นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ•ตอนที่ 3

หลักฐานที่ถูกซ่อน

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นคาวเลือดจางๆ และคราบเขม่าดินปืนยังคงติดตรึงอยู่ในรูจมูก ทว่าสิ่งที่รวิศสนใจในวินาทีนี้ หาใช่ซากเหล็กยับเยินของรถขนย้ายพยานที่มอดไหม้บนทางด่วนไม่ แต่เป็นรอยวิถีกระสุนสี่รูบนกระจกฝั่งคนขับ ซึ่งเรียงตัวกันอย่างแม่นยำราับจับวาง—มันไม่ใช่การซุ่มยิงอย่างไร้ทิศทางจากกลุ่มโจรรับจ้างทั่วไป แต่เป็นผลงานของมือปืนระดับพระกาฬที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนจากหน่วยรบพิเศษ และเหนือสิ่งอื่นใด ปลอกกระสุนขนาด 7.62x51 มิลลิเมตร ที่ตกอยู่เกลื่อนพื้น คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าอาวุธปืนที่ใช้สังหารพยานปากเอกคราวนี้ เป็นยุทธภัณฑ์พิเศษที่ถูกควบคุมการ ใช้งานอย่างเข้มงวดโดยกองทัพ "คุณกำลังคิดอะไรอยู่ นิติกรผู้ไร้หัวใจ" เสียงทุ้มห้าวที่เจือความเหนื่อยล้าดังขึ้นจากความมืดหลังเสาตอม่อทางด่วน ลลินก้าวเท้าออกมาจากเงาอับชื้น ใบหน้าของเธอมีคราบเขม่าดำเปื้อนอยู่เล็กน้อย เส้นผมที่เคยรวบไว้เรียบร้อยหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นยังคงเปล่งประกายความดื้อรั้นและเฉียบคมราวกับสัตว์นักล่า รวิศยังคงยืนนิ่งในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป มือสอดไว้ในกระเปากางเกง สายตาคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขายังไม่ตอบคำถามทันที แต่ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันบรรยากาศรอบตัว "ผมกำลังคิดว่า... ประเทศนี้ช่างกว้างใหญ่เสียเหลือเกินสำหรับคนตัวเล็กๆ" รวิศเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์ "แต่กลับแคบจนหายใจไม่ออก เมื่ออำนาจมืดตัดสินใจว่าจะกวาดล้างใครสักคนให้พ้นทาง" ลลินแค่นหัวเราะในลำคอ เธอเดินเข้าไปใกล้ซากรถคันนั้น พลางใช้ปลายรองเท้าเขี่ยเศษกระจกที่แตกละเอียด "คุณยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมบนกระดาษแผ่นนั้นอยู่ไหม รวิศ? ดูนี่สิ... ปลอกกระสุนพวกนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานชุดแรกเก็บกู้ไปหมดแล้ว แต่ฉันตาดีพอที่จะเห็น 'รอยประทับ' บนท้ายปลอกกระสุนก่อนที่มันจะถูกย้าย" รวิศหันขวับมามองเธอทันที แววตาที่เคยนิ่งสนิทฉายประกายระფิบระยับขึ้นมาวูบหนึ่ง "รอยประทับรูปกางเขนไขว้... ใช่ไหม" ลลินชะงักไปเล็กน้อย คล้ายประหลาดใจที่ชายหนุ่มอ่านความคิดเธอทะลุปรุโปร่ง "คุณก็เห็นมันเหมือนกัน?" "ผมไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยตาตัวเอง เพื่อจะรู้ว่าใครเป็นเจ้าของสัญลักษณ์นั้น" รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวนักข่าวสาว กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ออกจากตัวเขาราวกับเกราะกำบัง "รอยสลักนั้นเป็นเครื่องหมายการค้าของ 'หน่วยลาดตระเวนพิเศษที่สาม' หน่วยงานความมั่นคงเงาที่ขึ้นตรงต่อสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ... หรือพูดง่ายๆ คือ มันคือสุนัขรับใช้ที่คอยเก็บกวาดขยะใต้พรมให้บรรดานักการเมืองระดับสูง" บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อสายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน พาเอาความหนบหนาวเหน็บเข้าสู่กระดูกดำ ลลินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในเวลานี้ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ เคมีอันตรายระหว่างคนทั้งสองก็ยังคงทำงานอย่างเงียบเชเชียบ—ความเห็นต่างที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กขั้วตรงข้าม "ถ้าฆาตกรมีแบ็คอัพเป็นระดับท็อปของประเทศแบบนี้ แล้วเราจะเอาชนะมันได้ยังไง?" ลลินถาม น้ำเสียงของเธอไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัว หากแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย "หลักฐานชิ้นนี้ใหญ่เกินกว่าที่คุณจะใช้ตรรกะทางกฎหมายมาจัดการได้ รวิศ" "กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องคนอ่อนแอเสมอไป ลลิน..." รวิศโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่มันเป็นเครื่องมือ... สำหรับคนที่ฉลาดพอจะพลิกเกมเหนือกระดานต่างหาก" เขายื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ตของลลินอย่างรวดเร็วและถือวิสาสะ ก่อนจะดึงแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทออกมาจากที่นั่น นักข่าวสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเอื้อมมือจะแย่งคืน แต่รวิศชูมันขึ้นสูงเกินเอื้อมด้วยความได้เปรียบทางสรีระ "คุณไปเอามาจากไหน..." ลลินเสียงหลง "ผมเป็นคนประเภทที่มองการณ์ไกลเสมอ" รวิศหมุนแฟลชไดร์ฟในมือเล่น สายตาคมกวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวดระวังอีกครั้ง "ในขณะที่คุณมัวแต่สนใจปลอกกระสุน ผมส่งคนของเราไปเก็บกล้องวงจรปิดตัวสุดท้ายที่รอดพ้นจากการทำลายหลักฐาน... กล้องตัวที่จับภาพรถกระบะต้องสงสัยที่ขับตามประกบรถพยานคันนี้" รวิศหยุดพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในหัว "และในแฟลชไดร์ฟนี้... บันทึกภาพใบหน้าของคนขับรถคันนั้นไว้อย่างชัดเจน" รวิศกล่าวต่อ น้ำเสียงเรียบสนิทแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล "ไม่ใช่แค่ลิ่วล้อระดับล่าง... แต่เป็นคนสนิทมือขวาของ 'พลเอกประจักษ์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถตำรวจที่ขับผ่านมาไกลๆ ลลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน—ความตื่นเต้น ความหวาดกลัว และความเคารพในความเด็ดเดี่ยวของเขาที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก "เรากำหลักฐานชิ้นโบว์แดงที่สามารถโค่นรัฐบาลได้ทั้งคณะ..." ลลินพึมพำ ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังอันริบหรี่ "นี่มันคือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง" "ใช่... และมันกำลังนับถอยหลัง" รวิศตอบรับเสียงเรียบ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเขาก็ร้องเตือนภัยขึ้นมาอย่างรุนแรง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่... กำลังดังขึ้นจากความมืดมิดรอบทิศทางของตอม่อทางด่วน เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ ของกระบอกปืนกลมือที่ถูกขึ้นลำ พร้อมกับแสงไฟฉายแรงสูงหลายดวงที่สาดส่องตัดผ่านความมืดพุ่งตรงมาที่พวกเขาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า! รวิศคว้าแขนลลินกระชากให้หลบหลังซากรถพยานทันที ในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศมาเจาะเข้ากับคอนกรีตข้างตัวจนสะเก็ดไฟแตกกระจาย "หมอบลง!" รวิศตะโกนลั่น พร้อมกับใช้ร่างของตัวเองกำบังร่างของหญิงสาวไว้ภายใต้เงาของความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของตรรกะและศรัทธานี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%