กลิ่นไาน้ำมันเครื่องและคราบสนิมเหล็กที่โชยมากับลมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงดึก ดูเหมือนจะติดตรึงอยู่บนปลายจมูกของรินรดามาตลอดทาง แฟ้มคดีฉุกเฉินสีน้ำตาลเข้มที่หนาเกือบสองนิ้วถูกวางทับอยู่บนโต๊ะทำงานสแตนเลสในห้องชันสูตร รอยพับยับย่นที่มุมซ้ายบ่งบอกถึงแรงกระชากด้วยความตกใจของผู้ส่ง เอกสารแผ่นนั้นเปิดค้างไว้ที่ภาพถ่ายหน้าตรงของชายวัยกลางคน ดวงตาเบิกโพลงไร้แววชีวิต และรอยแผลฉีกขาดที่ลำคอซึ่งเกิดจากคมมีดของฆาตกรมืออาชีพ
พยานปากเอก... คนเดียวที่จะยืนยันว่าคดีอุบัติเหตุของแม่เธอเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็น "ฆาตกรรมอำพราง" ได้กลายเป็นเพียงเศษเนื้อไร้ลมหายใจไปเสียแล้ว
ประตูกระจกฝ้าของห้องแล็บถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับก้าวเข้ามา กวินทร์หยุดยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวแต่เรียบเฉยของนิติเวชสาว
"คุณน่าจะกลับไปพักผ่อนตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วนะคะ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันในห้อง
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยที่ผ่านการจ้องมองความตายมานับไม่ถ้วน จับจ้องใบหน้าของชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากวันแรกที่รู้จัก ความสนิทสนมและรอยยิ้มสุภาพที่เขาเคยใช้ประคับประคองจิตใจเธอในยามวิกฤต บัดนี้กลับกลายเป็นม่านหมอกหนาทึบที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขาไว้
เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่แห้งแล้งและเย็นชาจนน่าใจหาย
"พักผ่อนหรือคะ? ในขณะที่คุณกำลังส่งคนไปเก็บพยานปากเอกเพื่อปิดปากฉันเนี่ยนะ... กวินทร์"
คำกล่าวหาที่พ่นออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบทันที กวินทร์ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เขายังคงยืนเอามือซ้ายซุกกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดและประเมินสติสัมปชัญญะของเธอในยามนี้
"คุณกำลังกล่าวหาทนายความส่วนตัวของคุณเองด้วยหลักฐานอะไร หรือเป็นเพราะความระแวงที่กัดกินจิตใจคุณจนมองใครก็เป็นฆาตกรไปหมด?" กวินทร์ย้อนถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกถึงการควบคุมอารมณ์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งนั่นยิ่งทำให้รินรดารู้สึกสะอิดสะเอียน
"หลักฐานเหรอคะ?" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวภายใต้ถุงมือยางหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้แฟ้มคดีขึ้นมา ชูให้เขาเห็น "นี่คือกระดาษโน้ตที่พบในกระเป๋าเสื้อของพยาน ก่อนที่เขาจะถูกตัดตอนบนสะพาน... และลายมือที่เขียนนัดแนะจุดนัดพบนั่น เป็นลายมือเดียวกับที่คุณใช้ร่างสัญญาว่าความให้ฉันเมื่อวานนี้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ กวินทร์ก้มมองกระดาษแผ่นนั้น รอยยิ้มมุมปากที่เคยดูอบอุ่นและเป็นมิตร ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณฉลาดมาก รินรดา... ฉลาดจนบางครั้งน่ารำคาญ" กวินทร์ก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างระหว่างกัน "แต่คุณคิดตื้นเกินไป ถ้าผมต้องการฆ่าเขาจริงๆ ผมคงไม่ใช้ลายมือตัวเอง หรือทิ้งร่องรอยให้คุณมานั่งจับผิดผมในห้องผ่าศพแบบนี้หรอก"
"แล้วทำไมล่ะคะ? ทำไมคุณถึงต้องปกปิดเรื่องเบื้องหลังของตระกูลคุณ ทำไมคดีของแม่ฉันถึงไปพัวพันกับชื่อของบริษัทกฎหมายที่คุณดูแลอยู่?" รินรดากลั้นใจถามออกไป แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ความใกล้ชิดระหว่างพวกเขาในห้องแคบๆ นี้ ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้เธอตระหนักว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ มีความสามารถพอที่จะปลิดชีพเธอได้โดยที่ตำรวจไม่สามารถหาหลักฐานเอาผิดได้เลยแม้แต่นิดเดียว
กวินทร์เงียบไปครู่ใหญ่ เขายื่นมือเข้ามาใกล้ ช้าๆ จนรินรดาเกือบจะถอยหลังหนี แต่ปลายนิ้วอุ่นของเขากลับเพียงแค่ปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดแย้งกับสถานการณ์อย่างสิ้นเชิง จนเธอต้องกลั้นหายใจ
"เพราะถ้าผมเป็นคนร้ายจริงๆ..." กวินทร์กระซิบเบาๆชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแฝงความหมายลึกซึ้งจนน่าขนลุก "คุณคงไม่มีชีวิตอยู่ยืนมาถามคำถามนี้กับผมในคืนนี้หรอก... รินรดา"
ในเสี้ยววินาทีนั้น รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะข้างแก้ม และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่เธอมักจะได้กลิ่นยามที่เขาอยู่ใกล้ แต่มันกลับไม่ใช่ความรู้สึกปลอดภัย เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความใกล้ชิดนี้กำลังสร้างคำถามที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตเธอ... เขาเป็นคนร้ายที่กำลังเล่นเกมจิตวิทยากับเธอ หรือเขาคือเหยื่ออีกรายที่กำลังถูกต้อนให้จนมุมเช่นเดียวกับเธอ
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่ทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบประตูกระจกแรงๆ พร้อมเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่เวรเปล
"คุณกวินทร์! คุณรินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ครับ! มีคำสั่งด่วนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ... ศพของพยานอีกคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์เพิ่งถูกส่งมาถึงโรงพยาบาลแล้ว... และ... และในมือของศพ กำลังกุมสร้อยคอทองคำที่มีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของคุณกวินทร์เอาไว้แน่นครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 9
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!