"ช้าก่อน... หลินอวี้ เจ้าคิดจะแย่งชิงสมบัติของสำนักวิหคเพลิงอย่างนั้นหรือ?"
สุ้มเสียงเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์บาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของโถงประมูลชั้นใน กลีบปากสีชาดของหลินอวี้คลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางเบา นางไม่แม้แต่จะชายตามองไปทางคุณหนูรองตระกูลหลี่ผู้กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอิจฉาริษยา นิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนหยกมันแพะแตะลงบนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลอย่างแผ่วเบา ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนพวกนั้นไม่มีค่าพอให้ต้องใส่ใจแม้แต่น้อย
บรรยากาศในห้องประมูลตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกได้ สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่ร่างระหงในชุดอาภรณ์ปักลายดอกโบตั๋นสีมุก ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงสอดแทรก เนื่องจากกลิ่นอายกดดันอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ประทับอยู่ ณ เบื้องขวา
จ้าวเถียนหลง ผู้คุมกฎการค้าหนุ่มแห่งหอสมบัติสวรรค์ ปิดบัญชีหนังควายในมือลงช้าๆ เสียงไม้กระทบโต๊ะดัง *ตึ้ง* สะท้อนก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทมิฬกวาดมองกลุ่มคนที่พยายามหาเรื่องหลินอวี้ด้วยแววตานิ่งเรียบ แต่น่ากลัวเสียจนคุณหนูรองหลี่ต้องรีบหลบสายตาและถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"สำนักวิหคเพลิงงั้นหรือ..." จ้าวเถียนหลงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่มelancholic ชวนให้ขนลุกชัน "เกรงว่าต่อให้เจ้าเอาป้ายประจำตัวเจ้าสำนักมาวาง ก็ยังไม่มีสิทธิ์มาตั้งข้อสงสัยในกฎการประมูลของหอสมบัติสวรรค์... และยิ่งไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงกับแขกคนสำคัญของข้า"
คำว่า 'แขกคนสำคัญ' หลุดออกมาจากปากของผู้คุมกฎหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและไม่เคยไว้หน้าผู้ใด ทำให้ทั่วทั้งโถงประมูลเกิดเสียงฮือฮาดังระเบ็งเซ็งเร่ เหล่าผู้วิเศษและคุณชายตระกูลใหญ่ต่างหันมามองหลินอวี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความหวาดหวั่นและสงสัยใคร่รู้
หลินอวี้ช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของบุรุษข้างกายแวบหนึ่ง นางมิได้แสดงอาการเขินอายหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มรู้ทันที่จุดประกายขึ้นในดวงตากลมโตคู่สวย
"คุณชายจ้าวกล่าวชมเกินไปแล้วค่ะ" หลินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล กิริยาท่าทางงดงามราวกับภาพวาดเซียน "ข้าก็เป็นเพียงผู้ค้าเครื่องหอมตัวเล็กๆ ที่บังเอิญมีทุนทรัพย์พอจะสนับสนุนของล้ำค่าเหล่านี้เท่านั้น หาได้มีอภิสิทธิ์เหนือผู้ใดไม่"
"ผู้ค้าตัวเล็กๆ อย่างนั้นหรือ?" จ้าวเถียนหลงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองนางมีความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นมาวบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด "คนที่เหมาซื้อหัวเชื้อน้ำหอมราตรีสวรรค์ไปจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงเค่อ และยังตบหน้าสมาคมปรุงยาด้วยหินวิญญาณระดับสูงนับพันก้อน... ในสายตาคนอื่นอาจจะเป็นแค่เศรษฐีใหม่ แต่สำหรับข้า หลินอวี้ เจ้าคือผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงต่างหาก"
คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าของคู่แข่งรอบด้านซีดเผือดลงถนัดตา หินวิญญาณนับพันก้อนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ต่อให้เป็นตระกูลใหญ่ก็ต้องสะเทือน หากแต่หญิงสาวตรงหน้ากลับใช้มันซื้อหาวัตถุดิบทำน้ำหอมราวกับเลือกซื้อผักปลาในตลาดสด ความมั่งคั่งระดับนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าหาญพอจะเอ่ยปากท้าทายอีก
ทว่า ความเงียบสงบมิได้ดำรงอยู่นานนัก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับกลิ่นอายปราณกดดันระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสูงโหมซัดเข้ามาทางประตูใหญ่
"บังani! คนตระกูลหลินกล้าดียังไงมาผูกขาดสมบัติของเมืองหลวง!"
เสียงคำรามก้องพร้อมกับร่างของชายชราในชุดคลุมสีเพลิงปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ดวงตาเบิกโพงด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณรอบตัวแผ่ซ่านจนข้าวของใกล้เคียงสั่นสะเทือน หลินอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย นางจำได้ทันที... ชายชราผู้นี้คือผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักวิหคเพลิง ผู้หนุนหลังคุณหนูรองหลี่ในการกลั่นแกล้งเจ้าของร่างเดิมมาโดยตลอด
จ้าวเถียนหลงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างทันที มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่หยกที่วางอยู่ข้างกาย เตรียมจะสั่งให้องครักษ์เงากวาดล้างคนไร้มารยาทพวกนี้ออกไปให้พ้นสายตา
ทว่า หลินอวี้กลับยกมือขึ้นแตะแขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
สัมผัสอุ่นร้อนที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำให้จ้าวเถียนหลงชะงักไป ดวงตาคมกริบหันกลับมามองนางอย่างไม่เข้าใจนัก
หลินอวี้แย้มยิ้มให้น้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน นางลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดอาภรณ์ให้เข้ารูปอย่างสง่างาม ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสสำนักวิหคเพลิงด้วยตนเอง
"ผู้อาวุโสเป่ย... ท่านเดินทางมาไกลถึงหอสมบัติสวรรค์ เพื่อจะมาแหกปากโวยวายเหมือนเด็กอมมือไร้การอบรมเช่นนี้เชียวหรือคะ?"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำดังขึ้น ทำให้ผู้อาวุโสเป่ยหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
"นังตัวดี! ปากกล้านักนะ! เจ้าใช้วิธีสกปรกอันใดแย่งชิงสิทธิ์ประมูลดอกบัวเพลิงสวรรค์ คายมันออกมาเสีย มิฉะนั้นวันนี้ศาลาประมูลแห่งนี้จะลุกเป็นจุลด้วยเพลิงอัคคีผลาญสวรรค์ของข้า!"
ความกดดันระดับผู้ฝึกตนขั้นสูงถาโถมเข้าใส่ร่างของหลินอวี้ หวังจะกดให้นางคุกเข่าลงต่อหน้าธารกำนัล ผู้ชมรอบข้างต่างพากันกลั้นหายใจ เอาใจช่วยหรือรอดูความฉิบหายของหญิงสาวตามแต่ความชอบ
ทว่า หลินอวี้กลับยืนหยัดอย่างมั่นคง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงกดดันปราณ แต่นางหาได้สะทกสะท้านไม่ รอยยิ้มบนมุมปากกลับยิ่งเด่นชัดและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม
"วิธีสกปรกงั้นหรือคะ?" หลินอวี้หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงกังวานใสราวดนตรีสวรรค์ "น่าขันสิ้นดี เงินก็เงินของข้า กฎก็กฎของหอสมบัติสวรรค์ ท่านบอกว่าข้าแย่งชิง... เช่นนั้นหากข้าใช้กำลังทรัพย์ที่มากกว่าซื้อความยุติธรรมมาทั้งหมดในที่นี้ล่ะ ท่านจะว่าอย่างไร?"
พูดจบ หลินอวี้ก็ดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
*กริ๊ง!*
เสียงสัญญาณจากแหวนมิติระดับนسرดังขึ้น พร้อมกับแสงสีทองอร่ามที่สาดส่องลงมาจากเพดานโถงประมูล กล่องหีบสมบัติคริสตัลใสสิบใบปรากฏขึ้นกลางอากาศ แต่ละกล่องอัดแน่นไปด้วยหินวิญญาณระดับนภาและผลึกธาตุบริสุทธิ์ ส่งประกายระยิบระยับจนแสบตา และที่สะดุดตาสุดคือ 'ป้ายทองคำขาว' สัญลักษณ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ระดับสูงสุดแห่งหอสมบัติสวรรค์ ที่หลินอวี้ดึงออกมาจากอกเสื้อแล้วถือไว้ในมืออย่างไม่ี่เกรงกลัวผู้ใด
ผู้อาวุโสเป่ยเบิกตากว้างจนแทบถลอกจากเบ้า ขาของเขาpowered สั่นเทาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นป้ายทองคำขาวนั้น
นั่นคือป้ายที่แม้แต่เจ้าสำนักวิหคเพลิงยังต้องคุกเข่าคำนับสามครั้งเมื่อพบเจอ!
จ้าวเถียนหลงมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ประหลาดใจ และหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งด้วยความหลงใหล ผู้หญิงคนนี้มักจะมีไพ่ตายที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงอยู่เสมอ และนางมักจะตบหน้าศัตรูได้อย่างเจ็บแสบและงดงามที่สุด
"ทีนี้..." หลินอวี้ก้าวเข้าไปใกล้ผู้อาวุโสเป่ยทีละก้าว ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายแววเยียบเย็นจนน่ากลัว "ท่านยังอยากจะถามหาความยุติธรรมจากข้าอีกไหมคะ... หรือว่าอยากจะลองให้ข้าซื้อสำนักวิหคเพลิงของพวกท่าน มาเป็นแค่โรงเลี้ยงสุนัขหลังเรือนของข้าดีล่ะคะ?"
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วสารทิศ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ถึงขีดสุดนั้น ประตูบานใหญ่ด้านหลังโถงประมูลก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของทหารองครักษ์หลวงนับร้อยนายที่กรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมดไว้
และผู้ที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรกคือองค์ชายสาม ผู้ซึ่งเคยเป็นคู่หมั้นที่ทิ้งหลินอวี้ไปอย่างไม่ใยดีในอดีต!
"หลินอวี้! ในที่สุดข I ก็เจอตัวเจ้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงบังอาจผูกขาดการค้าในเมืองหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากราชสำนัก!"
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความสะใจนี้นะคะ!
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม•ตอนที่ 10
มิตรภาพที่เติบโตในความกดดัน
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!