กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความอับชื้นของกระดาษเอกสารคดีเก่า คือกลิ่นเดียวที่รวิศอนุญาตให้หล่อเลี้ยงปอดของตนเองในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางที่ถูกปิดตายมานานกว่าสามปี ตัวเลขบนกระดาษไม่ได้เป็นเพียงสถิติ แต่มันคือซากศพทางจริยธรรมที่ระบบตุรกี (Justice System) จงใจกวาดซุกไว้ใต้พรม
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้ง—สั้น ห้วน และทรงพลัง—ดังขึ้นก่อนที่กลอนประตูจะถูกบิดเปิดโดยไม่ต้องรออนุญาต
ลลินก้าวเข้ามาในห้องทำงานของนิติกรหนุ่มราวกับพายุทอร์นาโดที่ถูกควบคุมไว้ด้วยสูทเบลเซอร์สีเทาเข้ม เธอยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกเหมือนนักข่าวทั่วไปยามเผชิญหน้ากับความกดดัน แต่กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความกระหายใครรู้ที่อันตรายยิ่งกว่า
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป รวิศ" ลลินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงต่ำ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ เธอโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของเขา เสียงกระแทกกระทั้นเรียกให้สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาต้องเงยขึ้นมอง
รวิศยังคงนิ่งสงบ ดั่งหินผาที่ถูกซัดด้วยคลื่นลม เขานั่งพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย นิ้วเรียวยาวประสานกันไว้ที่หน้าตัก ดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้าของนักข่าวสาวด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ความปลอดภัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่ไขว่คว้าหาความจริง คุณน่าจะรู้ดีที่สุด ลลิน" รวิศเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจ "และเท่าที่ผมจำได้ แฟ้มในมือคุณกับแฟ้มบนโต๊ะผม มันคือคดีเดียวกัน... คดีที่สำนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะ 'หลักฐานไม่เพียงพอ' ทั้งที่ฆาตกรตัวจริงนั่งจิบไวน์อยู่ในสภา"
ลลินแค่นหัวเราะในลำคอ เธอโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบเข้ามาใกล้เขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนรวิศได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฝนยามค่ำคืนจากตัวเธอ
"อย่ามาพูดเรื่องความจริงกับฉัน รวิศ" เธอเค้นเสียง "คุณใช้ตรรกะเย็นชาของคุณกรีดเฉือนคนอื่นเพื่อความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย แต่คุณเคยใช้หัวใจมองดูไหมว่ามีคนกี่คนที่ต้องตายระหว่างที่คุณมัวแต่นั่งรอ 'หลักฐานที่สมบูรณ์แบบ' ตามตำรา?"
รวิศไม่หลบสายตา ความเงียบโรยตัวลงระหว่างคนทั้งสอง ชั่วขณะหนึ่ง มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่แยแสต่อความตึงเครียด นิติกรหนุ่มค่อยๆ เอนตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
"ถ้าผมใช้หัวใจนำทาง ป่านนี้ผมคงไปยืนถือป้ายประท้วงหน้าศาลเหมือนเด็กฝึกงาน และคงถูกเก็บเงียบไปตั้งแต่คดีแรกแล้ว ลลิน" รวิศเอ่ยเสียงกระซิบ ทว่าชัดเจนทุกพยางค์ "ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องของการระบายอารมณ์ แต่มันคือการคำนวณ หมากตานี้... ถ้าคุณเดินผิดตาเดียว ทั้งคุณและผมจะกลายเป็นแค่เหยื่อรายต่อไปในสถิติอาชญากรรม"
ลลินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเธอไหววับ เธอยืดตัวขึ้นถอยหลังไปหนึ่งก้าว สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอทั้งเกลียดและรู้สึกว่าต้องพึ่งพาเขาในเวลาเดียวกัน
"ถ้างั้น... อัจฉริยะอย่างคุณ มีแผนอะไรล่ะ?" ลลินกอดอก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง "เพราะแหล่งข่าวของฉันบอกว่า คดีฆาตกรรมลูกชายนักการเมืองคนนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาวหรือยาเสพติด แต่มันคือการฟอกเงินระดับชาติ และมีคนในกระทรวงยุติธรรมของคุณหนุนหลังอยู่ครึ่งหนึ่ง"
รวิศหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมือ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้สร้างความอบอุ่นให้ใคร แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
"คุณคิดว่าผมเรียกคุณมาที่นี่กลางดึกทำไมล่ะ?" รวิศวางปากกาลง เสียงโลหะกระทบกับโต๊ะดังชัดเจน "สำนักงานอัยการสูงสุดกำลังจะรื้อฟื้นคดีนี้ในอีกสัปดาห์หน้า และพวกเขาต้องการ 'แพะรับบาป' เพื่อปิดข่าวฉาวก่อนเลือกตั้ง"
ลลินหรี่ตาลง "แล้วคุณจะยอมเป็นคนส่งแพะเข้าลานประหาร หรือจะยอมร่วมมือกับฉันเพื่อลากตัวการใหญ่ลงมา?"
"ผมไม่เคยเป็นแพะ และไม่ชอบเล่นตามเกมที่คนอื่นขีดเส้นไว้" รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบทำให้เขาดูทรงอำนาจและเยือกเย็นยิ่งขึ้น เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลลิน ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของกันและกัน
"ข้อตกลงมีอยู่ว่า คุณต้องใช้เครือข่ายสื่อใต้ดินของคุณ ขุดคุ้ยเส้นทางการเงินของบริษัทเปลือกนอกสามแห่งที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิของรัฐมนตรีคนนั้น ส่วนผมจะใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายดึงสำนวนคดีต้นฉบับออกมาให้คุณก่อนที่มันจะถูกทำลาย" รวิศยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือหนานั้นมั่นคงและไร้ซึ่งความลังเล "เราจะใช้ความจริงเป็นอาวุธ และใช้ความเลวของพวกมันเป็นเครื่องเซ่นสรรค์... คุณกล้าพอที่จะเดิมพันไหม, นักข่าวหัวขบถ?"
ลลินมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า เธอนิ่งคิดไปชั่วอึดใจ สัญชาตญาณเตือนว่านี่คือเส้นทางสายเปลี่ยวที่อาจนำไปสู่ความตาย แต่นักข่าวสายสืบสวนผู้กระหายความจริงอย่างเธอไม่มีทางปฏิเสธกลิ่นอายของเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าได้เลย
เธอวางมือเรียวลงบนฝ่ามือของเขา การสัมผัสกันของคนทั้งสองไม่ได้อบอุ่น แต่มันเต็มไปด้วยกระแสไฟแห่งพันธะสัญญาที่อันตรายและทรงพลัง
"อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน, นิติกรเลือดเย็น" ลลินกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาเป็นประกายท้าทาย
"คำนี้ผมควรต้องเป็นคนพูดกับคุณต่างหาก" รวิศตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังขับเน้นความร่วมมืออันมืดมน เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของตึกสำนักงานก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอย่างไร้สาเหตุ! แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกระพริบวาบไปทั่วโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาผ่านประตูกระจก
รวิศขมวดคิ้วมุ่นทันที ระบบรักษาความปลอดภัยของตึกนี้ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในยามวิกาลแบบนี้... มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก้าว ที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังห้องทำงานของเขาในความมืด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมมีดแห่งตรรกะนี้ไปด้วยกันนะครับ
นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ•ตอนที่ 6
จุดร่วมของคนต่างขั้ว
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!