"หลบไปทางซ้าย! อย่าให้มันแตะตัวคุณได้เด็ดขาด!"
เสียงตะโกนก้องกังวานของเรย์แทบจะถูกกลืนหายไปกับเสียงแผดร้องของ 'อสูรเกราะหนาม' ที่กำลังพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองด้วยความเร็วเกินตัว มวลอากาศรอบข้างสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกของกีบเท้าที่ย่ำลงบนพื้นดินจนฝุ่นตลบ
เรย์คว้าตัวหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ ให้เบี่ยงหลบไปทางหลังโขดหินทันเวลาพอดี ก่อนที่หอกแหลมคมจากหางของมอนสเตอร์จะเสียบทะลุผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ไปเพียงไม่กี่นิ้ว หอบหายใจถี่ระรัวด้วยความตื่นเต้น
"ขอบคุณค่ะ... ถ้าไม่ได้คุณเรย์ ฉันคงกลายเป็นศพเฝ้าดันเจี้ยนไปแล้ว" หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนในชุดคลุมนักบวชสีขาวบริสุทธิ์เอ่ยขึ้น ดวงตาเรียวรีของเธอฉายแววโล่งอกแม้เหงื่อจะซึมเต็มหน้าผาก เธอยกไม้คทาขึ้นสั่นๆ เตรียมร่ายเวทป้องกันอีกครั้ง
"อย่าเพิ่งขอบคุณตอนนี้เลยครับ" เรย์กระซิบพลันก้มต่ำลง ปุยฝ้ายที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขาดูตื่นตระหนก ขนสีขาวนุ่มนิ่มของมันพองฟูขึ้นจนดูเหมือนก้อนสำลีมีปีกที่กำลังปล่อยไอเวทแสงจางๆ ออกมาเป็นระยะ มันส่งเสียง 'จิ๊ดๆ' สั้นๆ ราวกับจะบอกว่าศัตรูตัวนี้ไม่อาจจัดการได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว
"ผมชื่อเรย์ และคุณ...?" เขาเอ่ยถามพลางเหลือบมองสถานการณ์เบื้องหน้า
"ฉันชื่อ 'ริน' เป็นผู้เล่นสายสนับสนุนค่ะ แต่บอกตรงๆ นะคะ ฝีมือฉันยังไม่ถึงขั้นจะมาลงดันเจี้ยนระดับนี้หรอก... แค่หลงทางตามหาวัตถุดิบจนมาเจอกลุ่มของอาเธอร์ที่ทิ้งฉันไว้กลางคันน่ะค่ะ" รินกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น เธอไม่ใช่คนอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้ แต่เธอคือคนที่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องเอาตัวรอด
เรย์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อ 'อาเธอร์'
"อาเธอร์งั้นเหรอ?" เรย์พึมพำ ดวงตาสีเข้มหรี่ลง เขาเข้าใจในทันทีว่าทำไมผู้เล่นสายสนับสนุนอย่างรินถึงต้องมาอยู่ลำพังในโซนอันตรายแบบนี้ กิลด์มาสเตอร์ผู้เย่อหยิ่งคนนั้นมักจะมองหา 'เครื่องมือ' มากกว่า 'เพื่อนร่วมทีม' เสมอ
"พวกเขาสั่งให้ฉันบัฟพลังให้จนหมดเกจมานา แล้วพอเห็นว่าสถานการณ์เริ่มแย่ พวกเขาก็หายวับไปกับไอเทมวาร์ป ทิ้งฉันไว้กับเจ้าตัวนี้..." รินกำคทาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ในจังหวะนั้นเอง อสูรเกราะหนามที่สูญเสียเป้าหมายไปเริ่มส่งเสียงคำรามก้อง มันกวาดสายตาสีแดงฉานไปทั่วบริเวณก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่โขดหินที่ทั้งสองคนซ่อนตัวอยู่ แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของมันเริ่มใกล้เข้ามาทุกขณะ ปุยฝ้ายเริ่มขยับปีกบินวนรอบตัวเรย์ ปล่อยละอองแสงสีทองจางๆ ออกมา นี่ไม่ใช่แค่การเตรียมตัวต่อสู้ แต่มันคือการเรียกพลังงานสำรอง
"ริน คุณถนัดเวทฟื้นฟูใช่ไหม?" เรย์หันไปถาม สีหน้าของเขาจริงจังขึ้น
"ค่ะ แต่ระดับของฉันยัง..."
"ไม่ต้องสนระดับหรอกครับ แค่สนับสนุนผม ส่วนเรื่องโจมตี... ให้เป็นหน้าที่ของผมกับปุยฝ้าย" เรย์พูดแทรกพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ดูมั่นใจจนน่าประหลาดใจ
เรย์กระโดดออกมาจากหลังโขดหินในจังหวะที่มอนสเตอร์กระโจนเข้าหาพอดี เขาไม่ได้ชักอาวุธขึ้นมา แต่กลับใช้วิธีสื่อสารทางจิตกับปุยฝ้าย แสงสีทองสว่างวาบขึ้นกลางอากาศราวกับดวงดาวดวงที่สองที่ส่องประกายท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยน รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเรย์ไม่ได้พยายามจะปะทะกับมอนสเตอร์โดยตรง แต่เขากลับร่ายรำหลบหลีกคมเขี้ยวอย่างพริ้วไหวราวกับสายน้ำ
"เดี๋ยวนี้แหละ ริน!"
รินไม่รอช้า เธอร่ายเวท 'แสงแห่งการฟื้นฟู' ไม่ใช่ลงบนตัวเรย์โดยตรง แต่ลงบนปุยฝ้ายที่กำลังบินโฉบเฉี่ยวไปมา ปุยฝ้ายได้รับพลังเวทเสริมความแข็งแกร่งจนตัวขยายใหญ่ขึ้นชั่วขณะ มันพุ่งเข้ากระแทกจุดอ่อนที่ข้อต่อเกราะของมอนสเตอร์อย่างจัง!
เสียงเกราะแตกกระจายดังสนั่น อสูรเกราะหนามเสียหลักล้มคว่ำลง พื้นดินสะเทือนจนเรย์ต้องทรงตัวอยู่ครู่หนึ่ง
"จังหวะนี้เลยครับ!" เรย์คำรามลั่น
ปุยฝ้ายรวมพลังธาตุแสงจนกลายเป็นก้อนพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ก่อนจะยิงใส่ลำคอของมอนสเตอร์ที่โผล่พ้นเกราะออกมา แสงเจิดจ้าดับความดุร้ายของสัตว์ป่าไปในทันที ร่างของมันค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองสีฟ้าและไอเทมดรอปที่ตกกระทบบนพื้น
ทั้งคู่หอบหายใจอย่างหมดแรงอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
"เรา... เราชนะเหรอคะ?" รินถามพลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโล่งอก
"เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมากครับ" เรย์ยื่นมือไปฉุดให้รินลุกขึ้น
รินรับมือนั้นไว้ ความอบอุ่นจากการสัมผัสทำให้เธอรู้สึกถึงมิตรภาพที่ไม่เคยได้รับจากกิลด์อาเธอร์ มันไม่ใช่การใช้ประโยชน์ แต่เป็นการร่วมมือเพื่อเอาตัวรอด "ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจผู้เล่นกระจอกๆ อย่างฉัน"
"ไม่มีใครกระจอกในสายตาผมหรอกครับ ตราบใดที่คุณยังกล้าที่จะสู้" เรย์ตอบพลางมองไปรอบๆ เพื่อดูว่ามีศัตรูตัวอื่นหรือไม่ แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
รอยเท้าหลายคู่ปรากฏขึ้นบนผืนทราย ไม่ใช่รอยเท้าของมอนสเตอร์ แต่เป็นรอยรองเท้าบูทมาตรฐานของกิลด์ระดับสูง และกลิ่นจางๆ ของเวทมนตร์วาร์ปที่ยังไม่จางหายไปดีนัก
"มีคนเฝ้ามองเราอยู่..." เรย์กระซิบพลันคว้าแขนรินให้ถอยห่างจากจุดที่ยืนอยู่
จากมุมมืดของกำแพงหิน ร่างสูงโปร่งในชุดเกราะสีเงินประดับสัญลักษณ์รูปดาบไขว้ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยาม อาเธอร์ยืนกอดอกมองพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนกำลังมองดูหนูสองตัวที่ติดอยู่ในกรง
"ไม่เลวนี่... มอนสเตอร์ระดับบอสที่ฉันอุตส่าห์ล่อให้มันตื่นขึ้นมาเพื่อกำจัดไอ้ตัวน่ารำคาญอย่างแก ดันถูกจัดการด้วยความร่วมมือแบบเด็กเล่นๆ" อาเธอร์กล่าวพลางโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกกิลด์นับสิบคนโผล่ออกมาจากเงามืด ล้อมพวกเขาไว้ในวงจำกัด
"เรย์... เราแย่แล้ว" รินตัวสั่นขึ้นมาทันที
เรย์ขยับตัวไปขวางหน้าอาเธอร์ไว้ ดวงตาของเขาไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความนิ่งสงบที่ทำให้อาเธอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้กับคุณ อาเธอร์ แต่ถ้าคุณต้องการคำตอบว่าทำไมผมถึงสื่อสารกับมอนสเตอร์ได้... คุณคงต้องถามผ่านปลายดาบของผมแล้วล่ะ"
อาเธอร์หัวเราะร่าพลางชักดาบสีดำสนิทออกมา "หึ งั้นก็มาดูกันว่ามิตรภาพจอมปลอมของพวกแกจะปกป้องอะไรได้บ้าง!"
แต่ก่อนที่การปะทะครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น ปุยฝ้ายที่ดูจะรู้สึกถึงบางอย่างได้ก่อนใคร มันกลับหยุดบินและพุ่งตัวไปเกาะที่แขนเสื้อของเรย์พลางแผดเสียงร้องประหลาดที่เรย์ไม่เคยได้ยินมาก่อน พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะฝีเท้าของอาเธอร์ แต่เป็นเพราะบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า... บางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ดันเจี้ยนนี้กำลังตื่นขึ้น!
และสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก คือการที่กำแพงหินด้านหลังอาเธอร์พังทลายลง พร้อมกับร่างของมอนสเตอร์สีดำทมิฬที่มีดวงตานับสิบข้างที่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความหิวโหย!
นี่คือโอกาสที่จะหนี... หรือจะเป็นจุดจบของการเผชิญหน้าครั้งใหญ่?
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเรย์และปุยฝ้ายในตอนนี้นะคะ!
บันทึกเลี้ยวมอนสเตอร์จิ๋วในโลก VR ตะลุยแดนอัศจรรย์•ตอนที่ 11
มิตรภาพกลางสมรภูมิ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเลี้ยวมอนสเตอร์จิ๋วในโลก VR ตะลุยแดนอัศจรรย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!