอดีตได้อย่างชัดเจน
"ความปลอดภัยเป็นเรื่องของคนอ่อนแอ, คุณรินรดา" กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าลงกว่าปกติ ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองเช่นเคย "คนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร... ไม่เคยมีสิทธิ์เลือกวิธีตายด้วยซ้ำ"
ดวงตาคมกริบของทนายความหนุ่มเงยขึ้นสบตากับเธอเป็นครั้งแรก แววตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเจ้าเล่ห์หรือความมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ดังเช่นทุกครา แต่มันมีความไหววูบประหลาด—ความเปราะบางที่ถูกกักขังไว้ในกรงขังแห่งความคาดหวังของตระกูลผู้ทรงอิทธิพล รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาต่อความตายและศพมนุษย์มานับไม่ถ้วนกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เธอเคยคิดว่ากวินทร์คือปีศาจสวมสูทผู้ไร้หัวใจ เป็นฟันเฟืองตัวฉกาจในระบบกฎหมายที่บิดเบี้ยวเพื่อปกป้องคนรวย แต่ในยามที่เขาเผยให้เห็นร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบ เธอกลับมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงคู่นั้น—เงาของเด็กผู้หญิงที่สูญเสียแม่ไป และต้องใช้ความเยือกเย็นเป็นเกราะกำบังหัวใจที่แตกสลาย
"คุณถูกบังคับให้เซ็นสัญญาฉบับนั้น... ในวันที่แผลเป็นพวกนี้เกิดขึ้นใช่ไหมคะ" รินรดาถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่เจือด้วยความเห็นอกเห็นใจอันหายากยิ่ง
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง "คุณฉลาดเกินไปที่จะถามคำถามโง่ๆ แบบนั้นนะ หมอริน... พ่อของผมไม่ได้มองผมเป็นลูกชาย เขามองผมเป็นทายาทรุ่นถัดไปที่ต้องไร้ตำหนิ อะไรก็ตามที่เกะกะสายตา หรือแม้แต่ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง... มันสมควรถูกกำจัดทิ้งตั้งแต่ต้น"
เขายื่นมือขวาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้นไปหยิบกรอบรูปคว่ำหน้าบนโต๊ะขึ้นมา รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นอายความเศร้าสร้อย ในวินาทีที่นิ้วเรียวยาวของกวินทร์พลิกกรอบรูปนั้นขึ้น เผยให้เห็นภาพถ่ายเก่าๆ ของเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่เคียงข้างร่างไร้ลมหายใจของมารดาในห้องสีขาวปลอดเชื้อ—ภาพถ่ายที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นเอกสารคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคดีปิดตายเมื่อสิบปีก่อน
"คุณไม่ได้ตามหาความจริงเรื่องแม่ของคุณคนเดียวหรอก, รินรดา..." กวินทร์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและอันตรายขึ้นมาทันที "และศพในห้องผ่าตัดของคุณเมื่อคืน... ก็ไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่รายงานระบุไว้"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากซักถาม เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยส่วนตัวของกวินทร์ที่มีใบหน้าซีดเผือด
"คุณกวินทร์ครับ! แฟ้มคดีฉุกเฉินจากสำนักงานอัยการถูกส่งมาถึงแล้ว... และ... และมีคนพบศพของพยานปากเอกในคดีแม่ของคุณ ถูกฆ่าตัดตอนบนสะพานข้ามแม่น้ำเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ!"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 8
ความเปราะบางใต้สูทราคาแพง
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!