คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม•ตอนที่ 14

ความจริงที่ถูกซ่อนไว้

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"เอกสารลับกองนี้... เจ้าไปขโมยมาจากห้องใต้ดินของตระกูลรองเมื่อไหร่กัน แม่นางหลิน?" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดลับใต้คฤหาสน์สกุลจ้าว แสงเทียนสีส้มสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างหินอายุนับร้อยปี ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอิงฮวาผสมผสานกับกลิ่นกระดาษโบราณลอยอบอวล แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดไม่ใช่บรรยากาศแสนโรแมนติกนี้ หากแต่เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของหลินอวี้ หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวปักลวดลายดอกไม้สีเงินสะท้อนแสงไฟ นางไม่ได้ตอบคำถามทันที ปลายน้องเรียวสวยภายใต้ถุงมือลูกไม้สีขาวกำลังบรรจงวางถ้วยชาเซรามิกสีนิลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองเอกสารปึกหนาที่เต็มไปด้วยคราบหมึกจางๆ และรอยประทับตราลายนูนของ "สำนักปรุงยาหลวง" ซึ่งเป็นสมบัติที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับกองเพลิงมรณะเมื่อสามปีก่อน "ขโมยหรือคะ? ท่านประมุขจ้าวพูดเกินไปแล้ว เจ้าพวกสวะตระกูลรองพวกนั้นต่างหากเล่าที่สะเพร่าเอง เก็บกวาดหลักฐานไม่สะอาดพอจนปล่อยให้ของสำคัญชิ้นนี้หลุดลอดมาถึงมือข้า" หลินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับคมกริบราวมืดโกนที่กรีดลงบนหัวใจ "อีกอย่าง... ของสิ่งนี้แต่เดิมก็เป็นของมารดาข้า หาใช่ของพวกมันเสียหน่อย" จ้าวเถียนหลงถอนหายใจเบาๆ เขาขยับตัวเข้าใกล้หญิงสาว กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยและไออุ่นจากกายหนาช่วยบรรเทาความตึงเครียดในอากาศลงได้บ้าง นัยน์ตาคมกราบมองร่องรอยบนหน้ากระดาษแผ่นนั้น นิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสรอยประทับตราที่คุ้นตา "เจ้ากำลังสงสัยเรื่องการตายของมารดาเจ้าในคืนนั้น... ใช่หรือไม่?" หลินอวี้ชะงักไปชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ความเยือกเย็นที่เคยประดับไว้บนใบหน้าเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมอันสวยงามของตระกูลหลินกำลังถูกเปิดออกทีละน้อย และสิ่งที่นางเพิ่งค้นพบจากเอกสารแผ่นนี้ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ไม่ใช่โรคหัวใจกำเริบกะทันหันอย่างที่ใบมรณบัตรทางการแพทย์ระบุไว้... ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอของร่างกาย... แต่เป็น "พิษสลายวิญญาณ" ชนิดไร้สีไร้กลิ่น ที่ถูกผสมลงในชาดอกไม้ซึ่งนางเป็นคนชงให้มารดาดื่มด้วยมือตนเองในคืนก่อนเกิดเพลิงไหม้! มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความแค้น ความชิงชัง และความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปีถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นพายุ ในชาติก่อนนางโง่เขลา หลงเชื่อคำลวงของพวกมัน ยอมก้มหัวให้ตระกูลรองเหยียบย่ำ และตายอย่างไร้ค่าในกองเพลิงโดยไม่รู้เลยว่า ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเงาอัปลักษณ์เหล่านั้น "พวกมัน..." เสียงของหลินอวี้สั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความแค้นที่อัดอั้น "พวกมันไม่ได้แค่อยากได้สมบัติและกิจการเครื่องหอม แต่พวกมันต้องการฆ่าล้างโคตรเรา เพื่อปกปิดความลับเรื่องสูตรน้ำหอมโบราณที่ขโมยไป" จ้าวเถียนหลงเอื้อมมือไปกุมมือบางที่สั่นเทาของนางไว้ ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงและปลอดภัยมาให้ "อวี้เอ๋อร์... เจ้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ข้าก็จะกางร่มให้เจ้า" คำพูดหวานล้ำที่เอ่ยออกมาในยามวิกาลเช่นนี้ ช่างทรงพลังและอบอุ่นหัวใจเสียจนหลินอวี้เกือบจะเผลอซบหน้าลงกับอกกว้างนั้น แต่นางไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาอีกต่อไป นางคือหลินอวี้ผู้กุมความมั่งคั่งมหาศาล และกำลังจะใช้เงินทุกหยอดในบัญชีเพื่อทวงคืนความยุติธรรม "ข้าไม่ต้องการให้ท่านกางร่มให้หรอกค่ะท่านจ้าว..." หลินอวี้เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มทรงเสน่ห์แต้มบนริมฝีปากสีชาดอีกครั้ง ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความเหี้ยมเกรียม "แต่ข้าต้องการให้ท่านช่วยเตรียมที่นั่งแถวหน้าสุด ให้ข้าได้ชมการล่มสลายของพวกมันอย่างใกล้ชิดต่างหาก" ชายหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวนี้แหละที่ทำให้เขาตกหลุมรักนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ตามบัญชาเลยครับ... ภรรยาข้า" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าห้องลับ ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งรวดด้วยรหัสลับที่ใช้เฉพาะยามฉุกเฉิน บรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา หลินอวี้ส่งสัญญาณให้จ้าวเถียนหลงเงียบเสียง ก่อนที่นางจะเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามา พ่อบ้านหลี่ พ่อบ้านชราผู้ภักดีของตระกูลหลินก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก มือเหี่ยวย่นถือโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูกล่าวรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "คุณหนูขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่คฤหาสน์ใหญ่... ทางตระกูลรองประกาศกร้าวกลางงานแถลงข่าวว่า จะยึดสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดของตระกูลหลักในวันพรุ่งนี้ โดยอ้างว่าท่าน... เป็นคนสติฟั่นเฟือนและไม่มีคุณสมบัติพอ!" หลินอวี้เลิกคิ้วขึ้นสูง รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก ช่างบังเอิญเสียจริง หรือพวกมันคงทนรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วสินะ "พวกมันกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือคะ?" หลินอวี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นหอมของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันลอยฟุ้งกระจาย สะท้อนถึงความมั่นใจและอำนาจที่เปี่ยมล้น "ในเมื่อพวกมันรีบเร่งอยากลงนรกนัก ข้าก็ไม่ควรใจร้ายขัดศรัทธาพวกมันจริงไหมคะ?" นางหันไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบัญชีลับระดับสูงสุดที่เชื่อมต่อกับธนาคารกลางทั่วอาณาจักร ออกมาจากกระเป๋าถือชาแนลใบโปรด ปลายนิ้วเรียวสวยหมุนบัตรเล่นอย่างใจเย็น "เตรียมรถค่ะท่านจ้าว..." หลินอวี้เอ่ยเสียงหวานหยด ทว่าแววตากลับเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "เราจะไปร่วมงานแถลงข่าวของพวกสวะนั่นกัน... ไปดูซิว่า ระหว่างอำนาจเงินตราของข้า กับหน้ากากจอมปลอมของพวกมัน อย่างไหนจะพังทลายลงก่อนกัน" จ้าวเถียนหลงมองท่าทางอันทรงเสน่ห์และเย้ายวนใจนั้นด้วยความหลงใหล เขาโค้งตัวลงเล็กน้อยราวกับสุภาพบุรุษผู้รับใช้ราชองשלี "ยินดีรับใช้ครับ นายหญิงของผม" บรรยากาศในห้องคุกกรุ่นด้วยความตื่นเต้นและกลิ่นอายของการแก้แค้นที่กำลังจะอุบัติขึ้นในไม่ช้า ทว่า... ในวินาทีที่หลินอวี้กำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องสมุดลับ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในมือของพ่อบ้านหลี่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบเผยให้เห็นข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปริศนาที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่กลับทำเอาหลินอวี้ต้องหยุดชะงักกึก สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นซีดเผือกในเสี้ยววินาทีเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความนั้น *["อย่าเพิ่งรีบไปสนุกสنائคุณหนูหลิน... เพราะคนที่ฆ่ามารดาของเจ้าในคืนนั้น ไม่ใช่ตระกูลรอง แต่เป็น 'คนใกล้ตัว' ที่กำลังยืนยิ้มอยู่ข้างกายเจ้าในตอนนี้ต่างหาก"]* หลินอวี้ตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกัก ค่อยๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง... จ้าวเถียนหลงผู้กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนให้พอดิบพอดี! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" มาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความฟินสะใจในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%