เสียงยางรถยนต์บดขยี้พื้นผิวถนนยางมะตอยที่ชุ่มไปด้วยหยาดฝนยามดึก ดังแหลมสูงจนบาดประสาท สะท้อนก้องไปทั่วซอกตึกอับทึบของย่านโกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวิศหักพวงมาลัยรถเก๋งซีดานสีเข้มหลบหลุมอุทกภัยขนาดใหญ่ด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร แรงเหวี่ยงจากการหักเลี้ยวอย่างกะทันหันทำให้ร่างของลลินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับไถลไปกระแทกกับแผงประตูอย่างแรง แต่เธอกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งเสียงร้องอุทาน
"คุณขับให้มันนิ่มกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง รวิศ! หรือว่าตรรกะในสมองคุณมันคำนวณไม่ถึงว่าแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมันกำลังจะฆ่าเราก่อนที่พวกมันจะทันลงมือ?" ลลินหอบหายใจถี่กระชั้น นัยน์ตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนสลัวจากป้ายร้านค้าข้างทางฉายแววหวาดระแวงระคนดุดัน มือข้างหนึ่งกำเครื่องบันทึกเสียงรุ่นเก่าในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตแน่นเสียจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด
รวิศไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่กระจกมองหลังอย่างไม่กะพริบตา แสงไฟหน้าของรถกระบะยกสูงสีดำสนิทที่ปราศจากป้ายทะเบียนยังคงไล่ตามหลังมาติดๆ ระยะห่างสั้นลงเรื่อยๆ ทุกวินาที ราวกับเงาตามตัวที่ถูกโปรแกรมให้ทำลายล้างเป้าหมายโดยไร้ความปราณี
"ถ้าคุณมัวแต่ห่วงเรื่องความนิ่มนวลของช่วงล่าง ตอนนี้เราคงกลายเป็นรังผึ้งพรุนกระสุนปืนไปแล้วครับ คุณลลิน" น้ำเสียงของรวิศราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับเขากำลังถกเถียงเรื่องมาตรากฎหมายในห้องประชุมแอร์เย็นฉ่ำ มากกว่าจะเผชิญหน้ากับการไล่ล่าเอาชีวิตในยามวิกาล "ผมเตือนคุณแล้วว่าเอกสารบัญชีลับชุดนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะควานหามาได้โดยปราศจากแรงกระแทกกลับ"
"ฉันไม่ได้กลัวตาย รวิศ... ฉันแค่เสียดายถ้าหลักฐานชิ้นนั้นจะต้องถูกฝังกลบไปพร้อมกับศพของเราสองคน" ลลินกัดฟันกรอด หันไปมองกระจกหลังเช่นกัน "เลี้ยวซ้ายข้างหน้า! เข้าไปในเขตก่อสร้างอาคารพาณิชย์ร้างนั่น ทางมันแคบ รถพวกมันจะไล่ตามเราไม่ถนัด"
"คุณกำลังใช้สัญชาตญาณบ้าบิ่นนำหน้าเหตุผลอีกแล้วนะครับ" รวิศขมวดคิ้วมุ่น แต่ร่างกายกลับตอบสนองสวนทางกับคำพูด เมื่อเท้าขวาของเขาเหยียบเบรกจนมิดพร้อมกับดึงเบรกมืออย่างเฉียบคม ล้อรถส่งเสียงกรีดร้องลั่นก่อนที่ตัวรถจะสไลด์โค้งเข้าสู่เขตก่อสร้างร้างฝุ่นตลบอย่างงดงาม
แรงกระแทกจากการเหวี่ยงทำให้ฝุ่นปูนและเศษอิฐฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ รวิศดับเครื่องยนต์และปิดไฟหน้าทันที ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ดิบเข้าโอบล้อมคนทั้งคู่ในเสี้ยววินาที มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองและเสียงเครื่องยนต์ของรถผู้ไล่ล่าที่เลยผ่านปากทางเข้าไปเล็กน้อย ก่อนจะเบรกเอี๊ยดและถอยหลังกลับมาอย่างรู้ทันเกม
ภายในห้องโดยสารที่มืดสนิท ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ รวิศหันมามองลลินที่นั่งอยู่ข้างกาย ในความสลัว เขาสามารถมองเห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายอยู่บนขมับของเธอ แววตาของนักข่าวสาวไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่พร้อมจะปะทะ
"เงียบ" รวิศกระซิบเสียงแผ่วเบา พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะข้อศอกของเธอเพื่อห้ามปรามการเคลื่อนไหวใดๆ ที่อาจสร้างเสียง
ภายนอกรถ เสียงประตูรถกระบะถูกกระชากเปิดออก ตามด้วยเสียงรองเท้าคอมแบตกระทบกับพื้นคอนกรีตดัง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงเหล็กกระทบกันบางอย่างบ่งบอกว่าผู้มาเยือนไม่ได้มามือเปล่า
ลลินหันมามองหน้าเขา ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากลุ่มผมของกันและกัน ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เคมีประหลาดบางอย่างระหว่างคนสองคนที่มีอุดมการณ์ต่างกันสุดขั้วกลับเด่นชัดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด—ความดึงดูดของความลับและอันตราย
"ถ้าเราตายที่นี่... คุณคิดว่าความจริงเรื่องคดีทุจริตงบประมาณสร้างทางหลวงจะถูกเปิดเผยไหม รวิศ?" ลลินกระซิบถาม ชิดริมหูของเขา น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันตัวเองเล็กน้อย
"ความจริงไม่ใช่สิ่งที่จะสูญหายไปเพียงเพราะคนพูดมันตายหรอกครับคุณลลิน..." รวิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ต่ำลึก นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่มันจะถูกส่งต่อ... ในรูปแบบที่อันตรายกว่าเดิมต่างหาก"
ทันใดนั้น เสียงรองเท้าที่เดินวนอยู่รอบรถก็หยุดลงที่กระจกฝั่งคนขับ ปลายกระบอกปืนโลหะเย็นเฉียบถูกเคาะเบาๆ ลงบนกระจกหน้ารถ เสียงนั้นดังสะท้อนเข้ามาในความเงียบราวกับเสียงเคาะประตูแห่งความตาย
รวิศไม่สะดุ้งสะเทือน มือขวาของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปปลดล็อกเก๊ะหน้ารถอย่างเงียบเชียบที่สุด นิ้วเรียวยาวสัมผัสกับความเย็นเยียบของด้ามเหล็กวัตถุพยานชิ้นสำคัญที่เขาแอบเก็บมาจากสำนวนคดีเก่า—ปืนพกสั้นประจำตัวที่ถูกสั่งให้ทำลายทิ้งแต่เขาเก็บรักษาไว้
แต่ก่อนที่รวิศจะได้ดึงมันออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของลลินก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของทั้งคู่กระตุกวูบไม่ใช่การโทรเข้า
บนหน้าจอนั้น... มีข้อความสั้นๆ เด้งขึ้นมาก่อนที่จะมีเสียงเรียกเข้า:
*[พวกแกอยู่ในรัศมี... และหลักฐานบัญชีลับที่คุณหาก็ไม่ได้อยู่ในรถคันนั้นหรอก รวิศ]*
รวิศชะงักค้าง ดวงตาหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ความตระหนักรู้บางอย่างพุ่งวาบเข้ามาในสมองราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง—นี่ไม่ใช่การตามล่าเพื่อฆ่าปิดปาก... แต่นี่คือ "กับดัก" ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรกเพื่อต้อนพวกเขาลงสู่หลุมพรางที่ลึกกว่าเดิม
ก่อนที่รวิศจะทันเอ่ยปากเตือนอะไร เสียงกระจกฝั่งคนขับก็แตกละเอียดเป็น 4 เสี่ยงด้วยแรงกระแทกจากด้ามปืนภายนอก พร้อมกับมือปริศนาที่พุ่งทะลุกระจกเข้ามาควบคอเสื้อของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะหลบพ้น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของตรรกะและศรัทธานี้นะครับ
นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ•ตอนที่ 4
เกมไล่ล่าในยามวิกาล
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!