"ถ้าเท้าข้างซ้ายของเธอเหยียบพลาดลงไปบนแผ่นหินปูนเปียกลื่นแผ่นนั้นอีกครั้ง ฉันจะยอมยกสไล姆์น้ำใสทั้งฟาร์มให้ไปเลี้ยงดูเล่นคนเดียวเลยนะรินะ"
เสียงกระซิบเจือเสียงหัวเราะเบาๆ ดังลอดผ่านไอหมอกจางๆ ที่ลอยเหนתผิวน้ำ ลีโอหยุดฝีมือที่กำลังใช้ผ้าเช็ดคราบละอองเกล็ดปลาออกจากบ่าเสื้อคลุมหนังสีน้ำตาล เขากวาดสายตามองเพื่อนร่วมทางสาวที่กำลังยืนทรงตัวสั่นเทาอยู่บนสะพานโค้งหินอ่อน ซึ่งเบื้องล่างคือกระแสน้ำเชี่ยวกรากสีฟ้าครามที่สะท้อนแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลริมฝั่งเมืองหลวงแห่งสายน้ำ 'อควาเว일'
รินะหน้ามุ้งมิ้งลงเล็กน้อย เธอพยายามจัดระเบียบไม้เท้าเวทมนตร์ในมือซ้ายให้มั่นคง พร้อมกับยื่นปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ว่าเรียวขาภายใต้กระโปรงยาวคลุมเข่าจะยังสั่นพับๆ อยู่ก็ตาม
"ใครว่าฉันจะพลาดเล่า! นี่คือวิชาการทรงตัวขั้นสูงของนักเวทสายควบคุมน้ำต่างหากล่ะคะลีโอ... ว이! อุ๊ย!"
รินะเกือบจะก้าวพลาดไถลลงไปจริงๆ หากมือหนาของลีโอจะไม่คว้าจับชายผ้าคลุมไหล่ของเธอเอาไว้เสียก่อน แรงกระชากเบาๆ ดึงร่างของเธอกลับมาสู่แผ่นหินที่มั่นคง กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรป่าและกลิ่นละอองน้ำเย็นฉ่ำลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทั้งสองนิ่งค้างไปชั่วขณะท่ามกลางเสียงสายน้ำที่ไหลซัดกระทบตอม่อสะพานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ดวงตากลมโตของรินะกะพริบปริบๆ ก่อนจะรีบสะบัดตัวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้ว่ากำลังกลัวความสูงเหนือผิวน้ำ
"ข... ขอบคุณค่ะ! แต่ฉันไม่ได้กลัวสะพานนี่สักหน่อย ฉันแค่... กำลังวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์โบราณที่สลักอยู่บนราวสะพานต่างหากล่ะคะ ดูสิคะ ลวดลายเกลียวคลื่นพวกนั้นน่ะ กำลังไหลเวียนพลังมาน่าอยู่จริงๆ นะ"
ลีโออมยิ้มบางๆ เขาไม่เอ่ยปากแซوต่อให้เอนเอیندไปมากกว่านั้น สายตาคมกริบหันกลับไปมองทัศนียภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏขึ้นเต็มสองตา เมืองหลวง 'อควาเวیل' สมคำร่ำลือในตำนานจริงๆ เป็นมหานครที่ถูกสร้างขึ้นบนผืนน้ำและหมู่เกาะหินปูนธรรมชาติ ตึกรามบ้านช่องสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคผสมผสานกับความพลิ้วไหวของสายน้ำ ทางสัญจรหลักไม่ใช่ถนนดินแดงหรือถนนหินกรวดแบบเมืองทั่วไป แต่เป็นคลองใสสะอาดที่มีเรือแจวเวทมนตร์แล่นผ่านไปมา พร้อมกับเสียงร้องทักทายของผู้เล่นและ NPC ที่ผสมผสานกันอย่างมีชีวิตชีวา
ที่สำคัญที่สุดคือ 'มอนสเตอร์'
ณ ริมตลิ่งหินอ่อนห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร ฝูง 'โอเทอร์ร่า' (Otterra) หรือนกนากขนปุยสีฟ้าประกายมุกกำลังนอนเกลือกกลิ้งหยอกล้อกันอย่างสบายใจ บางตัวคาบหอยมุกเรืองแสงขึ้นมาอวดกัน ส่วนในผิวน้ำใสแจ๋ว เงาร่างของ 'ฟินแล็กซ์' (Finlax) ปลาวาฬจิ๋วติดปีกบินได้ขนาดเท่าลูกสุนัข ก็แหวกว่ายตีลังกาพ่นฟองอากาศสีรุ้งออกมาเป็นระยะๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความฟีลกู๊ดและความน่ารักน่าชังจนหัวใจของคนรักสัตว์อย่างลีโอพองโตขึ้นมาทันที
"ที่นี่... สวรรค์ชัดๆ เลยรินะ" ลีโอพึมพำออกมาด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นโปรด
"สวรรค์ของนาย แต่นรกกระเป๋าเงินของฉันชัดๆ ค่ะ!" รินะรีบสวนกลับทันควัน พร้อมกับเปิดหน้าต่างระบบอินเตอร์เฟซขึ้นมาคำนวณค่าใช้จ่าย "อย่าลืมนะคะว่าเรามาที่นี่เพื่อทำเควสต์ปลดล็อกคอกสัตว์น้ำระดับตำนาน ไม่ได้มาเปิดสวนสัตว์เปิดให้เด็กๆ มาดูเล่น ค่าธรรมเนียมเข้าเมืองของโซนอควาเวیلนี่แพงหูฉี่ แถมถ้าเราอยากได้ใบอนุญาตจับมอนสเตอร์ประเภทน้ำลึก เราต้องไปลงทะเบียนที่สภาวะารีที่มีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสูงลิบลิ่วอีกด้วยนะคะ!"
"โธ่ รินะคนสวย ตัวตึงเรื่องบัญชีประจำกลุ่ม เรื่องเงินทองเป็นเรื่องรอง ความสุขในการได้เห็นเจ้าฟินแล็กซ์น้อยพวกนั้นกระพือปีกต่างหากคือความมั่งคั่งที่แท้จริง" ลีโอหัวเราะร่าเริง เขาก้าวเดินนำหน้าไปตามสะพานหินจนกระทั่งถึงลานกว้างใจกลางเมือง ซึ่งมีน้ำพุขนาดมหาสลักรูปมังกรวารีพ่นน้ำพุบริสุทธิ์ขึ้นสู่ท้องฟ้า
รอบบริเวณลานน้ำพุเต็มไปด้วยผู้เล่นอาชีพต่างๆ ทั้งนักประมง นักเวทธาตุน้ำ และพ่อค้าแม่ขายที่ตั้งแผงลอยขายวัตถุดิบแปลกตา เช่น ไข่มุกแห่งความทรงจำ, สาหร่ายเรืองแสงยามค่ำคืน, และเกล็ดปลาสะท้อนแสงจันทร์ บรรยากาศคึกคักแต่ก็แฝงไปด้วยความร่มรื่นจากเสียงสายน้ำ
แต่แล้ว ฝีเท้าของลีโอก็ต้องหยุดชะงักลง
ความรู้สึกบางอย่าง... พลังงานที่กดทับลงมาบนบรรยากาศรอบตัวอย่างกะทันหัน ทำให้ละอองน้ำในอากาศรอบๆ ตัวพวกเขาหยุดนิ่ง ชั่วพริบตาเดียว เสียงพูดคุยจอแจรอบลานน้ำพุก็เงียบกริบลงราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง
รินะขยับตัวเข้าไปใกล้ลีโอโดยอัตโนมัติ มือเรียวบางเอื้อมไปจับชายเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกขณะกวาดมองไปรอบๆ
"ลีโอ... บรรยากาศนี่มัน... อะไรกันคะ? ค่ามาน่าในอากาศลดฮวบลงไปสามสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ!" เสียงของรินะสั่นเครือเล็กน้อย
ลีโอไม่ตอบ เขาหรี่ตาลงมองไปยังเบื้องหน้า ตรงทางแยกฝั่งทิศเหนือของลานน้ำพุ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับคลองสายลึกที่มุ่งหน้าสู่เขตต้องห้าม 'ร่องลึกอเวจี'
ที่ตรงนั้น... ไม่มีมอนสเตอร์นากปุยนุ่มหรือปลาวาฬจิ๋วร่าเริงอีกต่อไป ผิวน้ำในคลองบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และกำลังเดือดปุดๆ ราวกับถูกความร้อนมหาศาลจากเบื้องล่างแผดเผา ไอหมอกสีม่วงเข้มพวยพุ่งขึ้นปกคลุมตึกรามบ้านช่อง ละอองน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นหินทีละนิด
และสิ่งที่ยืนตระหง่านอยู่กลางความมืดมิดนั้น คือเงาร่างขนาดมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรจะปรากฏขึ้นในเขตเมืองหลวงระดับต้นๆ
มันคือ 'ลิเวียธานแห่งความมืด' (Abyssal Leviathan) มอนสเตอร์ระดับบอสภาคสนามที่ควรจะหลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร แต่วันนี้... มันกลับลากโซ่ตรวนเวทมนตร์สีแดงฉานขึ้นมาเหยียบย่ำอยู่บนผืนน้ำของอควาเวیل กลางสายตาของผู้เล่นนับร้อยคนที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว
ดวงตาสีแดงฉานขนาดมหาสมุทรคู่หนึ่งของมันกวาดมองตรงมายังจุดที่ลีโอกับรินะยืนอยู่พอดี พร้อมกับเสียงคำรามต่ำลึกที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ และในวินาทีที่อ้าปากกว้างเพื่อพ่นลำแสงแห่งความตายเข้าใส่ฝูงชน ลีโอก็สังเกตเห็นบางสิ่ง...
สิ่งของชิ้นเล็กๆ ที่ห้อยอยู่บนสร้อยคอของบอสยักษ์ตัวนั้น... เป็นกุญแจทองคำโบสถ์ร้างที่สลักสัญลักษณ์รูป 'อุ้งเท้าสัตว์' ซึ่งเป็นกุญแจดอกเดียวกับที่เขาตามหามาตลอดตั้งแต่เริ่มเล่นเกม!
ขอพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลีโอกับรินะมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ฟาร์มมอนสเตอร์สุดป่วนกับระบบเทพซ่าในโลก VRMMO•ตอนที่ 20
เมืองแห่งสายน้ำและสะพานหิน
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฟาร์มมอนสเตอร์สุดป่วนกับระบบเทพซ่าในโลก VRMMO นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!