คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม•ตอนที่ 13

งานเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยหนาม

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"เครื่องหอมชุดนี้... ไม่ทราบว่าคุณหนูหลินอวี้พอจะแบ่งปันให้ตระกูลหลินของเราสักครึ่งหนึ่งได้หรือไม่เล่า อย่างไรเสียสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า ก็ยังคงเป็นสายเลือดเดียวกับพวกเรา" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย่อหยิ่งคุ้นหู ดังแทรกผ่านความเงียบสงบของห้องรับรองแขกวีไอพีในงานประมูลอัญมณีและเครื่องหอมประจำปี หลินอวี้ไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้พูด ปลายนิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ยังคงบรรจงหมุนขวดแก้วเจียระไนบรรจุหัวน้ำหอมกลิ่นกุหลาบหายากที่เพิ่งประมูลมาด้วยราคาสูงลิ่วด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเสียงของบุรุษตรงหน้าเป็นเพียงเสียงแมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น บรรยากาศรอบกายของหลินอวี้แผ่รังสีความหรูหรา เย็นชา และยากจะเข้าถึง ชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตยาวลากพื้นขับเน้นผิวขาวผ่องดั่งไข่มุกและสัดส่วนเย้ายวนชวนมอง ด้านข้างของเธอมียืนตระหง่านของจ้าวเถียนหลง ผู้คุมกฎการค้าหนุ่มในชุดสูทสلبสั่งตัดพิเศษ เขายืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองไปยังผู้มาเยือนทั้งสามด้วยแววตาเหยียดหยามและพร้อมจะบดขยี้ให้จมดินหากพวกมันกล้าทำอะไรล่วงเกินหญิงสาว คนที่เอ่ยปากทวงบุญคุณเมื่อครู่ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ "หลินกั๋วเฉิง" บิดาผู้ให้กำเนิดที่เคยขับไลไสส่งเธอออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสองปีก่อน ข้างกายเขามีฮูหยินรองผู้เหิมเกริมและ "หลินช่านช่าน" น้องสาวต่างมารดาที่แต่งกายด้วยชุดฟูฟ่องราคาแพงแต่กลับดูไร้รสนิยมสิ้นดี ทั้งสามคนส่งยิ้มหวานเชื่อมมาให้เธอ ราวกับลืมไปสิ้นเชิงว่าเคยทำอะไรกับเธอไว้บ้าง "สายเลือดหรือคะ?" หลินอวี้วางขวดน้ำหอมลงบนโต๊ะเบาๆ เกิดเสียงกระทบกันกังวานกังสดาล เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาบิดาผู้บังเกิดเกล้า รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากอวบอิ่มนั้นงดงามทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก "น่าแปลกนะคะ ตอนที่ท่านพ่อประกาศตัดขาดจากดิฉันเมื่อสองปีก่อน เพราะเกรงว่าชื่อเสียงของตระกูลหลินจะแปดเปื้อนเพราะลูกนอกสมองคนนี้ ท่านกลับไม่เห็นความสำคัญของสายเลือดขึ้นมาบ้างเลยล่ะค่ะ" ใบหน้าของหลินกั๋วเฉิงกระตุกเกร็ง สีหน้าเปลี่ยนจากความเสแสร้งเป็นความขุ่นเคืองทันที "อวี้เอ๋อร์! นั่นเจ้าพูดจากับพ่อผู้ให้กำเนิดเช่นนี้ได้อย่างไร! ถึงอย่างไรตระกูลหลินก็เลี้ยงดูเจ้ามาจนเติบใหญ่..." "เลี้ยงดู?" หลินอวี้หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูก "อาหารบูดๆ ในห้องเก็บฟืน เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ต้องซ่อมแซมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และหยาดน้ำตาที่ท่านแม่ผู้ล่วงลับต้องทนเก็บไว้... นั่นหรือคะคือสิ่งที่ท่านเรียกว่าการเลี้ยงดู? ช่างเป็นพระคุณที่หนักหนาเสียจนดิฉันไม่รู้จะชดใช้ด้วยอะไรดีเลยค่ะ" หลินช่านช่านที่ยืนอัดอั้นมานานทนไม่ไหว ก้าวเท้าเข้ามาหมายจะชี้หน้าด่าทอตามนิสัยเดิม "นี่เธอ! อย่ามาทำเป็นปากดีนะยะ! คิดว่าตอนนี้ตัวเองมีเงินมีทองหน่อยแล้วจะทำเป็นลืมกำพืดตัวเองไม่ได้หรอกนะ! แม่ของเธอก็แค่..." *เพี๊ยะ!* เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องรับรอง หลินช่านช่านกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและเจ็บปวด เธอกุมแก้มข้างที่ขึ้นรอยแดงเป็นปื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ แต่มือที่ตบลงไปนั้นไม่ใช่ของหลินอวี้... จ้าวเถียนหลงลดมือลงช้าๆ สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยราดน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นอย่างทรงอำนาจ "ปากเน่าๆ ของสุนัขตัวไหนที่กล้าเอ่ยชื่อของนายหญิงแห่งอาณาจักรเครื่องหอมอย่างไม่ให้เกียรติ?" จ้าวเถียนหลงก้าวเข้ามาบังร่างบางของหลินอวี้ไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับเทพแห่งสงครามที่พร้อมปกป้องราชinสตรีของตน "หากพวกเจ้ายังไม่ไสหัวออกไปจากที่นี่ภายในสามวินาที อย่าหาว่าฉันไม่เตือนว่าตระกูลหลินของพวกเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่เศษดินให้ซุกหัวนอน" หลินกั๋วเฉิงหน้าถอดสีทันที เขารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของจ้าวเถียนหลงดี ชายหนุ่มผู้นี้คือเบื้องหลังความสำเร็จของอาณาจักรเครื่องหอมอันดับหนึ่ง และมีอิทธิพลมืดครอบคลุมตลาดการค้าครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง การไปมีเรื่องกับเขาก็ไม่ต่างอะไรกับการกระโดดลงไปในกองไฟ แต่ความโลภบังตาทำให้หลินกั๋วเฉิงยังคงดึงดัน เขารีบเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนน้อมถ่อมตน ฝืนยิ้มแห้งๆ ส่งให้บุตรสาวที่ตนเคยรังเกียจ "อวี้เอ๋อร์... ลูกพ่อ ลูกก็รู้ว่าช่วงนี้กิจการของตระกูลเราประสบปัญหา หากเจ้าช่วยเหลือสักนิด..." "ช่วยหรือคะ?" หลินอวี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดราตรีสีมรกตทิ้งตัวสวยงาม เธอก้าวเข้าไปใกล้บิดาช้าๆ กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวลอยแตะจมูกของคนตระกูลหลิน มันหอมหวานแต่กลับทรงพลังจนพวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก "ท่านพ่อจำตึกแถวเก่าริมคลองที่ท่านเคยยกให้ดิฉันตอนไล่ออกมาจากบ้านได้ไหมคะ?" หลินอวี้เอียงคอถามด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ "ตอนนี้ทางรัฐบาลกำลังจะเวนคืนพื้นที่ตรงนั้นเพื่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง มูลค่าที่ดินพุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยเท่า... และโชคดีเหลือเกินที่โฉนดใบนั้น เป็นชื่อของดิฉันแต่เพียงผู้เดียวค่ะ" ดวงตาของหลินกั๋วเฉิงเบิกกว้างด้วยความช็อก ขาทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ตึกแถวไร้ค่าหลังนั้น... กลายเป็นขุมทรัพย์มหาศาลไปแล้วอย่างนั้นหรือ! "ส่วนบริษัทส่งออกสินค้าของตระกูลหลิน..." หลินอวี้ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูบิดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ดิฉันได้กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ผ่านนอมินีเรียบร้อยแล้วค่ะท่านพ่อ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... คนที่จะต้องคุกเข่าขอทานข้างถนน ไม่ใช่ดิฉัน... แต่คือครอบครัวของท่านต่างหากล่ะคะ" ใบหน้าของหลินกั๋วเฉิงซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง ส่วนฮูหยินรองและหลินช่านช่านถึงกับปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่นด้วยความหวาดกลัวต่ออนาคตที่มืดมน หลินอวี้ถอยหลังกลับมายืนเคียงข้างจ้าวเถียนหลง เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คู่คิดหนุ่มเบาๆ จ้าวเถียนหลงหยิบสมาร์ทโฟนสีดำสนิทออกมา กดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นก้องห้อง พร้อมกับข้อความยืนยันการทำธุรกรรมวงเงินมหาศาลเพื่อเข้าซื้อกิจการส่วนที่เหลือของตระกูลหลินอย่างสมบูรณ์แบบ ทันใดนั้น ประตูห้องรับรองก็เปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบครอบครัวหลินไว้ทั้งหมด "เชิญแขกผู้ไม่ได้รับเชิญออกไปค่ะ" หลินอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความปรานี ก่อนที่บิดาผู้เคยเหยียบย่ำเธอจะทันได้เอ่ยคำขอร้องใดๆ ร่างของพวกเขาก็ถูกการ์ดร่างยักษ์หิ้วปีกและลากตัวออกไปจากห้องอย่างไม่ไยดี เสียงโวยวายและเสียงร้องขอความช่วยเหลือค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน เหลือไว้เพียงความเงียบสงบและกลิ่นหอมของกุหลาบที่ยังคงอบอวล จ้าวเถียนหลงหันมามองหญิงสาวข้างกาย แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววชื่นชมและลุ่มหลงอย่างปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่สวมถุงมือลูกไม้ขึ้นมาจรดริมฝีปากเบาๆ อย่างทะนุถนอม "จัดการได้งดงามมากครับ... ราชinีของผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมหูทำเอาหัวใจดวงน้อยของหลินอวี้เต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม จู่ๆ หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะของจ้าวเถียนหลงก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่ดังสนั่นไปทั่วห้อง การเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายหลักของอาณาจักรเครื่องหอมถูกตัดขาดอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความปริศนาข้อความเดียวที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ... *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" มาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความฟินสะใจในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%