“ถ้าไม่อยากให้ปีกนุ่มๆ ของเธอต้องเปื้อนเลือด ก็จงวางมอนสเตอร์ตัวนั้นลงซะ เรย์”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของอาเธอร์ก้องกังวานผ่านกำแพงหินของตรอกแคบๆ ในเขตเมืองชั้นใน เรย์ไม่ได้หันกลับไปมอง เขาทำเพียงกระชับอ้อมแขนที่โอบกอดร่างปุยสีขาวนวลเอาไว้แน่น ปุยฝ้ายในยามนี้ไม่มีท่าทีซุกซนเหมือนทุกครั้ง มันซุกหน้าลงกับอกเสื้อของเขา สั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ส่งกระแสความรู้สึกหวาดหวั่นเข้ามาในใจของเรย์ผ่านพันธสัญญาจิต
“คุณก็รู้ว่าผมไม่มีวันทำแบบนั้น อาเธอร์” เรย์ตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย เขาไม่ได้หยุดฝีเท้าแม้แต่วินาทีเดียว “คำว่า ‘ประสิทธิภาพ’ ในนิยามของคุณ มันคือการล่าล่ามโซ่สิ่งที่ควรอยู่อย่างอิสระ แต่สำหรับผม... มอนสเตอร์ไม่ใช่เครื่องมือ”
“โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยพลัง ไม่ใช่ความเมตตา” อาเธอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงฝีเท้าของเหล่าสมาชิกกิลด์ชั้นยอดที่กรูเข้ามาปิดล้อมทั้งสองด้านของตรอกดังสนั่นหวั่นไหว พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อแย่งชิง ‘สมบัติ’ ที่หายากที่สุดในเซิร์ฟเวอร์
เรย์หยุดยืนตรงทางแยกก่อนจะถึงเขตตลาดมืด ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความกดดันมหาศาลจากสกิล ‘ข่มขวัญ’ ของกิลด์มาสเตอร์อาเธอร์ทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้ง แต่ในความมืดมิดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงแสงสว่างเล็กๆ ที่เริ่มแผ่ออกมาจากตัวของปุยฝ้าย
“ปุยฝ้าย... ได้เวลาโชว์ความเร็วของเธอกันหน่อยแล้วล่ะ” เรย์กระซิบแผ่วเบา
ทันใดนั้น แสงสีขาวนวลตาพลันระเบิดออกจากตัวปุยฝ้ายจนสว่างวาบไปทั่วตรอกมืด อาเธอร์ยกมือขึ้นบังตาตามสัญชาตญาณ ในจังหวะที่ความโกลาหลเข้าครอบงำ เรย์ไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะนี้ออกวิ่งสุดแรงเกิด ปุยฝ้ายกางปีกกว้างขึ้นกะทันหัน แรงพยุงตัวที่เหนือธรรมชาติทำให้ร่างของเรย์เบาหวิวเหมือนไร้น้ำหนัก มันพาเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่หลังคาบ้านเรือนด้วยความเร็วที่เร็วกว่าตาเห็น
“อย่าให้มันไปได้! ตามไป!” เสียงตะโกนสั่งการของอาเธอร์ดังตามหลังมาพร้อมกับเสียงลูกศรเวทมนตร์ที่พุ่งเฉียดไหล่ของเรย์ไปเพียงไม่กี่นิ้ว
โลกเบื้องล่างกลายเป็นเพียงเส้นสายสีเทาที่เลือนลาง เรย์แทบไม่ได้มองทาง ปุยฝ้ายกำลังนำทางเขาด้วยสัญชาตญาณ มันพาเขาหลบหลีกผ่านซอกตึกที่แคบจนน่าเหลือเชื่อ บินโฉบผ่านตลาดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้เล่นและ NPC จนเกิดเป็นกระแสลมวูบใหญ่ที่ทำให้ข้าวของกระจัดกระจาย
“ขวา! ปุยฝ้าย ขวา!” เรย์ร้องสั่งเมื่อเห็นกลุ่มนักฆ่ากิลด์อาเธอร์ยืนดักรออยู่ที่ปากทางออกของย่านการค้า
ปุยฝ้ายตอบรับด้วยเสียงร้องจิ๊บๆ แหลมเล็ก มันหักเลี้ยวตัวกลางอากาศอย่างรุนแรงจนเรย์เกือบหลุดมือ แต่กระต่ายน้อยกลับใช้พลังธาตุแสงสร้าง ‘แผ่นทางเดินอากาศ’ ขึ้นมาในเสี้ยววินาที เหยียบมันแล้วดีดตัวกระโดดข้ามรั้วสูงทะลุเข้าสู่เขตอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกทิ้งร้าง
เสียงฝีเท้าของเหล่านักล่าเริ่มห่างออกไป แต่เรย์รู้ดีว่าอาเธอร์ไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ เขาร่อนลงจอดหลังกองลังไม้เก่าๆ หอบหายใจอย่างหนัก ปุยฝ้ายเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นขนาดเล็กแล้วซุกตัวอยู่ในกระเป๋าคาดเอวของเขา ดวงตาคู่โตกลมใสของมันมองเขาสลับกับทางออกที่มืดมิด
“เราทิ้งห่างพวกเขามาได้แล้ว...” เรย์พึมพำ เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก มือของเขาสั่นเล็กน้อยจากการใช้สมาธิควบคุมทิศทางร่วมกับปุยฝ้าย
แต่แล้ว ความเงียบงันที่ผิดปกติก็เข้าปกคลุมบริเวณนั้น กลิ่นอายของเวทมนตร์ที่คุ้นเคยเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรย์ชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬที่ทอดยาวมาจากประตูโกดังที่ควรจะปิดตาย
ไม่ใช่คนของกิลด์อาเธอร์... แต่เป็นใครบางคนที่รอพวกเขาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก
ร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเงามืด มือที่เรียวยาวเหมือนกิ่งไม้แห้งยื่นออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วกระทบกัน “ยินดีที่ได้พบกันนะ เรย์... ฉันรอโอกาสที่จะได้เจอ ‘ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์’ ที่ซ่อนความลับน่าสนใจไว้ในกระเป๋ามานานแล้ว”
ทันทีที่ร่างนั้นเผยใบหน้าภายใต้ฮู้ด เรย์ก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของคนตรงหน้า... คือสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นในโลก VR ใบนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเรย์และปุยฝ้ายในตอนนี้นะคะ!
บันทึกเลี้ยวมอนสเตอร์จิ๋วในโลก VR ตะลุยแดนอัศจรรย์•ตอนที่ 15
การหนีที่น่าจดจำ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเลี้ยวมอนสเตอร์จิ๋วในโลก VR ตะลุยแดนอัศจรรย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!