แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพง เสียงทึบหนักนั้นสะท้อนก้องในห้องทำงานขนาดกว้างที่เงียบงัด รวิศไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่เพิ่งถูกวางลง เขายังคงจดจ่ออยู่กับการพิจารณาตัวเลขคดีทุจริตในหน้าจอคอมพิวเตอร์ แว่นตากรอบโลหะสะท้อนแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ขับเน้นให้ดวงตาคมกริบนั้นดูไร้อารมณ์ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้
"คุณกำลังทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในคดีนี้... ด้วยการเอาไปตีพิมพ์ลงหน้าหนึ่ง"
น้ำเสียงของรวิศเรียบสนทนา ไร้คลื่นอารมณ์ แต่ทุกถ้อยคำมีความหนาแน่นพอจะกดทับบรรยากาศในห้องให้ดิ่งลง ลลินที่ยืนกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้สะท้านสะเทือน รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกถึงความท้าทาย เธอปรายตามองแฟ้มเอกสารชุดนั้นด้วยความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง
"ถ้าฉันไม่เอาออกมาตีพิมพ์ ป่านนี้มันคงถูกเผาทำลายในเตาเผาหลังสำนักงานกฎหมายของคุณไปเรียบร้อยแล้ว รวิศ" ลลินโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเจือความเย้ยหยัน "คุณเรียกมันว่า 'หลักฐาน' แต่ฉันเรียกว่า 'อาวุธ' อาวุธที่ประชาชนควรมีสิทธิ์ได้เห็นก่อนที่มันจะกลายเป็นแค่กระดาษเปล่าในสำนวนคดีหมักดองของคุณ"
รวิศถอนหายใจเบาๆ เป็นจังหวะที่คำนวณไว้แล้ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายในชุดสูทเข้ารูปดูภูมิฐานและทรงอำนาจ เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดหญิงสาวในระยะที่ใกล้พอจะได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่า
"คุณใช้คำว่า 'สิทธิ์' พร่ำเพรื่อเกินไป ลลิน กฎหมายไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความสะใจของมวลชน แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรักษา 'กระบวนการ' หากคุณหยิบหลักฐานที่ยังไม่ผ่านการรับรองทางนิติเวชไปเผยแพร่ มันไม่ใช่การเปิดโปงความจริง แต่มันคือการพิพากษาล่วงหน้า... และนั่นแหละ คือการทำลายความยุติธรรมที่แท้จริง"
"ความยุติธรรม?" ลลินหัวเราะในลำคอ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร รังสีความดุดันแผ่ออกมาจากตัวตนที่แตกต่างสุดขั้ว คนหนึ่งยึดถือตัวบทกฎหมายเป็นศาสนา อีกคนบูชาความจริงของมนุษย์บนท้องถนน "ความยุติธรรมที่คุณพูดถึง มันเคยช่วยเหยื่อในคดีครอบครัวของคุณเมื่อสิบปีก่อนได้ไหมล่ะ รวิศ? หรือมันเป็นแค่เครื่องมือของคนมีอำนาจในการบดขยี้คนที่ไม่มีทางสู้?"
คำพูดนั้นทำให้นัยน์ตาของนิติกรหนุ่มวูบไหวไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว เกราะป้องกันอันเย็นชา1ก็ถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างแนบเนียน
"อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับตรรกะทางกฎหมาย" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง อันตรายขึ้น "การที่คุณขโมยสำนวนนี้ออกมาจากโต๊ะทำงานของอัยการ มันคือความผิดอาญา ลลิน คุณกำลังทำลายคดีทั้งคดีด้วยมือของคุณเอง เพียงเพราะต้องการขายข่าวเรียกเรตติ้งให้สำนักพิมพ์ของคุณ"
"ฉันไม่ได้ทำเพื่อเรตติ้ง!" ลลินตวาดกลับ เสียงของเธอดังก้องสะท้อนผนังห้อง เธอขยับเข้าไปใกล้เขาจนหน้าอกเกือบชิด แววตาของเธอลุกโชนด้วยไฟแห่งอุดมการณ์ "ฉันทำเพื่อให้คนที่ตายไปแล้วได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เพราะฉันรู้ว่าถ้าปล่อยให้คดีนี้อยู่ในมือคุณ ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เชื่องช้าและถูกซื้อได้ สุดท้ายไอ้สารเลวคนนั้นก็จะหลุดรอดไปเหมือนทุกครั้ง!"
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือ รวิศก้มมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและมุ่งมั่นนั้น หัวใจที่เขาพยายามควบคุมด้วยสติปัญญามาตลอดกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด เขามองเห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่หลังความดื้อรั้น ความกล้าหาญที่โง่เขลาแต่น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านและอันตรายสิ้นดี" รวิศกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ "คุณคิดว่าการเปิดโปงมันจบลงตรงหน้าหนังสือพิมพ์งั้นเหรอ? คุณกำลังเปิดประตูต้อนรับเสือร้ายเข้าบ้านตัวเองโดยไม่รู้ตัว"
"ฉันไม่กลัวเสือหรอก รวิศ ฉันกลัวแต่คนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกฎหมายที่คอยปกป้องเสือต่างหาก" ลลินตอบโต้กลับโดยไม่หลบสายตา ความใกล้ชิดนี้สร้างสนามแม่เหล็กที่รุนแรงจนน่ากลัว แรงดึงดูดระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายกับความถูกต้องตามสามัญสำนึกกำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในพื้นที่จำกัด
รวิศเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะที่สันแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนปลายนิ้วของลลินที่ยังคงวางทับอยู่บนนั้น ความเย็นจากโลหะแหวนของเธอตัดกับความอุ่นจากผิวเนื้อ มันคือสัมผัสเดียวที่แสดงออกถึงความอ่อนโยนท่ามกลางสงครามทางความคิดนี้
"ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่จริง..." รวิศโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอ กลิ่นหอมจางๆ ลอยเข้าจมูก "เรามาลองเดิมพันกันดูไหมลลิน ถ้าหลักฐานชิ้นนี้ของคุณสามารถส่งตัวการใหญ่เข้าคุกได้โดยที่ไม่มีใครต้องตายเพิ่ม ผมยอมรับว่าวิธีของคุณถูกต้อง แต่ถ้ามันพัง... คุณต้องยอมรับการตัดสินใจของผมทุกอย่าง นับจากนี้"
ลลินชะงักไปครู่หนึ่ง ลลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดต้นคอจนเธอรู้สึกขนลุกชัน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นด้วยความทิฐิ
"ตกลง... ฉันรับคำท้า"
ก่อนที่รวิศจะได้เอ่ยคำพูดใดต่อเพื่อปิดเกมการสนทนา เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องทำงานก็ดังขึ้น เสียงแหลมสูงนั้นแผดเผาความเงียบงันจนแตกกระจาย รวิศขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขาผละออกจากลลินอย่างเสียดาย เดินกลับไปหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู
"พูดครับ" รวิศกรอกเสียงลงไป
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงฝนที่เริ่มซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก ก่อนที่เสียงปลายสายจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
*"คุณรวิศ... แย่แล้วครับ... ศพของพยานปากเอกในคดีนี้... ถูกพบเป็นแขวนคออยู่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำเมื่อหนาทีก่อน... และ... และในมือของเขา มีสำเนาหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับที่คุณลลินกำลังจะตีพิมพ์เช้านี้คาดอยู่ครับ!"*
รวิศนิ่งค้างไปทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านจากสันหลังขึ้นสู่สมอง เขาค่อยๆ หันกลับมามองลลินที่ยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของหญิงสาวซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของตรรกะและศรัทธานี้นะครับ
- พยานปากเอก -
นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ•ตอนที่ 5
คำนิยามของความถูกต้อง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!