คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม•ตอนที่ 3

ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่า

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"หากท่านคิดว่าหน้ากากครึ่งซีกกับน้ำเสียงแหบพร่าเช่นนี้ จะทำให้หลินอวี้ผู้นี้หวาดกลัวได้... ท่านคงประเมินข้าต่ำไปเสียแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีชาด แต้มด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันจาง ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก หลินอวี้ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม นางกลับก้าวเข้าไปหาบุรุษปริศนาที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกผู้นั้นอย่างท้าทาย กลิ่นอายเย็นยะเยือกของจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขากระทบเข้ากับปลายจมูก แต่นางกลับสูดดมมันเข้าไปลึกราวกับกำลังดมกลิ่นหอมของดอกไม้หายากในเรือนกระจก ในห้องโถงจัดเลี้ยงของตระกูลหลี่ค่ำคืนนี้ แสงไฟจากโคมระย้าคริستัลนับร้อยดวงสาดส่องลงมากระทบกับชุดราตรีสั่งตัดพิเศษสีมรกตเข้มของหลินอวี้ ขับเน้นให้ผิวเนียนละเอียดดั่งหยกอุ่นของนางเปล่งประกายเจิดจ้าจนผู้คนที่จับตามองอยู่รอบด้านต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความแสบตา ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่เพียงแค่ความงามที่เฉิดฉายจนไร้ที่ติของอดีตนางร้ายผู้ถูกเนรเทศผู้นี้... แต่คือ "กลิ่นหอม" ที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวนางต่างหาก กลิ่นหอมลึกลับที่ผสมผสานระหว่างความเย้ายวนของดอกกุหลาบราตรีและความอบอุ่นล้ำลึกของไม้กฤษณาบริสุทธิ์ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมโหล ๆ ตามท้องตลาด แต่เป็นสูตรลับเฉพาะตัวที่หลินอวี้ใช้เวทมนตร์แห่งพฤกษาและศาสตร์การปรุงเครื่องหอมชั้นสูงรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ กลิ่นนี้กำลังแผ่ขยายอาณาเขตออกไปทีละน้อย สะกดจิตผู้คนในรัศมีสิบเมตรให้เคลิบเคลิ้มราวกับตกอยู่ในภวังค์แห่งความลุ่มหลง "คุณหนูหลิน... ท่านกล้าดียังไงถึงปรากฏตัวที่นี่ งานเลี้ยงฉลองครบรอบตระกูลหลี่ไม่ได้ต้อนรับคนไร้ยางอายเช่นท่าน!" เสียงแหลมสูงของหลี่ชิงชิงดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ นางก้าวฉับ ๆ เข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ในมือถือแก้วไวน์สั่นระริก ชุดราตรีสีชมพูฟูฟ่องของหลี่ชิงชิงดูราวกับชุดตัวตลกไปถนัดตาเมื่อยืนอยู่เคียงข้างความสง่างามอันทรงพลังของหลินอวี้ หลินอวี้ปรายตามองลูกพี่ลูกน้องผู้โง่เขลาด้วยหางตา รอยยิ้มมุมปากของนางยิ่งทวีความเย้ายวนและอันตราย "ไร้ยางอายหรือเจ้าคะ? น่าแปลกใจเสียจริง ที่ผู้มีสิทธิ์ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กลับถูกกล่าวหาจากผู้ที่อาศัยเศษเงินจากกองมรดกของตระกูลข้าประทังชีวิตไปวัน ๆ เช่นพวกท่าน" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่นิ่มนวลและบาดลึกถึงกระดูกดำ ใบของหลี่ชิงชิงซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ไม่กล้าโต้เถียง เพราะทุกคนในงานต่างรู้ดีว่า ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตระกูลหลี่ในปัจจุบัน แท้จริงแล้วถูกค้ำจุนไว้ด้วยหุ้นลับและทรัพย์สินส่วนตัวที่หลินอวี้ถือครองอยู่ หากนางต้องการจะดึงเงินลงทุนทั้งหมดออกในคืนนี้ ตระกูลหลี่คงต้องล้มละลายกลายเป็นขอทานภายในชั่วข้ามคืนเดียว ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จ้าวเถียนหลง ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังหลินอวี้ในฐานะผู้คุ้มกันส่วนตัว ก็ก้าวออกมาครึ่งก้าว สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปรอบห้องโถง แรงกดดันระดับสูงจากผู้คุมกฎการค้าผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านออกมาจนบรรดาแขกเหรื่อผู้ดีตีนเปล่าทั้งหลายถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่ผู้อำนวยการอาวุโสของตระกูลหลี่ที่ยืนอยู่บนเวชยังต้องก้มหน้าหลบสายตา แต่สายตาของหลินอวี้ไม่ได้สนใจพวกปลาซิวปลาสร้อยเหล่านั้น นางยังคงจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่คมที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากเงินของบุรุษลึกลับผู้นั้น บุรุษผู้ที่ถือครองกุญแจดอกที่สอง—กุญแจที่จะไขไปสู่ความลับทั้งหมดของอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม "ดูเหมือนว่า... ท่านจะมีเรื่องอยากสนทนากับข้าเป็นการส่วนตัวสินะคะ ท่านหน้ากากเงิน" หลินอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ดังก้องกังวานในโสตประสาทของคนฟัง บุรุษปริศนาชะงักไปเล็กน้อย ภายใต้หน้ากากนั้น มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก เสียงหัวเราะทุ้งต่ำหลุดออกมาจากลำคอ "เจ้าช่างกล้าหาญและ... หอมหวานเสียจริง หลินอวี้ เจ้าไม่กลัวหรือว่ากุญแจในมือข้า จะนำพาความตายมาสู่เจ้า?" "ความตายหรือคะ?" หลินอวี้หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาสุกใสเป็นประกายท้าทาย "ข้าตายมาแล้วครั้งหนึ่ง... และการกลับมาครั้งนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อตาย แต่มาเพื่อทวงทุกอย่างที่ควรเป็นของข้าคืน รวมถึง... หน้ากากที่ปิดบังใบหน้าขี้ขลาดของท่านด้วย!" สิ้นคำพูดนั้น หลินอวี้ก็เอื้อมมือเรียวระหงของนางออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ปลายเล็บที่ทาด้วยสีแดงเข้มพุ่งตรงไปยังหน้ากากเงินครึ่งซีกของบุรุษปริศนาหมายจะกระชากมันออกต่อหน้าธารกำนัล ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของแขกเหรื่อทั้งห้องโถงที่ดังประสานกันเป็นเสียงเดียว! แต่ทว่า—! ข้อมือเรียวของนางกลับถูกมือหนาที่เต็มไปด้วยรั้งแกร่งและอบอุ่นจับกุมไว้ได้อย่างแม่นยำในเสี้ยววินาทีสุดท้าย แรงปะทะทำให้กลิ่นหอมประจำตัวของทั้งคู่หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างรุนแรง กลายเป็นกลิ่นอายอันตรายที่เย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มของนาง ดวงตาคู่นั้นเปิดเผยประกายความระยับแสงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากาก และก่อนที่หลินอวี้จะได้ตั้งตัว เสียงกระซิบพร่าต่ำที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบก็ดังขึ้นชิดริมหู "อยากดูหน้าข้า... เจ้าต้องจ่ายด้วยหัวใจของเจ้าเองแล้วล่ะ หลินอวี้" พรุ่งนี้รี้ดเดอร์ทุกท่านจะได้พบกับตัวตนที่แท้จริงของบุรุษใต้หน้ากาก และจุดเริ่มต้นของสงครามเครื่องหอมที่จะเขย่าขวัญทั้งอาณาจักรค่ะ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนม่านหมอกโรแมนซ์เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%